Anti-dilution และ Pro-rata Rights: เงื่อนไขที่กำหนดสัดส่วนหุ้นในรอบระดมทุนถัดไป

เทียบ Full Ratchet กับ Broad-based Weighted Average ด้วยตัวอย่างรอบลดมูลค่า สูตรของ NVCA สิทธิลงทุนเพิ่มตามสัดส่วน ข้อจำกัดในบริษัทจำกัดไทย และจุดที่ควรต่อรองก่อนเซ็น

ตัวเลข 48.18 ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างวงกลมลายเส้นซ้อนกันสามวงที่เล็กลงทีละขั้น วงในสุดเป็นสีดำมีตัวเลข 56.8%
ในบทความนี้
  1. Anti-dilution ป้องกันอะไร
  2. ตัวอย่างคำนวณ: รอบลดมูลค่า
  3. Pro-rata Rights: สิทธิลงทุนเพิ่มเพื่อรักษาสัดส่วน
  4. ข้อจำกัดเมื่อใช้กับบริษัทจำกัดไทย
  5. จุดที่ควรต่อรอง
  6. เริ่มจากตรงไหน

ใน Term Sheet มีสองเงื่อนไขที่ผู้ก่อตั้งมักอ่านผ่าน ๆ เพราะดูเหมือนไม่มีผลกับรอบที่กำลังปิด คือสิทธิป้องกันการถูกลดสัดส่วน (Anti-dilution) และสิทธิลงทุนเพิ่มตามสัดส่วน (Pro-rata Rights) ทั้งสองข้อไม่เปลี่ยนตัวเลขของรอบนี้เลย แต่จะกำหนดว่ารอบถัดไปใครได้หุ้นเท่าไร และถ้ารอบถัดไประดมทุนได้ที่ราคาต่ำกว่าเดิม ผู้ก่อตั้งจะเสียสัดส่วนมากแค่ไหน

บทความนี้อธิบายสูตรของแต่ละแบบด้วยตัวอย่างตัวเลข ข้อจำกัดเมื่อใช้กับบริษัทจำกัดไทย และจุดที่ควรต่อรองก่อนเซ็น

Anti-dilution ป้องกันอะไร

การถูกลดสัดส่วนจากการออกหุ้นใหม่เป็นเรื่องปกติของทุกรอบ Anti-dilution ไม่ได้ป้องกันเรื่องนั้น สิ่งที่ป้องกันคือกรณีที่บริษัทออกหุ้นใหม่ในราคาต่อหุ้นต่ำกว่าที่นักลงทุนรายเดิมจ่าย หรือที่เรียกว่ารอบลดมูลค่า (Down Round) เมื่อเกิดขึ้น นักลงทุนรายเดิมจะได้รับการชดเชยเป็นหุ้นเพิ่ม ส่วนที่ชดเชยนั้นมาจากสัดส่วนของผู้ถือหุ้นคนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่คือผู้ก่อตั้งและพนักงาน

ในเอกสารต้นแบบของสมาคม National Venture Capital Association (NVCA) ของสหรัฐฯ สิทธินี้เขียนเป็นการปรับราคาแปลงสภาพ (Conversion Price) ของหุ้นบุริมสิทธิ ราคาแปลงสภาพยิ่งต่ำ หุ้นบุริมสิทธิหนึ่งหุ้นยิ่งแปลงเป็นหุ้นสามัญได้มาก มีสองแบบหลัก

Full Ratchet

ราคาแปลงสภาพของนักลงทุนรายเดิมลดลงไปเท่ากับราคาของรอบใหม่ทันที ไม่ว่ารอบใหม่จะออกหุ้นมากหรือน้อยแค่ไหน แม้ออกหุ้นราคาต่ำเพียงไม่กี่หุ้น นักลงทุนรายเดิมก็ได้รับการปรับเต็มจำนวน

Broad-based Weighted Average

ราคาแปลงสภาพลดลงตามน้ำหนักของเงินที่เข้ามาในราคาต่ำเมื่อเทียบกับหุ้นทั้งหมดของบริษัท สูตรในเอกสารต้นแบบของ NVCA คือ

CP2 = CP1 × (A + B) ÷ (A + C)

  • CP1 ราคาแปลงสภาพก่อนออกหุ้นใหม่ CP2 ราคาแปลงสภาพใหม่
  • A จำนวนหุ้นก่อนออกหุ้นใหม่ แบบ Broad-based นับหุ้นสามัญทั้งหมด หุ้นที่จะได้จากการแปลงหุ้นบุริมสิทธิ และหุ้นตามสิทธิซื้อหุ้น (Option) ที่ออกแล้ว
  • B จำนวนหุ้นที่จะได้ถ้าเงินก้อนใหม่ซื้อในราคา CP1 คือเงินที่ได้รับ ÷ CP1
  • C จำนวนหุ้นที่ออกจริงในรอบใหม่

ถ้านับ A แค่บางส่วน เช่นไม่รวมหุ้นตาม Option จะเรียกว่า Narrow-based ซึ่ง A เล็กลงและการปรับแรงขึ้น จึงต้องอ่านนิยามของ A ทุกครั้ง ไม่ใช่ดูแค่ชื่อ

ตัวอย่างคำนวณ: รอบลดมูลค่า

ตัวอย่างสมมติ บริษัทมีหุ้นแบบ Fully Diluted 10,000,000 หุ้น ผู้ก่อตั้งถือ 7,000,000 หุ้น สำรองไว้ให้พนักงาน (ESOP) 1,000,000 หุ้น นักลงทุนรอบ Series A ถือ 2,000,000 หุ้น ซึ่งซื้อมาหุ้นละ 50 บาท รวม 100 ล้านบาท ต่อมาบริษัทระดมทุนเพิ่ม 30 ล้านบาท ในราคาหุ้นละ 30 บาท ได้หุ้นใหม่ 1,000,000 หุ้น

  • Broad-based Weighted Average B = 30,000,000 ÷ 50 = 600,000 หุ้น ราคาแปลงสภาพใหม่ = 50 × (10,000,000 + 600,000) ÷ (10,000,000 + 1,000,000) = 48.18 บาท เงิน 100 ล้านบาทแปลงได้ 2,075,472 หุ้น นักลงทุนรายเดิมได้หุ้นเพิ่ม 75,472 หุ้น
  • Full Ratchet ราคาแปลงสภาพใหม่ = 30 บาท เงิน 100 ล้านบาทแปลงได้ 3,333,333 หุ้น ได้หุ้นเพิ่ม 1,333,333 หุ้น มากกว่าจำนวนหุ้นที่นักลงทุนรายใหม่ได้ทั้งรอบ
สัดส่วนการถือหุ้นหลังรอบลดมูลค่า (ตัวอย่างสมมติ)
ผู้ถือหุ้นไม่มี Anti-dilutionBroad-based Weighted AverageFull Ratchet
ผู้ก่อตั้ง63.6%63.2%56.8%
ESOP9.1%9.0%8.1%
นักลงทุน Series A18.2%18.7%27.0%
นักลงทุนรายใหม่9.1%9.0%8.1%
หุ้นทั้งหมด11,000,00011,075,47212,333,333

แบบ Weighted Average ผู้ก่อตั้งเสียเพิ่มจากกรณีไม่มีสิทธินี้ราว 0.4 จุด แต่แบบ Full Ratchet เสียเพิ่มราว 6.9 จุด นักลงทุนรายใหม่ก็ถูกลดสัดส่วนด้วย จึงอาจขอให้คิดผลของการปรับนี้เข้าไปในราคาที่ตัวเองเสนอ รอบลดมูลค่าที่มี Full Ratchet ค้างอยู่จึงเจรจายากขึ้นอีก

กราฟแท่งซ้อนสามแถวแสดงสัดส่วนหุ้นหลังรอบลดมูลค่า ไม่มี Anti-dilution ผู้ก่อตั้ง 63.6 เปอร์เซ็นต์ นักลงทุน Series A 18.2 เปอร์เซ็นต์ แบบ Broad-based Weighted Average ผู้ก่อตั้ง 63.2 เปอร์เซ็นต์ Series A 18.7 เปอร์เซ็นต์ และแบบ Full Ratchet ผู้ก่อตั้ง 56.8 เปอร์เซ็นต์ Series A 27.0 เปอร์เซ็นต์
Full Ratchet ย้ายหุ้นจากผู้ก่อตั้งไปให้นักลงทุนรายเดิมมากกว่า Weighted Average หลายเท่า ทั้งที่รอบใหม่ระดมเงินเท่ากัน

Pro-rata Rights: สิทธิลงทุนเพิ่มเพื่อรักษาสัดส่วน

Pro-rata Rights ให้นักลงทุนซื้อหุ้นในรอบถัดไปได้ตามสัดส่วนที่ถืออยู่ เพื่อไม่ให้ถูกลดสัดส่วน สูตรง่าย ๆ คือจำนวนหุ้นที่มีสิทธิซื้อ = จำนวนหุ้นที่ออกใหม่ × สัดส่วนที่ถืออยู่ก่อนรอบนั้น ตัวอย่างสมมติ นักลงทุนถือ 2,000,000 หุ้นจาก 10,000,000 หุ้น หรือ 20% ถ้ารอบถัดไปออกหุ้นใหม่ 1,000,000 หุ้น เขามีสิทธิซื้อ 200,000 หุ้น หลังรอบจะถือ 2,200,000 หุ้นจาก 11,000,000 หุ้น เท่ากับ 20% เท่าเดิม

เรื่องที่ต้องตกลงให้ชัดคือ

  • ใครได้สิทธิ บางดีลให้เฉพาะนักลงทุนที่ถือหุ้นเกินเกณฑ์ เพื่อไม่ให้รอบถัดไปมีคนจองหุ้นจำนวนมากจนไม่เหลือที่ให้นักลงทุนนำรอบ
  • นับสัดส่วนอย่างไร นับจากหุ้นที่ออกแล้ว หรือแบบ Fully Diluted ตัวเลขต่างกันเมื่อมี ESOP ก้อนใหญ่
  • Super Pro-rata สิทธิซื้อได้มากกว่าสัดส่วนเดิม ไม่ใช่เงื่อนไขทั่วไป และทำให้รอบถัดไปเหลือหุ้นให้นักลงทุนใหม่น้อยลง
  • เวลาตอบ นักลงทุนต้องตอบภายในกี่วัน ถ้าไม่ตอบถือว่าสละสิทธิ เพื่อไม่ให้การปิดรอบล่าช้า

ข้อจำกัดเมื่อใช้กับบริษัทจำกัดไทย

เอกสารต้นแบบของ NVCA เขียนสำหรับกฎหมายบริษัทของสหรัฐฯ บริษัทจำกัดไทยมีกฎที่ทำให้ต้องเขียนเงื่อนไขทั้งสองข้อต่างออกไป

  • ผู้ถือหุ้นทุกคนมี Pro-rata ตามกฎหมายอยู่แล้ว ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1222 กำหนดให้หุ้นที่ออกใหม่ต้องเสนอให้ผู้ถือหุ้นทุกคนตามส่วนจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ เป็นหนังสือที่ระบุจำนวนหุ้นและวันสุดท้ายที่ต้องตอบ สิ่งที่ข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้น (Shareholders' Agreement) ต้องเขียนจึงเป็นเรื่องว่าใครตกลงสละสิทธิเมื่อมีนักลงทุนรายใหม่ และหุ้นที่ไม่มีคนซื้อจะจัดสรรอย่างไร ดูขั้นตอนใน เพิ่มทุนเพื่อรับเงินนักลงทุน
  • สิทธิของหุ้นบุริมสิทธิแก้ภายหลังไม่ได้ มาตรา 1142 ห้ามแก้ไขบุริมสิทธิที่กำหนดไว้แล้ว กลไกที่ต้องใช้ในอนาคตจึงต้องคิดให้ครบตั้งแต่ออกหุ้น
  • ห้ามออกหุ้นต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ (มาตรา 1105) ถ้าชดเชยนักลงทุนด้วยการออกหุ้นเพิ่ม หุ้นที่ออกต้องมีราคาไม่ต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ และต้องผ่านมติพิเศษกับขั้นตอนเสนอหุ้นตามมาตรา 1222 ผู้ถือหุ้นคนอื่นจึงต้องตกลงสละสิทธิด้วย

เพราะไม่มีกลไกราคาแปลงสภาพสำเร็จรูป ข้อตกลงต้องเขียนว่าจะชดเชยด้วยวิธีใด เช่นบริษัทออกหุ้นเพิ่มให้นักลงทุนรายเดิม หรือผู้ก่อตั้งโอนหุ้นของตัวเองให้ ซึ่งวิธีหลังทำให้ผู้ก่อตั้งรับผลทั้งหมดคนเดียว แทนที่จะเฉลี่ยกับผู้ถือหุ้นทุกคน ให้ทนายความตรวจว่าวิธีที่เลือกทำได้จริงตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท

จุดที่ควรต่อรอง

  1. ขอแบบ Broad-based Weighted Average ไม่ใช่ Full Ratchet และตรวจว่านิยามของ A นับหุ้นแบบ Fully Diluted จริง
  2. ระบุการออกหุ้นที่ไม่ทำให้เกิดการปรับ เช่นหุ้นตามแผน ESOP ที่อนุมัติแล้ว หุ้นจากการแตกหุ้นหรือปันผลเป็นหุ้น และหุ้นที่ออกให้สถาบันการเงินหรือผู้ให้เช่าในดีลกู้ยืมหรือเช่าที่คณะกรรมการอนุมัติ ซึ่งเอกสารต้นแบบของ NVCA เรียกว่า Exempted Securities
  3. ให้นักลงทุนต้องร่วมลงทุนในรอบลดมูลค่าจึงได้รับการปรับ (เงื่อนไขแบบ Pay-to-play) ถ้านักลงทุนต้องการ
  4. ให้สละสิทธิได้ด้วยเสียงข้างมากของนักลงทุน ไม่ใช่ต้องได้ความยินยอมทุกราย เพื่อให้รอบช่วยชีวิตบริษัทปิดได้เร็ว
  5. จำกัด Pro-rata ให้เฉพาะนักลงทุนรายใหญ่ ไม่มี Super Pro-rata และมีเวลาตอบที่ชัดเจน

เริ่มจากตรงไหน

  • ใส่สูตร Anti-dilution ของ Term Sheet ลงในตาราง Cap Table แล้วลองคำนวณรอบลดมูลค่าสมมติ เช่นราคาลดลง 20% และ 40% ดูว่าสัดส่วนของผู้ก่อตั้งเหลือเท่าไร ดูวิธีจัดตารางใน Cap Table ก่อนระดมทุน
  • อ่านเงื่อนไขนี้คู่กับ Liquidation Preference เพราะทั้งสองข้อทำงานพร้อมกันเมื่อบริษัทมีปัญหา
  • ให้ทนายความที่ทำดีลร่วมลงทุนในไทยตรวจว่าข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้นกับข้อบังคับของบริษัทสอดคล้องกัน และทำตามได้จริงในขั้นตอนเพิ่มทุน

บริษัท จำนวนหุ้น และราคาในบทความเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อการอธิบาย บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับดีลใดดีลหนึ่ง

แหล่งข้อมูล

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี