อัตราส่วนสภาพคล่อง: Current Ratio, Quick Ratio, Cash Ratio และสิ่งที่ธนาคารดู

คำนวณอัตราส่วนสภาพคล่องสามตัวจากงบของคุณเอง ตัวอย่างบริษัทที่ Current Ratio คงที่แต่เงินสดหายไปเกือบหมด ผลของการผิดเงื่อนไขเงินกู้ต่องบ และวิธีปรับตัวเลขให้ดีขึ้นจริง

ตัวเลข 0.91 ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างกราฟเส้นลายเส้นที่ลดลงจนต่ำกว่าเส้นประเกณฑ์ จุดที่ต่ำกว่าเกณฑ์เป็นสีดำ และปลายเส้นเป็นหัวลูกศร
ในบทความนี้
  1. สามอัตราส่วนที่ต้องดูคู่กัน
  2. ตัวอย่าง: Current Ratio คงที่ แต่เงินสดหายไป
  3. ธนาคารใช้อัตราส่วนเหล่านี้อย่างไร
  4. ปรับตัวเลขให้ดีขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ตกแต่ง
  5. เริ่มจากตรงไหน

บริษัทที่มีกำไรทุกเดือนอาจจ่ายเงินเดือนไม่ทันได้ ถ้าเงินไปจมอยู่ในลูกหนี้และสินค้า อัตราส่วนสภาพคล่องคือเครื่องมือที่ธนาคาร นักลงทุน และผู้สอบบัญชีใช้ตอบคำถามว่า บริษัทมีสินทรัพย์ที่จะกลายเป็นเงินสดได้เร็วพอจ่ายหนี้ที่ถึงกำหนดภายในหนึ่งปีหรือไม่ ปัญหาคือหลายบริษัทดูแค่ตัวเดียว คือ Current Ratio ซึ่งอาจดูดีอยู่ได้ทั้งที่เงินสดใกล้หมด

บทความนี้อธิบายอัตราส่วนสภาพคล่องสามตัว วิธีคำนวณจากงบแสดงฐานะการเงินของคุณเอง ตัวอย่างบริษัทที่ Current Ratio แทบไม่เปลี่ยนแต่เงินสดหายไปเกือบหมด เรื่องที่ผู้ขอสินเชื่อต้องรู้เกี่ยวกับเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ และวิธีปรับตัวเลขให้ดีขึ้นจริง

สามอัตราส่วนที่ต้องดูคู่กัน

Current Ratio (อัตราส่วนสภาพคล่อง) = สินทรัพย์หมุนเวียน ÷ หนี้สินหมุนเวียน
Quick Ratio (อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว) = (เงินสด + เงินลงทุนระยะสั้น + ลูกหนี้การค้า) ÷ หนี้สินหมุนเวียน
Cash Ratio (อัตราส่วนเงินสด) = เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ÷ หนี้สินหมุนเวียน
เงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) = สินทรัพย์หมุนเวียน − หนี้สินหมุนเวียน

  • Current Ratio นับสินทรัพย์หมุนเวียนทุกอย่าง รวมสินค้าคงเหลือและค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า ซึ่งเปลี่ยนเป็นเงินสดช้าหรือไม่เปลี่ยนเลย
  • Quick Ratio ตัดสินค้าคงเหลือออก เพราะต้องขายก่อนแล้วยังต้องรอเก็บเงินอีกทอด ตำราการเงินของ OpenStax นับเฉพาะเงินสด เงินลงทุนระยะสั้น และลูกหนี้ ซึ่งตัดค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าออกด้วย ส่วนวิธีคำนวณในเอกสารรับฟังความเห็นของ ก.ล.ต. ใช้สินทรัพย์หมุนเวียนหักสินค้าคงเหลือ ตัวเลขจึงต่างกันได้ ให้ถามผู้ที่ขอดูตัวเลขว่าใช้แบบไหน บทความนี้ใช้แบบแรก
  • Cash Ratio เข้มที่สุด นับแค่เงินสด ถ้าเท่ากับ 1.0 แปลว่ามีเงินสดพอจ่ายหนี้หมุนเวียนทั้งหมด แต่ต่ำกว่า 1.0 ไม่ได้แปลว่าบริษัทมีปัญหาเสมอไป เพราะหนี้ไม่ได้ถึงกำหนดพร้อมกันในวันเดียว

สินทรัพย์และหนี้สินจะเป็น "หมุนเวียน" หรือไม่ มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs) ของสภาวิชาชีพบัญชีกำหนดไว้ สินทรัพย์ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ภายในรอบการดำเนินงานตามปกติหรือภายใน 12 เดือนนับจากวันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน เป็นสินทรัพย์หมุนเวียน หนี้สินที่ถึงกำหนดชำระภายใน 12 เดือน หรือกิจการไม่มีสิทธิอันปราศจากเงื่อนไขที่จะเลื่อนการชำระออกไปอย่างน้อย 12 เดือน เป็นหนี้สินหมุนเวียน

ตัวอย่าง: Current Ratio คงที่ แต่เงินสดหายไป

ตัวอย่างสมมติ บริษัทจัดจำหน่ายสินค้าแห่งหนึ่งขายดีขึ้นทุกไตรมาส ให้เครดิตลูกค้านานขึ้นเพื่อแลกยอดขาย และสต็อกสินค้าเพิ่มรอรับคำสั่งซื้อ ตัวเลขเป็นพันบาท

งบแสดงฐานะการเงินส่วนหมุนเวียนและอัตราส่วน (ตัวอย่างสมมติ พันบาท)
รายการไตรมาส 1ไตรมาส 2ไตรมาส 3ไตรมาส 4
เงินสด2,4001,8001,100600
ลูกหนี้การค้า3,1003,4003,8004,200
สินค้าคงเหลือ3,6004,1004,6005,100
ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า300300300300
สินทรัพย์หมุนเวียน9,4009,6009,80010,200
หนี้สินหมุนเวียน4,8004,9505,1005,300
เงินทุนหมุนเวียน4,6004,6504,7004,900
Current Ratio (เท่า)1.961.941.921.92
Quick Ratio (เท่า)1.151.050.960.91
Cash Ratio (เท่า)0.500.360.220.11
กราฟเส้นอัตราส่วนสภาพคล่องสี่ไตรมาส Current Ratio แทบคงที่จาก 1.96 เป็น 1.92 เท่า Quick Ratio ลดจาก 1.15 เป็น 0.91 เท่า และ Cash Ratio ลดจาก 0.50 เหลือ 0.11 เท่า
Current Ratio แทบไม่ขยับ เงินทุนหมุนเวียนยังเพิ่มขึ้นด้วย แต่ Cash Ratio ลดจาก 0.50 เหลือ 0.11 เท่าในสามไตรมาส

ถ้าดูแค่ Current Ratio บริษัทนี้ดูมั่นคงเท่าเดิม เงินทุนหมุนเวียนยังเพิ่มจาก 4,600 เป็น 4,900 พันบาท แต่เงินสดลดจาก 2,400 เหลือ 600 พันบาท เงินที่หายไปย้ายไปอยู่ในลูกหนี้และสต็อก Quick Ratio ตกต่ำกว่า 1 เท่าตั้งแต่ไตรมาส 3 และ Cash Ratio ลดเหลือ 0.11 เท่า ถ้าลูกค้ารายใหญ่จ่ายช้าไปหนึ่งเดือน บริษัทอาจต้องเบิกเงินเกินบัญชีเพิ่มเพื่อจ่ายซัพพลายเออร์

ถ้าใช้สูตร Quick Ratio แบบสินทรัพย์หมุนเวียนหักสินค้าคงเหลือ ไตรมาส 4 จะได้ 0.96 เท่า ((10,200 − 5,100) ÷ 5,300) สูงกว่าเพราะนับค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าด้วย แนวโน้มยังลดลงเหมือนกัน

ธนาคารใช้อัตราส่วนเหล่านี้อย่างไร

ธนาคารแต่ละแห่งมีเกณฑ์ของตัวเอง แต่ชุดอัตราส่วนที่ใช้วัดความสามารถในการจ่ายหนี้มีรูปแบบคล้ายกัน ตัวอย่างจากเอกสารทางการคือข้อมูลสรุปของผู้ออกตราสารหนี้ที่ ก.ล.ต. เสนอในการรับฟังความเห็น ซึ่งให้กิจการทั่วไปแสดง Current Ratio คู่กับอัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) และหนี้สินต่อทุน (D/E) สำหรับเงินกู้ระยะยาว ธนาคารมักให้น้ำหนักกับความสามารถในการชำระหนี้ (DSCR) มากกว่า (ดู ยื่นกู้ SME ด้วย DSCR)

เรื่องที่ผู้กู้มักไม่รู้คือผลของการผิดเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ (Covenant) ต่องบการเงิน ตาม TFRS for NPAEs ถ้ากิจการผิดเงื่อนไขของเงินกู้ระยะยาวในหรือก่อนวันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน จนผู้ให้กู้เรียกให้ชำระคืนได้ทันที ต้องจัดเงินกู้นั้นเป็นหนี้สินหมุนเวียน แม้ผู้ให้กู้จะตกลงหลังวันสิ้นงวดว่าจะไม่เรียกคืน จะยังเป็นหนี้สินไม่หมุนเวียนได้ก็ต่อเมื่อผู้ให้กู้ผ่อนผันให้อย่างน้อย 12 เดือนภายในวันสิ้นงวด

ผลต่อตัวเลขรุนแรงมาก จากตัวอย่างข้างต้น ถ้าบริษัทมีเงินกู้ระยะยาวคงเหลือ 3,000 พันบาทแล้วผิดเงื่อนไขก่อนสิ้นไตรมาส 4 หนี้สินหมุนเวียนจะเพิ่มเป็น 8,300 พันบาท Current Ratio ลดจาก 1.92 เหลือ 1.23 เท่า และ Quick Ratio จาก 0.91 เหลือ 0.58 เท่า ซึ่งอาจไปผิดเงื่อนไขของเงินกู้ก้อนอื่นต่อ ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าจะผิดเงื่อนไข ให้คุยกับธนาคารเพื่อขอผ่อนผันเป็นหนังสือก่อนวันสิ้นงวด

ปรับตัวเลขให้ดีขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ตกแต่ง

  • เร่งเก็บลูกหนี้ ทวงตามอายุหนี้ ตั้งเงื่อนไขส่วนลดเงินสดสำหรับลูกค้าที่จ่ายเร็ว และหยุดให้เครดิตเพิ่มกับรายที่ค้างนาน ลูกหนี้ที่เก็บได้เปลี่ยนเป็นเงินสดโดยตรง (ดู ลูกหนี้ค้างนานและหนี้สูญ)
  • ลดสต็อกที่หมุนช้า แยกสินค้าตามมูลค่าและความเร็วในการขาย ตั้งจุดสั่งซื้อใหม่ ระบายของค้าง (ดู บริหารสต็อกแบบ ABC)
  • จับคู่แหล่งเงินกับการใช้เงิน เครื่องจักรและการขยายสาขาไม่ควรจ่ายด้วยเงินกู้ระยะสั้นหรือเงินเบิกเกินบัญชี เพราะหนี้จะถึงกำหนดเร็วกว่าที่สินทรัพย์สร้างเงินสดคืนมา (ดู O/D หรือเงินกู้ระยะสั้น)
  • เจรจาเครดิตเทอมกับซัพพลายเออร์ ช่วยให้เงินสดอยู่กับบริษัทนานขึ้น (ดู เจรจาเครดิตเทอมกับซัพพลายเออร์)

ระวังการตกแต่งตัวเลขช่วงสิ้นงวด เมื่อ Current Ratio สูงกว่า 1 เท่า การเอาเงินสดไปจ่ายเจ้าหนี้ก่อนวันปิดงบจะทำให้อัตราส่วนสูงขึ้นทันที เช่น ไตรมาส 4 ถ้าจ่ายเจ้าหนี้ 500 พันบาท สินทรัพย์หมุนเวียนเหลือ 9,700 หนี้สินหมุนเวียนเหลือ 4,800 Current Ratio ขึ้นเป็น 2.02 เท่า แต่เงินสดเหลือ 100 พันบาท ธนาคารและนักลงทุนที่ดูแนวโน้มรายเดือนจะเห็นเรื่องนี้

เริ่มจากตรงไหน

  1. คำนวณ Current Ratio, Quick Ratio และ Cash Ratio จากงบทุกสิ้นเดือน ย้อนหลังอย่างน้อย 12 เดือน แล้วดูแนวโน้มทั้งสามเส้นพร้อมกัน
  2. เปิดสัญญาเงินกู้ทุกฉบับ จดเงื่อนไขทางการเงินที่ต้องรักษา สูตรที่สัญญาใช้ และรอบที่ต้องรายงาน แล้วตั้งเกณฑ์เตือนของตัวเองให้สูงกว่าเกณฑ์ในสัญญา
  3. ถ้า Quick Ratio ลดลงต่อเนื่อง ดูว่าเงินไปจมที่ลูกหนี้หรือสต็อก แล้วแก้ที่ต้นเหตุ
  4. ทำประมาณการเงินสดล่วงหน้าเพื่อดูว่าเงินจะตึงสัปดาห์ไหน อัตราส่วนเป็นภาพ ณ วันเดียว ส่วนประมาณการบอกเวลา (ดู ประมาณการกระแสเงินสด 13 สัปดาห์)

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการบัญชีสำหรับกิจการใดกิจการหนึ่ง ตรวจสอบมาตรฐานและเอกสารอ้างอิง ณ เดือนตุลาคม 2569 บริษัทและตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างสมมติ เกณฑ์จริงขึ้นกับสัญญาเงินกู้ของแต่ละธนาคาร

แหล่งข้อมูล

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี