คณะกรรมการหลังรับเงินลงทุน: ที่นั่งกรรมการ ผู้สังเกตการณ์ และเรื่องที่ต้องขออนุมัติ

ถือหุ้นเกินครึ่งไม่ได้แปลว่าคุมบอร์ด สรุปกฎหมายกรรมการบริษัทจำกัด ตัวอย่างจัดที่นั่งกรรมการตามรอบ สิทธิของ Board Observer และรายการ Reserved Matters พร้อมจุดที่ควรต่อรอง

ข้อความ 2-2-1 ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างภาพเครือข่ายจุดเชื่อมกันห้าจุดที่มีจุดหนึ่งเป็นสีดำ
ในบทความนี้
  1. กรรมการบริษัทจำกัดตามกฎหมายไทย
  2. ที่นั่งกรรมการ: ออกแบบตามรอบระดมทุน
  3. ผู้สังเกตการณ์ (Board Observer)
  4. เรื่องที่ต้องขออนุมัติ (Reserved Matters)
  5. ทำให้การประชุมกรรมการใช้งานได้
  6. เริ่มจากตรงไหน

หลังปิดรอบระดมทุน ผู้ก่อตั้งส่วนใหญ่ยังถือหุ้นเกินครึ่ง จึงคิดว่ายังคุมบริษัทได้เหมือนเดิม แต่สิ่งที่กำหนดว่าใครตัดสินเรื่องอะไรจริง ๆ อยู่ในสามจุด คือจำนวนที่นั่งในคณะกรรมการ (Board of Directors) สิทธิของผู้สังเกตการณ์ (Board Observer) และรายการเรื่องที่ต้องขออนุมัติจากนักลงทุนก่อนทำ (Reserved Matters) ทั้งสามเรื่องเจรจากันตั้งแต่ Term Sheet และแก้ภายหลังได้ยาก

บทความนี้สรุปหลักของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เรื่องกรรมการบริษัทจำกัดที่ผู้ก่อตั้งควรรู้ก่อนเจรจา ตัวอย่างการจัดที่นั่งกรรมการตามรอบระดมทุน และรายการเรื่องที่ต้องขออนุมัติพร้อมจุดที่ควรต่อรอง

กรรมการบริษัทจำกัดตามกฎหมายไทย

ก่อนตกลงเรื่องที่นั่ง ควรรู้ว่ากฎหมายวางกติกาไว้อย่างไร และข้อไหนข้อบังคับของบริษัทกำหนดให้ต่างได้

  • ที่ประชุมใหญ่เป็นผู้ตั้งและถอนกรรมการ บริษัทจำกัดมีกรรมการคนเดียวหรือหลายคนจัดการตามข้อบังคับ และอยู่ในความครอบงำของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น (มาตรา 1144) และมีแต่ที่ประชุมใหญ่เท่านั้นที่ตั้งหรือถอนกรรมการได้ (มาตรา 1151)
  • กรรมการออกตามวาระหนึ่งในสามทุกปี ในการประชุมสามัญครั้งแรกหลังจดทะเบียนบริษัทและครั้งแรกของทุกปีต่อไป กรรมการต้องออกจากตำแหน่งหนึ่งในสาม (มาตรา 1152) ปีแรกและปีที่สองให้จับสลากถ้ากรรมการไม่ได้ตกลงวิธีอื่นไว้ ปีต่อไปให้คนที่อยู่นานที่สุดออก และกรรมการที่ออกตามวาระเลือกกลับเข้ามาใหม่ได้ (มาตรา 1153)
  • เปลี่ยนกรรมการต้องจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง (มาตรา 1157)
  • องค์ประชุมและการลงมติ กรรมการกำหนดองค์ประชุมเองได้ ถ้าไม่ได้กำหนดและมีกรรมการเกินสามคน ต้องมีกรรมการมาประชุมสามคนจึงเป็นองค์ประชุม (มาตรา 1160) มติถือเสียงข้างมาก ถ้าเสียงเท่ากันประธานออกเสียงชี้ขาด (มาตรา 1161) และกรรมการคนใดก็นัดประชุมกรรมการได้ทุกเมื่อ (มาตรา 1162) กติกาชุดนี้ใช้เมื่อข้อบังคับของบริษัทไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น (มาตรา 1158)
  • หน้าที่ของกรรมการ กรรมการต้องใช้ความระมัดระวังอย่างผู้ทำการค้าที่รอบคอบ และห้ามประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและแข่งขันกับบริษัท ไม่ว่าเพื่อประโยชน์ตนหรือผู้อื่น เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่ยินยอม (มาตรา 1168)
  • แก้ข้อบังคับต้องใช้มติพิเศษ หลังจดทะเบียนบริษัทแล้ว การตั้งข้อบังคับใหม่หรือแก้ไขข้อบังคับต้องลงมติพิเศษ (มาตรา 1145) ซึ่งต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าสามในสี่ของเสียงผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง (มาตรา 1194)

ผลในทางปฏิบัติมีสองข้อ ข้อแรก "สิทธิแต่งตั้งกรรมการ" ที่นักลงทุนได้ในสัญญาผู้ถือหุ้น (Shareholders' Agreement) ไม่ได้ทำให้นักลงทุนตั้งกรรมการเองได้ เพราะกฎหมายให้อำนาจนี้กับที่ประชุมใหญ่ สัญญาจึงต้องเขียนให้ผู้ถือหุ้นทุกคนตกลงลงคะแนนเลือกผู้ที่นักลงทุนเสนอ รวมถึงตอนที่กรรมการคนนั้นออกตามวาระ ข้อสอง เรื่ององค์ประชุมและเสียงชี้ขาดของประธานแก้ได้ด้วยข้อบังคับ ถ้าต้องการกติกาที่ต่างจากกฎหมาย ให้แก้ข้อบังคับพร้อมกับการเพิ่มทุน

ที่นั่งกรรมการ: ออกแบบตามรอบระดมทุน

นักลงทุนรายนำ (Lead Investor) มักขอที่นั่งกรรมการหนึ่งที่ จำนวนที่นั่งรวมจึงเพิ่มขึ้นตามรอบ ตารางนี้เป็นตัวอย่างสมมติของบริษัทหนึ่งที่ระดมทุนสองรอบ

ตัวอย่างสมมติ: ที่นั่งกรรมการตามรอบระดมทุน
ช่วงผู้ก่อตั้งนักลงทุนกรรมการอิสระรวม
ก่อนระดมทุน2——2
หลังรอบ Seed21—3
หลังรอบ Series A2215

สมมติว่าหลังรอบ Series A ผู้ก่อตั้งถือหุ้นรวม 54% นักลงทุนสองรอบรวม 40% และ ESOP 6% ผู้ก่อตั้งยังถือหุ้นเกินครึ่ง แต่มีที่นั่งกรรมการ 2 จาก 5 ที่ หรือ 40% เท่ากับนักลงทุน เสียงชี้ขาดในคณะกรรมการจึงอยู่ที่กรรมการอิสระหนึ่งคน ผู้ก่อตั้งควรมีส่วนเลือกคนนี้ เช่น ให้ผู้ก่อตั้งเสนอชื่อและนักลงทุนให้ความเห็นชอบ

กราฟเทียบสองแถวหลังรอบ Series A ตามตัวอย่างสมมติ แถวสัดส่วนหุ้น ผู้ก่อตั้ง 54% นักลงทุน 40% ESOP 6% แถวที่นั่งกรรมการ ผู้ก่อตั้ง 40% นักลงทุน 40% กรรมการอิสระ 20%
ผู้ก่อตั้งถือหุ้นเกินครึ่งแต่มีที่นั่งกรรมการไม่ถึงครึ่ง เรื่องที่ตัดสินในคณะกรรมการจึงขึ้นกับกรรมการอิสระ

อีกสองจุดที่ควรเขียนให้ชัดในตัวอย่างนี้

  • องค์ประชุม ถ้าข้อบังคับไม่ได้กำหนด กรรมการห้าคนจะมีองค์ประชุมเมื่อมาประชุมสามคน กรรมการฝั่งนักลงทุนสองคนกับกรรมการอิสระจึงประชุมกันได้โดยไม่มีผู้ก่อตั้ง กลับกันก็เช่นกัน วิธีหนึ่งที่ใช้กันคือกำหนดให้องค์ประชุมต้องมีกรรมการจากแต่ละฝั่งอย่างน้อยหนึ่งคน และถ้านัดแล้วไม่ครบ การประชุมครั้งที่นัดใหม่ไม่ต้องมีเงื่อนไขนี้ เพื่อไม่ให้ฝ่ายใดใช้การไม่มาประชุมขวางงาน
  • ประธานกรรมการ กรรมการเลือกประธานกันเองได้ (มาตรา 1163) และประธานมีเสียงชี้ขาดเมื่อเสียงเท่ากัน (มาตรา 1161) ในวันที่กรรมการอิสระไม่มา เสียงอาจเป็นสองต่อสอง ใครเป็นประธานจึงมีผลจริง ถ้าไม่ต้องการให้ประธานมีเสียงชี้ขาด ต้องเขียนไว้ในข้อบังคับ

ผู้สังเกตการณ์ (Board Observer)

นักลงทุนที่ไม่ได้ที่นั่งกรรมการ เช่น นักลงทุนร่วม (Co-investor) หรือนักลงทุนรอบก่อน มักขอสิทธิเข้าฟังการประชุมแทน ผู้สังเกตการณ์ไม่ใช่กรรมการตามกฎหมาย สิทธิทุกอย่างจึงมาจากสัญญา

  • เข้าประชุม ถามและให้ความเห็นได้ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียง และไม่ควรนับเป็นองค์ประชุม
  • ได้รับเอกสารประชุมเท่าที่สัญญากำหนด สัญญาที่ดีกำหนดข้อยกเว้นไว้ เช่น เรื่องที่ขัดกับประโยชน์ของกองทุนที่ส่งผู้สังเกตการณ์มา เรื่องที่บริษัทกำลังเจรจากับนักลงทุนรายนั้นเอง และความเห็นของที่ปรึกษากฎหมาย
  • ไม่มีหน้าที่ของกรรมการตามมาตรา 1168 หน้าที่รักษาความลับจึงต้องเขียนไว้ในสัญญา หรือให้ลงนามสัญญารักษาความลับ (NDA) แยก
  • ไม่ต้องจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพราะไม่ใช่กรรมการ

ผู้สังเกตการณ์ไม่มีเสียงในที่ประชุม แต่ทำให้มีคนในห้องมากขึ้นและข้อมูลออกไปนอกบริษัทได้มากขึ้น ผู้ก่อตั้งควรจำกัดจำนวน เช่น ไม่เกินหนึ่งคนต่อนักลงทุนรายใหญ่ และให้สิทธินี้สิ้นสุดเมื่อนักลงทุนถือหุ้นต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตกลงกัน

เรื่องที่ต้องขออนุมัติ (Reserved Matters)

Reserved Matters คือรายการเรื่องที่บริษัทจะทำได้ก็ต่อเมื่อนักลงทุนให้ความเห็นชอบ ในสัญญาแบบสหรัฐฯ เรียกว่า Protective Provisions เรื่องที่ขอกันบ่อยคือ การออกหุ้นชนิดที่มีสิทธิเหนือกว่าหรือเท่ากับหุ้นของนักลงทุน การแก้ข้อบังคับที่กระทบสิทธิของนักลงทุน การขาย ควบรวม หรือเลิกบริษัท การจ่ายเงินปันผลหรือซื้อหุ้นคืน การกู้ยืมจำนวนมาก การเพิ่มจำนวนกรรมการ และการขยาย ESOP

สัญญาในไทยมักแบ่งเป็นสองระดับ ระดับผู้ถือหุ้นต้องได้ความยินยอมจากนักลงทุนตามสัดส่วนที่กำหนด ระดับคณะกรรมการต้องมีกรรมการฝั่งนักลงทุนออกเสียงเห็นด้วย ตารางนี้เป็นตัวอย่างการแบ่งที่ใช้เป็นจุดเริ่มเจรจาได้

ตัวอย่างการแบ่ง Reserved Matters และจุดที่ผู้ก่อตั้งควรต่อรอง
เรื่องระดับที่อนุมัติจุดที่ควรต่อรอง
แก้ข้อบังคับหรือหนังสือบริคณห์สนธิผู้ถือหุ้นจำกัดเฉพาะการแก้ที่กระทบสิทธิของนักลงทุน
เพิ่มทุน ออกหุ้นชนิดใหม่ผู้ถือหุ้นยกเว้นหุ้น ESOP ที่อนุมัติไว้แล้ว
ขาย ควบรวม หรือเลิกบริษัทผู้ถือหุ้นใช้เสียงข้างมากของนักลงทุนรวมกัน ไม่ใช่ทุกราย
จ่ายเงินปันผล ซื้อหุ้นคืนผู้ถือหุ้นยกเว้นการซื้อหุ้นคืนจากพนักงานที่ลาออกตามแผน ESOP
กู้ยืมหรือค้ำประกันคณะกรรมการกำหนดวงเงิน และยกเว้นรายการที่อยู่ในงบประมาณที่อนุมัติแล้ว
งบประมาณประจำปีคณะกรรมการถ้าไม่อนุมัติภายในกำหนด ใช้งบปีก่อนไปพลาง
จ้างหรือปรับเงินเดือนผู้บริหารระดับสูงคณะกรรมการกำหนดระดับตำแหน่งหรือวงเงินให้ชัด
รายการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกันคณะกรรมการกำหนดวงเงินขั้นต่ำ รายการเล็กไม่ต้องขอ

หลักในการต่อรองมีสี่ข้อ ข้อแรก ใช้ตัวเลขแทนคำกว้าง ๆ เช่น "กู้ยืมเกิน 2 ล้านบาทต่อครั้ง" แทน "การกู้ยืมที่มีนัยสำคัญ" ข้อสอง เรื่องที่อยู่ในงบประมาณที่คณะกรรมการอนุมัติแล้วไม่ต้องขอซ้ำ ข้อสาม ใช้เสียงข้างมากของนักลงทุนรวมกันแทนการให้นักลงทุนแต่ละรายมีสิทธิยับยั้ง ข้อสี่ ให้สิทธิสิ้นสุดเมื่อนักลงทุนถือหุ้นลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ ไม่ให้นักลงทุนที่เหลือหุ้นเพียงเล็กน้อยยังยับยั้งเรื่องใหญ่ได้ (ตัวเลขในข้อแรกเป็นตัวอย่างสมมติ)

ถ้าต้องการให้ Reserved Matters ผูกพันบริษัทด้วย ไม่ใช่เฉพาะผู้ถือหุ้นที่ลงนามในสัญญา นักกฎหมายมักแนะนำให้เขียนลงในข้อบังคับด้วย ซึ่งต้องใช้มติพิเศษตามมาตรา 1145 ควรให้นักกฎหมายตรวจว่าข้อความในสัญญากับข้อบังคับตรงกัน

ทำให้การประชุมกรรมการใช้งานได้

  • กำหนดความถี่ในสัญญา เช่น ประชุมทุกไตรมาส และส่งเอกสารประชุมล่วงหน้าตามจำนวนวันที่ตกลงกัน
  • เอกสารประชุมชุดเดิมทุกครั้ง งบการเงินเทียบงบประมาณ เงินสดคงเหลือและ Runway ตัวชี้วัดหลัก เรื่องที่ขออนุมัติ ใช้ข้อมูลชุดเดียวกับ Investor Update รายเดือน
  • บันทึกมติเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุว่าเรื่องไหนเป็น Reserved Matter และใครออกเสียงอย่างไร เก็บไว้ใน Data Room สำหรับรอบถัดไป
  • ประชุมออนไลน์ให้ถูกกฎหมาย พระราชกำหนดว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563 ใช้กับการประชุมตามกฎหมายทั้งของหน่วยงานรัฐและเอกชน สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) สรุปสิ่งที่ผู้จัดต้องทำ เช่น ให้ผู้เข้าประชุมแสดงตัวตนก่อนประชุม จัดให้ลงคะแนนได้ บันทึกเสียงหรือภาพและเสียงตลอดการประชุม และเก็บข้อมูลการเข้าประชุมไว้เป็นหลักฐาน

เริ่มจากตรงไหน

  1. เปิดข้อบังคับของบริษัท ดูว่ากำหนดองค์ประชุม เสียงชี้ขาดของประธาน และวาระกรรมการไว้อย่างไร หรือใช้ตามกฎหมาย
  2. วาดตารางที่นั่งกรรมการของรอบนี้และรอบถัดไป แล้วเทียบกับ Cap Table ว่าใครมีเสียงชี้ขาดในแต่ละเรื่อง
  3. ตกลงวิธีเลือกกรรมการอิสระและประธานกรรมการให้จบใน Term Sheet
  4. ร่างรายการ Reserved Matters พร้อมวงเงิน ข้อยกเว้น และเงื่อนไขสิ้นสุด ก่อนนักลงทุนส่งร่างของตัวเองมา
  5. ให้นักกฎหมายทำสัญญาผู้ถือหุ้นและข้อบังคับให้ตรงกัน แล้วจดทะเบียนกรรมการใหม่ภายใน 14 วัน

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ตัวบทกฎหมายตรวจสอบ ณ เดือนตุลาคม 2569 บริษัทและตัวเลขในตัวอย่างเป็นตัวอย่างสมมติ ข้อบังคับและสัญญาของแต่ละบริษัทกำหนดต่างกันได้ ควรให้นักกฎหมายตรวจก่อนลงนาม

แหล่งข้อมูล

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี