รายจ่ายที่หักภาษีได้ 2 เท่า: สิทธิที่ SME ยังใช้ได้และลดภาษีได้จริงเท่าไร

ค่าจ้างผู้สูงอายุ คนพิการ ค่าฝึกอบรม และระบบ e-Tax หักได้ 2 เท่า แต่มีค่าเป็นเงินตามขั้นภาษี สรุปเงื่อนไขจากแหล่งทางการ ตัวอย่างคำนวณ และกำหนดแจ้งข้อมูลที่ทำให้เสียสิทธิ

ตัวเลข 2× ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างกราฟแท่งลายเส้นสามแท่งที่สูงขึ้นตามลำดับ แท่งสุดท้ายเป็นสีดำ
ในบทความนี้
  1. หักได้ 2 เท่า ช่วยลดภาษีได้เท่าไร
  2. มาตรการที่ใช้ได้และเงื่อนไขหลัก
  3. ใช้สิทธิอย่างไร
  4. ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียสิทธิ
  5. เริ่มจากตรงไหน

รายจ่ายบางประเภทของบริษัทหักภาษีได้มากกว่าที่จ่ายจริง เช่น ค่าจ้างลูกจ้างอายุ 60 ปีขึ้นไป ค่าจ้างคนพิการ ค่าส่งพนักงานไปฝึกอบรม และค่าระบบ e-Tax Invoice ทั้งหมดนี้กฎหมายให้หักได้รวม 2 เท่าของที่จ่าย แต่หลายบริษัทไม่ได้ใช้สิทธิ เพราะไม่รู้ว่ามีมาตรการ ไม่ได้เก็บเอกสาร หรือพลาดกำหนดแจ้งข้อมูล

บทความนี้อธิบายว่าการหักรายจ่ายเพิ่มช่วยลดภาษีได้เท่าไรจริง รวบรวมมาตรการที่ตรวจกับแหล่งทางการแล้ว พร้อมเงื่อนไขที่มักทำให้เสียสิทธิ และสิ่งที่ต้องเตรียมก่อนปิดงบปีนี้

หักได้ 2 เท่า ช่วยลดภาษีได้เท่าไร

ในพระราชกฤษฎีกา กฎหมายเขียนว่า "ยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวนร้อยละหนึ่งร้อยของรายจ่าย" ผลคือบริษัทหักรายจ่ายตามปกติได้ 1 เท่า แล้วหักส่วนที่ยกเว้นได้อีก 1 เท่า รวมเป็น 2 เท่า ส่วนที่หักเพิ่มทำให้กำไรสุทธิทางภาษีลดลง ภาษีจึงลดลงตามอัตราภาษีของขั้นที่กำไรตกอยู่

ภาษีที่ลดลง = ส่วนที่หักเพิ่ม × อัตราภาษีของขั้นที่กำไรสุทธิตกอยู่

บริษัทที่มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลแบบขั้นบันได กำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาทได้รับยกเว้น ส่วนที่เกิน 300,000 บาทถึง 3,000,000 บาทเสีย 15% และส่วนที่เกิน 3,000,000 บาทเสีย 20% บริษัทอื่นเสีย 20%

ตัวอย่างสมมติ บริษัทจ้างลูกจ้างอายุ 62 ปี ค่าจ้างเดือนละ 12,000 บาท ตลอด 12 เดือน รวม 144,000 บาท ถ้าเข้าเงื่อนไข บริษัทหักได้เพิ่มอีก 144,000 บาท ภาษีที่ลดลงขึ้นกับว่ากำไรของบริษัทอยู่ขั้นไหน

ภาษีที่ลดลงจากการหักเพิ่ม 144,000 บาท (ตัวอย่างสมมติ)
กำไรสุทธิของบริษัทอัตราภาษีของขั้นภาษีที่ลดลง
ไม่เกิน 300,000 บาท (SME)0%0 บาท
อยู่ในช่วง 300,000–3,000,000 บาท (SME)15%21,600 บาท
เกิน 3,000,000 บาท หรือบริษัททั่วไป20%28,800 บาท
กราฟแท่งภาษีที่ลดลงจากการหักค่าจ้างผู้สูงอายุเพิ่ม 144,000 บาท ขั้นภาษี 0% ลดได้ 0 บาท ขั้น 15% ลดได้ 21,600 บาท ขั้น 20% ลดได้ 28,800 บาท
สิทธิหักเพิ่มเท่ากัน แต่มีค่าเป็นเงินต่างกันตามขั้นภาษี บริษัทที่กำไรยังไม่เกิน 300,000 บาทจะไม่ได้ประโยชน์จากสิทธินี้ในปีนั้น

ถ้าส่วนที่หักเพิ่มทำให้กำไรข้ามขั้น ให้คำนวณแยกตามขั้น เช่น กำไรก่อนหักเพิ่ม 400,000 บาท หักเพิ่ม 144,000 บาท กำไรเหลือ 256,000 บาท ภาษีลดลงจาก 15,000 บาท (15% ของ 100,000 บาท) เป็นศูนย์ ภาษีที่ลดลงจึงเป็น 15,000 บาท ไม่ใช่ 21,600 บาท

มาตรการที่ใช้ได้และเงื่อนไขหลัก

รายจ่ายที่หักได้รวม 2 เท่า (ตรวจสอบ ณ ตุลาคม 2569)
รายจ่ายเงื่อนไขหลักที่มา
ค่าจ้างลูกจ้างอายุ 60 ปีขึ้นไปค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือนต่อคน ไม่เกิน 10% ของจำนวนลูกจ้าง ไม่เป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้น แจ้งข้อมูลภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชีพ.ร.ฎ. ฉบับที่ 639
ค่าจ้างคนพิการคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการพ.ร.ฎ. ฉบับที่ 499
สิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการเจ้าของอาคาร สถานที่ ยานพาหนะ หรือบริการ ที่จัดอุปกรณ์หรือบริการให้คนพิการเข้าถึงได้ตามกฎหมายเดียวกันพ.ร.ฎ. ฉบับที่ 499
ส่งลูกจ้างไปศึกษาหรือฝึกอบรม และจัดฝึกอบรมให้ลูกจ้างเองสถานศึกษาหรือสถานฝึกอบรมของรัฐ หรือที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนด ส่วนการฝึกอบรมที่จัดเองต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดพ.ร.ฎ. ฉบับที่ 437
ลงทุนและค่าบริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และ e-Withholding Taxซอฟต์แวร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล และค่าบริการจากผู้ให้บริการระบบ จนถึง 31 ธันวาคม 2570มติ ครม. 17 มิ.ย. 2569 และ พ.ร.ฎ. ฉบับที่ 808
เงินสนับสนุนการศึกษาตามโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการอนุมัติ และไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิพ.ร.ฎ. ฉบับที่ 420

ค่าจ้างผู้สูงอายุ: เงื่อนไขที่พลาดบ่อย

กรมสรรพากรตอบคำถามไว้ว่า ลูกจ้างต้องมีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป เป็นลูกจ้างของบริษัทอยู่ก่อนแล้วหรือขึ้นทะเบียนกับกรมการจัดหางาน ค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน และไม่เป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นของบริษัท บริษัทใช้สิทธิได้เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 10% ของจำนวนลูกจ้าง และต้องแจ้งข้อมูลผ่านระบบของกรมภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี

เพดาน 15,000 บาทเป็นเงื่อนไขตัดสิทธิ ไม่ใช่วงเงิน ตัวอย่างของกรมสรรพากร ลูกจ้างค่าจ้าง 15,000 บาท บริษัทหักได้ 30,000 บาท ส่วนลูกจ้างค่าจ้าง 16,000 บาท บริษัทหักได้ตามปกติ 16,000 บาท ไม่ได้ 2 เท่า

มาตรการชั่วคราว ต้องดูวันสิ้นสุด

มาตรการระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์เดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ให้ขยายถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 และกรมสรรพากรลงพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 808 ในหน้ากฎหมายออกใหม่เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ส่วนมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) อยู่ในวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ให้ใช้สิทธิเมื่อพระราชกฤษฎีกาประกาศใช้แล้ว และอ่านเงื่อนไขจากตัวกฎหมาย ไม่ใช่จากข่าว

ใช้สิทธิอย่างไร

  1. บันทึกรายจ่ายตามปกติก่อน รายจ่ายจริงยังลงบัญชีและหักภาษีได้ 1 เท่าตามหลักทั่วไป
  2. แยกบัญชีย่อยของรายจ่ายที่ได้สิทธิ เช่น ค่าจ้างผู้สูงอายุ ค่าจ้างคนพิการ ค่าฝึกอบรม ค่าระบบ e-Tax เพื่อให้รวมยอดตอนสิ้นปีได้ทันที (ดู ออกแบบผังบัญชี)
  3. เก็บหลักฐานตามเงื่อนไขของแต่ละมาตรการ เช่น บัตรประจำตัวคนพิการ วันเกิดและทะเบียนลูกจ้าง ใบเสร็จจากสถานฝึกอบรม ใบกำกับภาษีจากผู้ให้บริการระบบ
  4. แจ้งข้อมูลให้ทันกำหนด มาตรการผู้สูงอายุต้องแจ้งภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี ซึ่งใกล้กับกำหนดยื่น ภ.ง.ด.50 อย่าทิ้งไว้ถึงวันสุดท้าย
  5. หักส่วนเพิ่มในแบบ ภ.ง.ด.50 แบบ ภ.ง.ด.50 มีใบแนบสำหรับกรอกสิทธิประโยชน์พิเศษ (ดู ปรับกำไรตามบัญชีเป็นกำไรทางภาษี)

ข้อผิดพลาดที่ทำให้เสียสิทธิ

  • คิดว่าเป็นเงินคืน สิทธิหักเพิ่มลดกำไรที่ต้องเสียภาษี ไม่ใช่เงินที่ได้กลับมา บริษัทที่กำไรไม่ถึง 300,000 บาทในปีนั้นได้ประโยชน์เป็นศูนย์
  • ไม่ได้ตรวจค่าจ้างผู้สูงอายุกับเพดาน 15,000 บาท เกินแม้บาทเดียวก็ได้แค่ 1 เท่า ให้ผู้ทำบัญชีตรวจว่ายอดที่ใช้เทียบเพดานรวมเงินอะไรบ้าง ก่อนตกลงค่าจ้าง
  • ผู้สูงอายุเป็นผู้ถือหุ้น เช่น ผู้ก่อตั้งรุ่นพ่อแม่ที่ยังมีชื่อถือหุ้น ไม่เข้าเงื่อนไข
  • ใช้มาตรการที่หมดอายุหรือยังไม่ประกาศ ดูวันเริ่มและวันสิ้นสุดในพระราชกฤษฎีกาทุกครั้ง
  • เงินบริจาคเกินเพดาน เงินสนับสนุนการศึกษาที่ได้ 2 เท่ารวมแล้วต้องไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิ

เริ่มจากตรงไหน

  1. เปิดรายชื่อพนักงาน ดูว่ามีใครอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือมีบัตรประจำตัวคนพิการ แล้วเทียบค่าจ้างกับเงื่อนไข
  2. รวมค่าฝึกอบรมและค่าระบบ e-Tax ที่จ่ายในปีนี้ พร้อมหลักฐาน
  3. ประมาณกำไรสุทธิทั้งปีจาก ภ.ง.ด.51 หรืองบล่าสุด แล้วคูณส่วนที่หักเพิ่มด้วยอัตราภาษีของขั้น เพื่อดูว่าคุ้มกับงานเอกสารหรือไม่
  4. ส่งรายการให้สำนักงานบัญชีตรวจเงื่อนไขก่อนปิดงบ และนัดวันแจ้งข้อมูลผู้สูงอายุให้อยู่ใน 150 วัน

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีสำหรับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง อัตราและเงื่อนไขตรวจสอบ ณ เดือนตุลาคม 2569 ตัวเลขในตัวอย่างเป็นตัวอย่างสมมติ มาตรการภาษีเปลี่ยนตามพระราชกฤษฎีกาและประกาศอธิบดี ควรตรวจเงื่อนไขฉบับล่าสุดกับกรมสรรพากรหรือผู้สอบบัญชีก่อนใช้สิทธิ

แหล่งข้อมูล

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี