เพิ่มทุนเพื่อรับเงินนักลงทุน: ขั้นตอนออกหุ้นใหม่ของบริษัทจำกัดตามกฎหมายไทย
มติพิเศษสามในสี่ เสนอหุ้นให้ผู้ถือหุ้นเดิมก่อน ขายหุ้นใหม่ให้บุคคลภายนอกตรง ๆ ไม่ได้ ราคาเกินมูลค่าต้องมีข้อความในหนังสือบริคณห์สนธิ และจดทะเบียนภายใน 14 วัน พร้อมตัวอย่างคำนวณ
ในบทความนี้
ตกลง Term Sheet กับนักลงทุนได้แล้วเป็นแค่ครึ่งทาง เงินจะเข้าบริษัทและนักลงทุนจะเป็นผู้ถือหุ้นตามกฎหมายได้ก็ต่อเมื่อบริษัทออกหุ้นใหม่ถูกขั้นตอนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าทันกำหนด ขั้นตอนนี้มีจุดที่ผู้ก่อตั้งหลายคนไม่รู้มาก่อน เช่น หุ้นเพิ่มทุนของบริษัทจำกัดขายให้บุคคลภายนอกตรง ๆ ไม่ได้ และการขายหุ้นแพงกว่ามูลค่าที่ตราไว้ต้องมีข้อความอนุญาตในหนังสือบริคณห์สนธิ
บทความนี้ไล่ขั้นตอนการเพิ่มทุนของบริษัทจำกัด (ไม่ใช่บริษัทมหาชน) ตั้งแต่นัดประชุมจนแก้สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น พร้อมตัวอย่างคำนวณราคาหุ้นและส่วนเกินมูลค่าหุ้น และกำหนดเวลาที่ต้องวางแผนไว้ก่อนวันรับเงิน
หลักเกณฑ์ที่ต้องรู้ก่อนเริ่ม
- เพิ่มทุนได้ด้วยมติพิเศษเท่านั้น บริษัทจำกัดเพิ่มทุนได้โดยออกหุ้นใหม่ตามมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น (มาตรา 1220) มติพิเศษต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง (มาตรา 1194) ผู้ก่อตั้งที่ถือหุ้นรวมกันไม่ถึง 75% จึงต้องได้เสียงจากผู้ถือหุ้นคนอื่นด้วย
- หุ้นใหม่ต้องเสนอให้ผู้ถือหุ้นเดิมก่อน ตามสัดส่วนที่ถืออยู่ เป็นหนังสือที่ระบุจำนวนหุ้นที่แต่ละคนมีสิทธิซื้อและวันสุดท้ายที่ต้องตอบ ใครไม่ตอบภายในกำหนดถือว่าไม่ซื้อ (มาตรา 1222)
- หุ้นที่เหลือขายให้ผู้ถือหุ้นคนอื่นหรือกรรมการรับซื้อไว้เอง คู่มือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเขียนไว้ชัดว่า "หุ้นที่ออกใหม่จะขายให้แก่บุคคลภายนอกไม่ได้"
- ออกหุ้นในมูลค่าที่ตราไว้เดิม ถ้าต้องการมูลค่าหุ้นใหม่ ต้องแก้หนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 (แปลงมูลค่าหุ้น) ก่อน ซึ่งพิจารณาในการประชุมครั้งเดียวกันได้ มูลค่าหุ้นต้องไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท (มาตรา 1117)
- ห้ามขายต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ ส่วนการขายสูงกว่ามูลค่าทำได้เฉพาะเมื่อหนังสือบริคณห์สนธิอนุญาตไว้ และส่วนเกินต้องชำระพร้อมค่าหุ้นงวดแรก ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น (มาตรา 1105)
- ชำระด้วยสิ่งอื่นนอกจากเงินต้องมีมติพิเศษ เช่น นำทรัพย์สินหรือแรงงานมาตีเป็นค่าหุ้น ต้องลงมติพิเศษและระบุรายละเอียดของสิ่งที่นำมาชำระ (มาตรา 1221)
- ห้ามชี้ชวนประชาชนให้ซื้อหุ้น (มาตรา 1102) การระดมทุนของบริษัทจำกัดจึงทำกับนักลงทุนที่เจรจากันเป็นราย ๆ
นักลงทุนรายใหม่เข้ามาอย่างไร
เมื่อหุ้นเพิ่มทุนขายได้เฉพาะผู้ถือหุ้น นักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้นต้องเป็นผู้ถือหุ้นก่อนวันที่กรรมการขายหุ้นส่วนที่เหลือ ทางหนึ่งที่ทำได้ภายใต้กฎหมายคือรับโอนหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิม การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อต้องทำเป็นหนังสือ ผู้โอนและผู้รับโอนลงลายมือชื่อ มีพยานรับรองอย่างน้อยหนึ่งคน แล้วลงชื่อผู้รับโอนในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น (มาตรา 1129) ถ้าข้อบังคับของบริษัทกำหนดให้การโอนต้องได้รับอนุมัติจากกรรมการ ก็ต้องทำตามนั้นด้วย
จากนั้นผู้ถือหุ้นเดิมที่ไม่ต้องการซื้อหุ้นใหม่ทำหนังสือปฏิเสธการซื้อ กรรมการจึงขายหุ้นส่วนนั้นให้นักลงทุนซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นแล้วได้ ลำดับนี้ควรเขียนลงใน Term Sheet และสัญญาลงทุนตั้งแต่แรก และให้นักกฎหมายตรวจกับข้อบังคับของบริษัท เพราะบางบริษัทมีข้อกำหนดเรื่องการโอนหุ้นหรือการประชุมเพิ่มจากที่กฎหมายกำหนด
ตัวอย่างคำนวณ: ราคาหุ้นและส่วนเกินมูลค่าหุ้น
ตัวอย่างสมมติ บริษัทมีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท แบ่งเป็น 100,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท ชำระเต็มแล้ว นักลงทุนตกลงลงเงิน 5,000,000 บาท แลกกับหุ้น 20% หลังเพิ่มทุน
หุ้นใหม่ = หุ้นเดิม × สัดส่วนนักลงทุน ÷ (1 − สัดส่วนนักลงทุน) = 100,000 × 0.20 ÷ 0.80 = 25,000 หุ้น
ราคาต่อหุ้น = เงินลงทุน ÷ หุ้นใหม่ = 5,000,000 ÷ 25,000 = 200 บาท
ส่วนเกินมูลค่าหุ้น = (200 − 10) × 25,000 = 4,750,000 บาท
| รายการ | ก่อนเพิ่มทุน | หลังเพิ่มทุน |
|---|---|---|
| จำนวนหุ้น | 100,000 | 125,000 |
| ทุนจดทะเบียน (มูลค่าหุ้น 10 บาท) | 1,000,000 บาท | 1,250,000 บาท |
| ส่วนเกินมูลค่าหุ้น | — | 4,750,000 บาท |
| เงินที่นักลงทุนจ่ายรวม | — | 5,000,000 บาท |
| สัดส่วนผู้ก่อตั้งรวม | 100% | 80% |
| สัดส่วนนักลงทุน | — | 20% |
สิ่งที่ต้องเห็นจากตัวเลขนี้มีสามข้อ ข้อแรก ทุนจดทะเบียนเพิ่มแค่ 250,000 บาท เงินอีก 4,750,000 บาทเป็นส่วนเกินมูลค่าหุ้น บริษัทจะขายหุ้นราคา 200 บาทได้ก็ต่อเมื่อหนังสือบริคณห์สนธิอนุญาตให้ออกหุ้นสูงกว่ามูลค่า ถ้าไม่มีข้อความนี้ต้องแก้ก่อน ข้อสอง ส่วนเกินมูลค่าหุ้นต้องจ่ายพร้อมค่าหุ้นงวดแรก ในทางปฏิบัตินักลงทุนจ่ายเต็มจำนวนครั้งเดียวอยู่แล้ว ข้อสาม ตัวอย่างนี้ยังไม่นับหุ้นจำนวนเล็กน้อยที่นักลงทุนรับโอนมาก่อน ถ้ารับโอนมา สัดส่วนสุดท้ายต้องคำนวณรวมหุ้นส่วนนั้นด้วย
ขั้นตอนและกำหนดเวลา
- ส่งหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น ทางไปรษณีย์ตอบรับหรือส่งมอบถึงตัวผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียน การประชุมเพื่อลงมติพิเศษต้องส่งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วัน และระบุข้อความที่จะเสนอให้ลงมติ (มาตรา 1175) ต้องลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์เฉพาะเมื่อบริษัทมีใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ หรือข้อบังคับกำหนดไว้ ระยะเวลาเริ่มนับวันถัดจากวันที่ส่ง และประชุมได้ในวันถัดจากวันครบกำหนด
- ประชุมและลงมติพิเศษ ให้เพิ่มทุน จำนวนหุ้นที่เพิ่ม และแก้หนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 (ทุน) ถ้าจะออกหุ้นบุริมสิทธิ์ กำหนดสิทธิให้ชัดในมติเดียวกัน เพราะสิทธิของหุ้นบุริมสิทธิ์ที่ออกไปแล้วแก้ไขภายหลังไม่ได้ (มาตรา 1142)
- เสนอหุ้นใหม่ให้ผู้ถือหุ้นเดิม เป็นหนังสือที่ลงวันที่และกรรมการลงลายมือชื่อ (มาตรา 1223) เก็บหนังสือตอบรับหรือหนังสือปฏิเสธไว้ทุกฉบับ
- รับชำระค่าหุ้นและออกหลักฐาน ให้นักลงทุนโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของบริษัท ไม่ใช่บัญชีของกรรมการ แล้วบริษัทออกหลักฐานการรับชำระค่าหุ้น ซึ่งต้องใช้ตอนจดทะเบียน
- ยื่นจดทะเบียนภายใน 14 วันนับจากวันลงมติ (มาตรา 1228) ถ้าขายหุ้นได้ครบในคราวเดียว ยื่นจดทะเบียนมติพิเศษ เพิ่มทุน และแก้หนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 พร้อมกัน ถ้าขายเป็นคราว ๆ ยื่นมติพิเศษภายใน 14 วันก่อน แล้วจดทะเบียนเพิ่มทุนตามจำนวนที่ขายได้ ยื่นได้ที่สำนักงานของกรม สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือระบบ DBD Biz Regist
- แก้สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและ Cap Table ให้ตรงกับที่จดทะเบียน และใช้ข้อมูลชุดเดียวกันตอนส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) รอบถัดไป
เอกสารที่ใช้จดทะเบียนและค่าธรรมเนียม
ตามคู่มือการจดทะเบียนมติพิเศษเพิ่มทุนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เอกสารหลักมีดังนี้
- คำขอจดทะเบียนบริษัทจำกัด (แบบ บอจ.1) และแบบคำรับรองการจดทะเบียน
- รายการจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมและมติพิเศษ (แบบ บอจ.4)
- หนังสือบริคณห์สนธิฉบับแก้ไข ติดอากรแสตมป์ 50 บาท
- สำเนาหลักฐานการรับชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนที่บริษัทออกให้ผู้ถือหุ้น
- หนังสือชี้แจงสิทธิของหุ้นบุริมสิทธิ์ เฉพาะกรณีออกหุ้นบุริมสิทธิ์และข้อบังคับไม่ได้กำหนดชนิดหุ้นไว้
- สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอ และหนังสือมอบอำนาจถ้ามี
- ถ้าการเพิ่มทุนทำให้ทุนจดทะเบียนเกิน 5 ล้านบาท ต้องส่งเอกสารเพิ่มตามคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางที่ 1/2567 กรณีชำระเป็นเงิน ตัวอย่างหนังสือของกรมคือหนังสือรับรองของกรรมการว่าเงินตามหลักฐานจากธนาคารที่แนบมาเป็นค่าหุ้น
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนเพิ่มทุนบริษัทจำกัดตามคู่มือของกรมคือ 500 บาท หนังสือรับรองรายการละ 40 บาท และรับรองสำเนาเอกสารหน้าละ 50 บาท
ข้อผิดพลาดที่ทำให้การปิดรอบสะดุด
- ให้นักลงทุนโอนเงินก่อนมีมติ เงินเข้ามาแต่ยังไม่มีหุ้นรองรับ บัญชีต้องบันทึกเป็นเงินรับล่วงหน้าค่าหุ้น และถ้าขั้นตอนไม่จบ ต้องคืนเงินกันอีกรอบ
- หนังสือบริคณห์สนธิไม่อนุญาตให้ขายหุ้นเกินมูลค่า รู้ตัวในวันประชุม แล้วต้องเพิ่มวาระแก้ไข ซึ่งอาจต้องนัดประชุมใหม่
- นับวันผิด นับวันส่งหนังสือเป็นวันแรก หรือยื่นจดทะเบียนเกิน 14 วันหลังลงมติ
- ไม่มีหนังสือปฏิเสธจากผู้ถือหุ้นเดิม นักลงทุนจะขอเอกสารนี้ตอน Due Diligence เพื่อยืนยันว่าหุ้นที่ซื้อไม่มีใครโต้แย้งสิทธิได้
- ลืมแก้สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น หนังสือรับรองบริษัทเปลี่ยนแล้ว แต่ทะเบียนภายในยังเป็นของเดิม ทำให้ Cap Table กับเอกสารทางกฎหมายไม่ตรงกัน
เริ่มจากตรงไหน
- เปิดหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ ดูว่ามีข้อความอนุญาตให้ออกหุ้นเกินมูลค่า ข้อกำหนดการโอนหุ้น และระยะเวลานัดประชุมที่ต่างจากกฎหมายหรือไม่
- คำนวณจำนวนหุ้นใหม่ ราคาต่อหุ้น และสัดส่วนหลังเพิ่มทุนจาก Term Sheet ให้ตรงกับมูลค่าหุ้นที่จดทะเบียนไว้ (ดู อ่าน Term Sheet ให้เข้าใจ)
- นับวันย้อนจากวันที่ต้องการรับเงิน วางวันส่งหนังสือนัดประชุม วันประชุม และวันยื่นจดทะเบียน ให้ทุกขั้นอยู่ในกรอบ 14 วันทั้งสองช่วง
- ตกลงกับผู้ถือหุ้นเดิมล่วงหน้าว่าใครจะใช้สิทธิซื้อหุ้นใหม่และใครจะสละสิทธิ แล้วเตรียมหนังสือให้ลงนาม
- หลังจดทะเบียน แก้สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและ Cap Table วันเดียวกัน แล้วเก็บมติ หนังสือเสนอ หนังสือปฏิเสธ และหลักฐานการรับเงินไว้ใน Data Room สำหรับรอบถัดไป
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ข้อกฎหมาย แบบฟอร์ม และค่าธรรมเนียมตรวจสอบ ณ เดือนตุลาคม 2569 บริษัทและตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างสมมติ ข้อบังคับของแต่ละบริษัทอาจกำหนดเพิ่มจากที่กล่าวไว้ ควรให้นักกฎหมายวางขั้นตอนก่อนรับเงินลงทุน
แหล่งข้อมูล
- การจดทะเบียนมติพิเศษเพิ่มทุน เพิ่มทุน และแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 5 (ทุน) — กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ตัวอย่างหนังสือรับรองตามคำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางที่ 1/2567 — กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1220 (การเพิ่มทุน) — Thai Law Online
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1222 (เสนอหุ้นใหม่ให้ผู้ถือหุ้นเดิม) — Thai Law Online
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1228 (จดทะเบียนภายใน 14 วัน) — Thai Law Online
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1105 (ออกหุ้นเกินมูลค่า) — Thai Law Online
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1175 (การนัดประชุมผู้ถือหุ้น) — Thai Law Online
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1194 (มติพิเศษ) — Thai Law Online
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 (การโอนหุ้น) — รวบรวมโดย Legardy