ภาษีซื้อต้องห้าม: ใบกำกับแบบไหนเครดิตไม่ได้ และแบบไหนยังหักเป็นรายจ่ายได้

ภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 และประกาศฉบับที่ 42 รถยนต์นั่ง ใบกำกับอย่างย่อ ค่ารับรอง กลุ่มไหนหักเป็นรายจ่ายได้ ข้อผิดพลาดในใบกำกับที่ทำให้เสียทั้งก้อน และเช็กลิสต์ก่อนบันทึกบัญชี

ตัวเลข 82/5 ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างภาพลายเส้นเอกสารใบกำกับภาษีที่มุมล่างมีเครื่องหมายถูกในวงกลมสีดำ
ในบทความนี้
  1. ภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5
  2. รายการในประกาศฉบับที่ 42 ที่ SME เจอบ่อย
  3. หักภาษีไม่ได้ แต่หักเป็นรายจ่ายได้หรือไม่
  4. ตัวอย่างหนึ่งเดือน
  5. ตรวจใบกำกับภาษีก่อนบันทึก
  6. ได้รับใบกำกับช้า ใช้เดือนอื่นได้ไหม
  7. เริ่มจากตรงไหน

บริษัทที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนำภาษีที่จ่ายตอนซื้อสินค้าและบริการ (ภาษีซื้อ) มาหักกับภาษีที่เก็บจากลูกค้า (ภาษีขาย) ได้ แต่ไม่ใช่ทุกใบกำกับภาษี ภาษีซื้อบางรายการกฎหมายห้ามนำมาหัก ซึ่งเรียกว่า "ภาษีซื้อต้องห้าม" ถ้านำไปหักแล้วสรรพากรตรวจพบ บริษัทต้องจ่ายภาษีคืนพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม และบางรายการยังหักเป็นรายจ่ายทางภาษีเงินได้ไม่ได้อีกด้วย เงิน 7% ที่จ่ายไปจึงหายไปทั้งก้อน

บทความนี้สรุปว่าภาษีซื้อแบบไหนหักไม่ได้ตามกฎหมาย แบบไหนยังหักเป็นรายจ่ายได้ ข้อผิดพลาดในใบกำกับภาษีที่พบบ่อย และวิธีตรวจก่อนบันทึกบัญชีทุกเดือน

ภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5

ประมวลรัษฎากร มาตรา 82/5 กำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มไว้หกกลุ่ม

  1. ไม่มีใบกำกับภาษี หรือแสดงใบกำกับภาษีไม่ได้ว่าได้จ่ายภาษีซื้อไปแล้ว
  2. ใบกำกับภาษีมีข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ
  3. ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ เช่น ของใช้ส่วนตัวของกรรมการที่ให้บริษัทออกเงิน
  4. ภาษีซื้อจากรายจ่ายเพื่อการรับรอง หรือรายจ่ายที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน เช่น เลี้ยงอาหารลูกค้า
  5. ใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออก เช่น ผู้ขายที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  6. ภาษีซื้ออื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ซึ่งรายละเอียดอยู่ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42)

รายการในประกาศฉบับที่ 42 ที่ SME เจอบ่อย

ประกาศฉบับที่ 42 ขยายความกลุ่มที่หกไว้หลายข้อ ข้อที่ธุรกิจทั่วไปเจอเกือบทุกเดือนมีดังนี้

  • รถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ภาษีซื้อจากการซื้อ เช่าซื้อ เช่า หรือรับโอนรถประเภทนี้ รวมถึงสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับรถคันนั้น เช่น น้ำมันและค่าซ่อม หักไม่ได้ ยกเว้นธุรกิจที่ขายรถหรือให้เช่ารถประเภทนี้เอง
  • ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ที่ร้านค้าปลีกออกให้ แม้จะมีจำนวนภาษีแสดงไว้ ก็หักเป็นภาษีซื้อไม่ได้ ต้องขอใบกำกับภาษีเต็มรูป
  • ใบกำกับภาษีที่เป็นสำเนา ต้องใช้ต้นฉบับ (หรือไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งผ่านระบบ e-Tax Invoice)
  • ซื้อมาใช้ในกิจการที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และส่วนที่ต้องเฉลี่ยเมื่อใช้ร่วมกันทั้งกิจการที่เสียและไม่เสียภาษี

หักภาษีไม่ได้ แต่หักเป็นรายจ่ายได้หรือไม่

คำถามต่อมาคือ เมื่อนำภาษีซื้อไปหักกับภาษีขายไม่ได้ จะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อลดภาษีเงินได้นิติบุคคลได้หรือไม่ คำตอบขึ้นกับว่าต้องห้ามด้วยเหตุผลอะไร

มาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) ห้ามนำภาษีซื้อของบริษัทที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไปถือเป็นรายจ่าย เว้นแต่ภาษีซื้อจากรายจ่ายเพื่อการรับรองตามมาตรา 82/5 (4) และภาษีซื้ออื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 243) พ.ศ. 2534 ให้ภาษีซื้อตามมาตรา 82/5 (6) ซึ่งก็คือรายการในประกาศฉบับที่ 42 ถือเป็นรายจ่ายได้ สรุปได้ดังตาราง

ภาษีซื้อต้องห้ามแต่ละกลุ่ม หักเป็นรายจ่ายทางภาษีเงินได้นิติบุคคลได้หรือไม่
กลุ่ม ตัวอย่าง หักเป็นรายจ่าย
82/5 (4) รับรอง เลี้ยงอาหารลูกค้า ของขวัญลูกค้า ได้ ภายใต้เงื่อนไขค่ารับรอง
82/5 (6) ประกาศฉบับที่ 42 รถยนต์นั่ง ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ได้
82/5 (1) (2) ไม่มีใบกำกับ ใบกำกับผิดในสาระสำคัญ ไม่ได้
82/5 (3) ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ไม่ได้
82/5 (5) ใบกำกับจากผู้ไม่มีสิทธิออก ไม่ได้

ข้อสรุปเชิงปฏิบัติคือ ภาษีซื้อที่ต้องห้ามเพราะเอกสารผิดหรือไม่มีเอกสาร เป็นกลุ่มที่เสียหายมากที่สุด เพราะหักไม่ได้ทั้งสองทาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ป้องกันได้ด้วยการตรวจเอกสาร

ตัวอย่างหนึ่งเดือน

ตัวอย่างสมมติ บริษัทจำหน่ายอุปกรณ์มีภาษีซื้อในเดือนหนึ่งตามตารางนี้ (ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)

ภาษีซื้อของบริษัทตัวอย่างในหนึ่งเดือน (บาท) ตัวอย่างสมมติ
รายการ ภาษีซื้อ หักภาษีขายได้ หักเป็นรายจ่ายได้
ซื้อสินค้ามาขาย ใบกำกับเต็มรูปถูกต้อง 35,000 35,000 —
ซื้อสินค้า เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อผิด 3,500 0 0
เลี้ยงอาหารลูกค้า 1,400 0 1,400
น้ำมันและค่าซ่อมรถเก๋งของบริษัท 700 0 700
เครื่องเขียน ใบกำกับภาษีอย่างย่อ 210 0 210
รวม 40,810 35,000 2,310

จากภาษีซื้อ 40,810 บาท บริษัทหักภาษีขายได้ 35,000 บาท ส่วนที่เหลือ 5,810 บาทเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ในจำนวนนี้ 2,310 บาทยังหักเป็นรายจ่ายได้ (ถ้าภาษีเงินได้นิติบุคคลอัตรา 20% ประหยัดภาษีได้ 462 บาท) แต่ 3,500 บาทจากใบกำกับที่ผิดหายไปทั้งก้อน รายการเดียวนี้มากกว่าสามรายการที่เหลือรวมกัน

กราฟแท่งนอนภาษีซื้อต้องห้ามในเดือนตัวอย่าง ใบกำกับที่เลขผู้เสียภาษีผู้ซื้อผิด 3,500 บาทเป็นแท่งสีดำ หักไม่ได้ทั้งสองทาง ค่าเลี้ยงรับรอง 1,400 บาท รถยนต์นั่ง 700 บาท และใบกำกับอย่างย่อ 210 บาท ยังหักเป็นรายจ่ายได้
เงินที่เสียมากที่สุดมาจากเอกสารผิดหนึ่งใบ ไม่ใช่จากประเภทรายจ่ายที่กฎหมายห้าม

ตรวจใบกำกับภาษีก่อนบันทึก

มาตรา 86/4 กำหนดรายการในใบกำกับภาษีเต็มรูปไว้ ได้แก่ คำว่า "ใบกำกับภาษี" ในที่เห็นได้ชัด ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ขาย ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อ เลขที่ใบกำกับภาษี ชื่อ ชนิด ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ จำนวนภาษีที่แยกออกจากมูลค่าชัดเจน และวันที่ออก นอกจากนี้ประกาศอธิบดีฯ (ฉบับที่ 39) ซึ่งแก้ไขโดยฉบับที่ 199 กำหนดว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 ถ้าผู้ซื้อเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ใบกำกับต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ และระบุ "สำนักงานใหญ่" หรือ "สาขาที่ ..." ตามใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ของผู้ซื้อ

เช็กลิสต์ที่ฝ่ายบัญชีใช้ได้ทุกใบ

  • ชื่อบริษัทเราสะกดตรงกับหนังสือรับรอง ไม่ใช่ชื่อย่อหรือชื่อการค้า
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของเราถูกต้อง และระบุสำนักงานใหญ่หรือสาขาตรงกับ ภ.พ.20
  • ที่อยู่ของเราเป็นที่อยู่ตามทะเบียน
  • เป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปและเป็นต้นฉบับ ไม่ใช่ใบกำกับอย่างย่อหรือสำเนา
  • ผู้ขายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่จริง ตรวจได้จากระบบค้นหาข้อมูลผู้ประกอบการของกรมสรรพากร
  • จำนวนภาษีแยกจากมูลค่าสินค้าชัดเจน และคำนวณถูกต้อง
  • รายจ่ายเกี่ยวกับกิจการโดยตรง และไม่ใช่รถยนต์นั่งหรือค่ารับรอง ถ้าใช่ ให้บันทึกแยกบัญชี

ถ้าพบข้อผิดพลาดในสาระสำคัญ ให้ขอให้ผู้ขายยกเลิกใบเดิมและออกใบใหม่ก่อนนำภาษีซื้อมาหัก วิธีที่ง่ายที่สุดคือส่งชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และสาขาของบริษัทให้ซัพพลายเออร์ทุกรายเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่เปิดบัญชีผู้ขาย และขอรับเป็น e-Tax Invoice เมื่อทำได้ (ดูe-Tax Invoice และ e-Receipt สำหรับ SME)

ได้รับใบกำกับช้า ใช้เดือนอื่นได้ไหม

หลักทั่วไปคือนำภาษีซื้อไปหักในเดือนภาษีตามวันที่ในใบกำกับ มาตรา 82/3 ยอมให้ใช้ในเดือนอื่นได้เมื่อมีเหตุจำเป็นตามที่อธิบดีกำหนด แต่ไม่เกินสามปีนับจากวันที่ออกใบกำกับภาษี ส่วนประกาศอธิบดีฯ (ฉบับที่ 4) ซึ่งกำหนดเหตุจำเป็นไว้สามกรณี คือ เหตุตามประเพณีทางการค้า เหตุสุดวิสัย และการได้รับใบกำกับในเดือนอื่นที่ไม่ใช่เดือนที่ระบุในใบกำกับ ระบุให้ใช้ภายในหกเดือนนับแต่เดือนถัดจากเดือนที่ออกใบกำกับ และต้องเขียนบันทึกบนใบกำกับว่าถือเป็นภาษีซื้อของเดือนใด

ระยะเวลาในตัวบทกับในประกาศต่างกัน วิธีที่ปลอดภัยคือนำไปหักในเดือนที่ได้รับ และไม่ปล่อยให้เกินหกเดือน ถ้ามีใบกำกับที่ค้างเกินกว่านั้น ให้ปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ก่อนนำไปหัก

เริ่มจากตรงไหน

  1. ดึงรายงานภาษีซื้อสามเดือนล่าสุด แยกว่ามีรายการไหนเป็นใบกำกับอย่างย่อ รถยนต์นั่ง หรือค่ารับรองที่ถูกนำไปหักภาษีโดยไม่ตั้งใจ
  2. เปิดบัญชีแยก สำหรับภาษีซื้อต้องห้ามที่ยังหักเป็นรายจ่ายได้ จะได้ไม่ปนกับรายการที่หักไม่ได้เลย
  3. ส่งข้อมูลบริษัทให้ซัพพลายเออร์ทุกราย ชื่อเต็ม ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และสาขา
  4. ตรวจใบกำกับตามเช็กลิสต์ก่อนจ่ายเงิน ไม่ใช่ตอนปิดบัญชี เพราะตอนนั้นการขอใบใหม่ทำได้ยากกว่า
  5. สอนพนักงานที่เบิกเงินสดย่อย ให้ขอใบกำกับเต็มรูปทุกครั้งที่ซื้อของให้บริษัทจากร้านที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีสำหรับธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งโดยเฉพาะ ข้อกฎหมายตรวจสอบจากเว็บไซต์กรมสรรพากร ณ เดือนตุลาคม 2569 บริษัทและตัวเลขในตัวอย่างเป็นตัวอย่างสมมติ

แหล่งข้อมูล

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี