เพิ่มทุนเพื่อรับเงินนักลงทุน: ขั้นตอนออกหุ้นใหม่ของบริษัทจำกัดตามกฎหมายไทย

มติพิเศษสามในสี่ เสนอหุ้นให้ผู้ถือหุ้นเดิมก่อน ขายหุ้นใหม่ให้บุคคลภายนอกตรง ๆ ไม่ได้ ราคาเกินมูลค่าต้องมีข้อความในหนังสือบริคณห์สนธิ และจดทะเบียนภายใน 14 วัน พร้อมตัวอย่างคำนวณ

ตัวเลข 14 ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างปฏิทินลายเส้นที่มีเครื่องหมายถูกครึ่งหนึ่งและช่องหนึ่งเป็นสีดำ
ในบทความนี้
  1. หลักเกณฑ์ที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม
  2. นักลงทุนรายใหม่เข้ามาอย่างไร
  3. ตัวอย่างคำนวณ: ราคาหุ้นและส่วนเกินมูลค่าหุ้น
  4. ขั้นตอนและกำหนดเวลา
  5. เอกสารที่ใช้จดทะเบียนและค่าธรรมเนียม
  6. ข้อผิดพลาดที่ทำให้การปิดรอบสะดุด
  7. เริ่มจากตรงไหน

ตกลง Term Sheet กับนักลงทุนได้แล้วเป็นแค่ครึ่งทาง เงินจะเข้าบริษัทและนักลงทุนจะเป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายได้ก็ต่อเมื่อบริษัทออกหุ้นใหม่ถูกขั้นตอนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าทันกำหนด ขั้นตอนนี้มีจุดที่ผู้ก่อตั้งหลายคนไม่รู้มาก่อน เช่น หุ้นเพิ่มทุนของบริษัทจำกัดขายให้บุคคลภายนอกตรง ๆ ไม่ได้ และการขายหุ้นแพงกว่ามูลค่าที่ตราไว้ต้องมีข้อความอนุญาตในหนังสือบริคณห์สนธิ

บทความนี้ไล่ขั้นตอนการเพิ่มทุนของบริษัทจำกัด (ไม่ใช่บริษัทมหาชน) ตั้งแต่นัดประชุมจนแก้สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น พร้อมตัวอย่างคำนวณราคาหุ้นและส่วนเกินมูลค่าหุ้น และกำหนดเวลาที่ต้องวางแผนไว้ก่อนวันรับเงิน

หลักเกณฑ์ที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม

  • เพิ่มทุนได้ด้วยมติพิเศษเท่านั้น บริษัทจำกัดเพิ่มทุนได้โดยออกหุ้นใหม่ตามมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น (มาตรา 1220) มติพิเศษต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง (มาตรา 1194) ผู้ก่อตั้งที่ถือหุ้นรวมกันไม่ถึง 75% จึงต้องได้เสียงจากผู้ถือหุ้นคนอื่นด้วย
  • หุ้นใหม่ต้องเสนอให้ผู้ถือหุ้นเดิมก่อน ตามสัดส่วนที่ถืออยู่ เป็นหนังสือที่ระบุจำนวนหุ้นที่แต่ละคนมีสิทธิซื้อและวันสุดท้ายที่ต้องตอบ ใครไม่ตอบภายในกำหนดถือว่าไม่ซื้อ (มาตรา 1222)
  • หุ้นที่เหลือขายให้ผู้ถือหุ้นคนอื่นหรือกรรมการรับซื้อไว้เอง คู่มือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเขียนไว้ชัดว่า "หุ้นที่ออกใหม่จะขายให้แก่บุคคลภายนอกไม่ได้"
  • ออกหุ้นในมูลค่าที่ตราไว้เดิม ถ้าต้องการมูลค่าหุ้นใหม่ ต้องแก้หนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 (แปลงมูลค่าหุ้น) ก่อน ซึ่งพิจารณาในการประชุมครั้งเดียวกันได้ มูลค่าหุ้นต้องไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท (มาตรา 1117)
  • ห้ามขายต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ ส่วนการขายสูงกว่ามูลค่าทำได้เฉพาะเมื่อหนังสือบริคณห์สนธิอนุญาตไว้ และส่วนเกินต้องชำระพร้อมค่าหุ้นงวดแรก ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น (มาตรา 1105)
  • ชำระด้วยสิ่งอื่นนอกจากเงินต้องมีมติพิเศษ เช่น นำทรัพย์สินหรือแรงงานมาตีเป็นค่าหุ้น ต้องลงมติพิเศษและระบุรายละเอียดของสิ่งที่นำมาชำระ (มาตรา 1221)
  • ห้ามชี้ชวนประชาชนให้ซื้อหุ้น (มาตรา 1102) การระดมทุนของบริษัทจำกัดจึงทำกับนักลงทุนที่เจรจากันเป็นราย ๆ

นักลงทุนรายใหม่เข้ามาอย่างไร

เมื่อหุ้นเพิ่มทุนขายได้เฉพาะผู้ถือหุ้น นักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้นต้องเป็นผู้ถือหุ้นก่อนวันที่กรรมการขายหุ้นส่วนที่เหลือ ทางหนึ่งที่ทำได้ภายใต้กฎหมายคือรับโอนหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิม การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อต้องทำเป็นหนังสือ ผู้โอนและผู้รับโอนลงลายมือชื่อ มีพยานรับรองอย่างน้อยหนึ่งคน แล้วลงชื่อผู้รับโอนในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น (มาตรา 1129) ถ้าข้อบังคับของบริษัทกำหนดให้การโอนต้องได้รับอนุมัติจากกรรมการ ก็ต้องทำตามนั้นด้วย

จากนั้นผู้ถือหุ้นเดิมที่ไม่ต้องการซื้อหุ้นใหม่ทำหนังสือปฏิเสธการซื้อ กรรมการจึงขายหุ้นส่วนนั้นให้นักลงทุนซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นแล้วได้ ลำดับนี้ควรเขียนลงใน Term Sheet และสัญญาลงทุนตั้งแต่แรก และให้นักกฎหมายตรวจกับข้อบังคับของบริษัท เพราะบางบริษัทมีข้อกำหนดเรื่องการโอนหุ้นหรือการประชุมเพิ่มจากที่กฎหมายกำหนด

ตัวอย่างคำนวณ: ราคาหุ้นและส่วนเกินมูลค่าหุ้น

ตัวอย่างสมมติ บริษัทมีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท แบ่งเป็น 100,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท ชำระเต็มแล้ว นักลงทุนตกลงลงเงิน 5,000,000 บาท แลกกับหุ้น 20% หลังเพิ่มทุน

หุ้นใหม่ = หุ้นเดิม × สัดส่วนนักลงทุน ÷ (1 − สัดส่วนนักลงทุน) = 100,000 × 0.20 ÷ 0.80 = 25,000 หุ้น
ราคาต่อหุ้น = เงินลงทุน ÷ หุ้นใหม่ = 5,000,000 ÷ 25,000 = 200 บาท
ส่วนเกินมูลค่าหุ้น = (200 − 10) × 25,000 = 4,750,000 บาท

ทุนและหุ้นก่อนและหลังเพิ่มทุน (ตัวอย่างสมมติ)
รายการก่อนเพิ่มทุนหลังเพิ่มทุน
จำนวนหุ้น100,000125,000
ทุนจดทะเบียน (มูลค่าหุ้น 10 บาท)1,000,000 บาท1,250,000 บาท
ส่วนเกินมูลค่าหุ้น—4,750,000 บาท
เงินที่นักลงทุนจ่ายรวม—5,000,000 บาท
สัดส่วนผู้ก่อตั้งรวม100%80%
สัดส่วนนักลงทุน—20%

สิ่งที่ต้องเห็นจากตัวเลขนี้มีสามข้อ ข้อแรก ทุนจดทะเบียนเพิ่มแค่ 250,000 บาท เงินอีก 4,750,000 บาทเป็นส่วนเกินมูลค่าหุ้น บริษัทจะขายหุ้นราคา 200 บาทได้ก็ต่อเมื่อหนังสือบริคณห์สนธิอนุญาตให้ออกหุ้นสูงกว่ามูลค่า ถ้าไม่มีข้อความนี้ต้องแก้ก่อน ข้อสอง ส่วนเกินมูลค่าหุ้นต้องจ่ายพร้อมค่าหุ้นงวดแรก ในทางปฏิบัตินักลงทุนจ่ายเต็มจำนวนครั้งเดียวอยู่แล้ว ข้อสาม ตัวอย่างนี้ยังไม่นับหุ้นจำนวนเล็กน้อยที่นักลงทุนรับโอนมาก่อน ถ้ารับโอนมา สัดส่วนสุดท้ายต้องคำนวณรวมหุ้นส่วนนั้นด้วย

ขั้นตอนและกำหนดเวลา

  1. ส่งหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น ทางไปรษณีย์ตอบรับหรือส่งมอบถึงตัวผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียน การประชุมเพื่อลงมติพิเศษต้องส่งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วัน และระบุข้อความที่จะเสนอให้ลงมติ (มาตรา 1175) ต้องลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์เฉพาะเมื่อบริษัทมีใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ หรือข้อบังคับกำหนดไว้ ระยะเวลาเริ่มนับวันถัดจากวันที่ส่ง และประชุมได้ในวันถัดจากวันครบกำหนด
  2. ประชุมและลงมติพิเศษ ให้เพิ่มทุน จำนวนหุ้นที่เพิ่ม และแก้หนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 (ทุน) ถ้าจะออกหุ้นบุริมสิทธิ์ กำหนดสิทธิให้ชัดในมติเดียวกัน เพราะสิทธิของหุ้นบุริมสิทธิ์ที่ออกไปแล้วแก้ไขภายหลังไม่ได้ (มาตรา 1142)
  3. เสนอหุ้นใหม่ให้ผู้ถือหุ้นเดิม เป็นหนังสือที่ลงวันที่และกรรมการลงลายมือชื่อ (มาตรา 1223) เก็บหนังสือตอบรับหรือหนังสือปฏิเสธไว้ทุกฉบับ
  4. รับชำระค่าหุ้นและออกหลักฐาน ให้นักลงทุนโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของบริษัท ไม่ใช่บัญชีของกรรมการ แล้วบริษัทออกหลักฐานการรับชำระค่าหุ้น ซึ่งต้องใช้ตอนจดทะเบียน
  5. ยื่นจดทะเบียนภายใน 14 วันนับจากวันลงมติ (มาตรา 1228) ถ้าขายหุ้นได้ครบในคราวเดียว ยื่นจดทะเบียนมติพิเศษ เพิ่มทุน และแก้หนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 พร้อมกัน ถ้าขายเป็นคราว ๆ ยื่นมติพิเศษภายใน 14 วันก่อน แล้วจดทะเบียนเพิ่มทุนตามจำนวนที่ขายได้ ยื่นได้ที่สำนักงานของกรม สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือระบบ DBD Biz Regist
  6. แก้สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและ Cap Table ให้ตรงกับที่จดทะเบียน และใช้ข้อมูลชุดเดียวกันตอนส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) รอบถัดไป
แผนเวลา 30 วันของการเพิ่มทุน วันที่ 1 ส่งหนังสือนัดประชุมและรอครบ 14 วัน วันที่ 2 ถึง 8 นักลงทุนรับโอนหุ้นเดิม วันที่ 16 ประชุมลงมติพิเศษ วันที่ 17 ถึง 21 เสนอหุ้นและรับหนังสือปฏิเสธ วันที่ 22 ถึง 24 รับชำระค่าหุ้น วันที่ 25 ถึง 28 ยื่นจดทะเบียน ซึ่งต้องเสร็จภายในวันที่ 30 วันที่ 29 ถึง 30 แก้สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น
เส้นตายที่ขยับไม่ได้มีสองจุด คือหนังสือนัดประชุมล่วงหน้า 14 วัน และจดทะเบียนภายใน 14 วันหลังลงมติ ถ้าเงินเข้าช้า งานทุกอย่างหลังวันประชุมต้องเสร็จในช่วงนี้

เอกสารที่ใช้จดทะเบียนและค่าธรรมเนียม

ตามคู่มือการจดทะเบียนมติพิเศษเพิ่มทุนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เอกสารหลักมีดังนี้

  • คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1) และแบบคำรับรองการจดทะเบียน
  • รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมและมติพิเศษ (แบบ บอจ.4)
  • หนังสือบริคณห์สนธิฉบับแก้ไข ติดอากรแสตมป์ 50 บาท
  • สำเนาหลักฐานการรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนที่บริษัทออกให้ผู้ถือหุ้น
  • หนังสือชี้แจงสิทธิของหุ้นบุริมสิทธิ์ เฉพาะกรณีออกหุ้นบุริมสิทธิ์และข้อบังคับไม่ได้กำหนดชนิดหุ้นไว้
  • สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอ และหนังสือมอบอำนาจถ้ามี
  • ถ้าการเพิ่มทุนทำให้ทุนจดทะเบียนเกิน 5 ล้านบาท ต้องส่งเอกสารเพิ่มตามคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางที่ 1/2567 กรณีชำระเป็นเงิน ตัวอย่างหนังสือของกรมคือหนังสือรับรองของกรรมการว่าเงินตามหลักฐานจากธนาคารที่แนบมาเป็นค่าหุ้น

ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนเพิ่มทุนบริษัทจำกัดตามคู่มือของกรมคือ 500 บาท หนังสือรับรองรายการละ 40 บาท และรับรองสำเนาเอกสารหน้าละ 50 บาท

ข้อผิดพลาดที่ทำให้การปิดรอบสะดุด

  • ให้นักลงทุนโอนเงินก่อนมีมติ เงินเข้ามาแต่ยังไม่มีหุ้นรองรับ บัญชีต้องบันทึกเป็นเงินรับล่วงหน้าค่าหุ้น และถ้าขั้นตอนไม่จบ ต้องคืนเงินกันอีกรอบ
  • หนังสือบริคณห์สนธิไม่อนุญาตให้ขายหุ้นเกินมูลค่า รู้ตัวในวันประชุม แล้วต้องเพิ่มวาระแก้ไข ซึ่งอาจต้องนัดประชุมใหม่
  • นับวันผิด นับวันส่งหนังสือเป็นวันแรก หรือยื่นจดทะเบียนเกิน 14 วันหลังลงมติ
  • ไม่มีหนังสือปฏิเสธจากผู้ถือหุ้นเดิม นักลงทุนจะขอเอกสารนี้ตอน Due Diligence เพื่อยืนยันว่าหุ้นที่ซื้อไม่มีใครโต้แย้งสิทธิได้
  • ลืมแก้สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น หนังสือรับรองบริษัทเปลี่ยนแล้ว แต่ทะเบียนภายในยังเป็นของเดิม ทำให้ Cap Table กับเอกสารทางกฎหมายไม่ตรงกัน

เริ่มจากตรงไหน

  1. เปิดหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ ดูว่ามีข้อความอนุญาตให้ออกหุ้นเกินมูลค่า ข้อกำหนดการโอนหุ้น และระยะเวลานัดประชุมที่ต่างจากกฎหมายหรือไม่
  2. คำนวณจำนวนหุ้นใหม่ ราคาต่อหุ้น และสัดส่วนหลังเพิ่มทุนจาก Term Sheet ให้ตรงกับมูลค่าหุ้นที่จดทะเบียนไว้ (ดู อ่าน Term Sheet ให้เข้าใจ)
  3. นับวันย้อนจากวันที่ต้องการรับเงิน วางวันส่งหนังสือนัดประชุม วันประชุม และวันยื่นจดทะเบียน ให้ทุกขั้นอยู่ในกรอบ 14 วันทั้งสองช่วง
  4. ตกลงกับผู้ถือหุ้นเดิมล่วงหน้าว่าใครจะใช้สิทธิซื้อหุ้นใหม่และใครจะสละสิทธิ แล้วเตรียมหนังสือให้ลงนาม
  5. หลังจดทะเบียน แก้สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและ Cap Table วันเดียวกัน แล้วเก็บมติ หนังสือเสนอ หนังสือปฏิเสธ และหลักฐานการรับเงินไว้ใน Data Room สำหรับรอบถัดไป

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ข้อกฎหมาย แบบฟอร์ม และค่าธรรมเนียมตรวจสอบ ณ เดือนตุลาคม 2569 บริษัทและตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างสมมติ ข้อบังคับของแต่ละบริษัทอาจกำหนดเพิ่มจากที่กล่าวไว้ ควรให้นักกฎหมายวางขั้นตอนก่อนรับเงินลงทุน

แหล่งข้อมูล

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี