e-Tax Invoice และ e-Receipt สำหรับ SME: เลือกระบบให้เหมาะกับขนาดกิจการและเริ่มใช้

ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์มีสามทางเลือก แบบ Time Stamp ทางอีเมลสำหรับกิจการรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท ระบบเต็มรูปแบบ และผ่านผู้ให้บริการ ขั้นตอนเริ่มต้น ต้นทุน และสิทธิหักรายจ่าย 2 เท่า

ตัวเลข 30M ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างภาพลายเส้นเอกสารที่มีเครื่องหมายถูกสีดำ
ในบทความนี้
  1. e-Tax Invoice และ e-Receipt คืออะไร
  2. สามทางเลือก เลือกตามขนาดกิจการ
  3. เริ่มแบบ Time Stamp ทีละขั้น
  4. ระบบเต็มรูปแบบต่างกันอย่างไร
  5. คุ้มไหม ชั่งให้ครบก่อนเริ่ม
  6. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในแบบ Time Stamp
  7. เริ่มจากตรงไหน

SME จำนวนมากยังพิมพ์ใบกำกับภาษีเป็นกระดาษ ส่งทางไปรษณีย์ แล้วเก็บสำเนาไว้ในแฟ้มเพื่อรอวันยื่นภาษีหรือวันที่มีคนมาตรวจ ขั้นตอนเหล่านี้กินเวลาทั้งฝั่งผู้ขายและผู้ซื้อ เอกสารหาย ส่งช้า และลูกค้าก็จ่ายเงินช้าตามไปด้วย

กรมสรรพากรเปิดให้ผู้ประกอบการออกใบกำกับภาษีและใบรับเป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีผลทางกฎหมายเท่ากับกระดาษ บทความนี้อธิบายว่า e-Tax Invoice และ e-Receipt คืออะไร มีกี่ทางเลือก ทางไหนเหมาะกับกิจการขนาดไหน ขั้นตอนเริ่มต้นเป็นอย่างไร และต้องชั่งอะไรบ้างก่อนตัดสินใจ

e-Tax Invoice และ e-Receipt คืออะไร

e-Tax Invoice คือใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร รวมถึงใบเพิ่มหนี้และใบลดหนี้ ที่จัดทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ แล้วรับรองความถูกต้องด้วยลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) หรือด้วยการประทับรับรองเวลา (Time Stamp) ส่วน e-Receipt คือใบรับหรือใบเสร็จรับเงินตามมาตรา 105 ทวิ ที่จัดทำเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และลงลายมือชื่อดิจิทัล

ความต่างจากไฟล์ PDF ธรรมดาที่ส่งทางอีเมลอยู่ตรงที่ไฟล์เหล่านี้ตรวจสอบได้ว่าไม่ถูกแก้ไขหลังออก และผู้ออกต้องได้รับอนุมัติหรือประกาศรายชื่อจากกรมสรรพากรก่อน ผู้ซื้อตรวจรายชื่อผู้ประกอบการที่ออก e-Tax Invoice ได้บนเว็บไซต์ของกรมสรรพากร

สามทางเลือก เลือกตามขนาดกิจการ

Time Stamp ทางอีเมล ระบบเต็มรูปแบบ ทำเอง ผ่านผู้ให้บริการ (Service Provider)
เหมาะกับ ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT รายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี ออกใบกำกับภาษีไม่มาก กิจการที่ออกเอกสารจำนวนมากและมีทีมไอที กิจการที่อยากได้ระบบเต็มรูปแบบโดยไม่ต้องพัฒนาเอง
เอกสารที่ออกได้ ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ และใบรับ ใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ และใบรับ
รูปแบบไฟล์ PDF/A-3 หนึ่งฉบับต่อหนึ่งไฟล์ XML ตามมาตรฐาน ขมธอ.3-2560 ผู้ให้บริการจัดการให้
ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (CA) ไม่ต้องใช้ ต้องมี ขึ้นกับรูปแบบบริการ
ค่าใช้จ่ายหลัก ใช้ระบบของรัฐ ค่าใบรับรองและค่าพัฒนาระบบ ค่าบริการตามสัญญา

กรมสรรพากรอธิบายว่าระบบ Time Stamp ทำขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กได้คุ้นเคยกับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ก่อนเข้าสู่ระบบเต็มรูปแบบ จึงเป็นจุดเริ่มที่ดีสำหรับ SME ส่วนใหญ่ แต่ข้อจำกัดสำคัญคือออกใบรับ (e-Receipt) ไม่ได้ ถ้ากิจการของคุณต้องออกใบเสร็จรับเงินจำนวนมาก หรือยังไม่ได้จดทะเบียน VAT ต้องดูทางเลือกเต็มรูปแบบ

เริ่มแบบ Time Stamp ทีละขั้น

  1. ยื่นคำขอออนไลน์ ผ่านหน้า "ระบบการขอจัดทำใบกำกับภาษี โดยการประทับรับรองเวลา" บนเว็บไซต์กรมสรรพากร และพิสูจน์ยืนยันตัวตนตามที่กรมกำหนด
  2. แจ้งอีเมลที่จะใช้ส่งใบกำกับภาษี หลังกรมสรรพากรประกาศรายชื่อแล้ว ต้องลงทะเบียนอีเมลในระบบก่อนจึงจะเริ่มออกได้ แล้วรออีเมลยืนยันสิทธิจากระบบ คู่มือระบุว่าถ้าภายใน 2 วันยังไม่ได้รับ ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่
  3. จัดทำใบกำกับภาษีเป็นไฟล์ PDF/A-3 ที่มีรายการครบตามมาตรา 86/4 หนึ่งฉบับต่อหนึ่งไฟล์ ขนาดไม่เกิน 3 MB และห้ามใส่รหัสผ่าน โปรแกรมบัญชีหลายตัวส่งออกเป็น PDF/A-3 ได้ และคู่มือของกรมสรรพากรชี้ไปยังโปรแกรมแปลงไฟล์ที่ สพธอ. (ETDA) เผยแพร่ไว้
  4. ส่งอีเมลจากอีเมลที่ลงทะเบียนไว้ ใส่อีเมลผู้ซื้อในช่อง "ถึง" ได้หนึ่งที่อยู่ ใส่ csemail@etax.teda.th ในช่อง "สำเนาถึง" แนบไฟล์ได้หนึ่งไฟล์ต่ออีเมลหนึ่งฉบับ และตั้งหัวเรื่องตามรูปแบบที่ประกาศกำหนด ใบกำกับภาษีใช้ [วันที่ออก][INV][เลขที่ใบกำกับภาษี] ใบเพิ่มหนี้ใช้ DBN และใบลดหนี้ใช้ CRN ตามด้วยเลขที่ใบกำกับภาษีเดิม
  5. เก็บไฟล์ที่ประทับเวลาแล้ว ระบบจะส่งไฟล์ที่ประทับรับรองเวลากลับไปยังทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ ไฟล์นี้คือใบกำกับภาษีตัวจริง ให้เก็บรักษาในรูปแบบที่เปิดดูได้โดยความหมายไม่เปลี่ยน

ถ้าออกผิดในสาระสำคัญ ห้ามแก้ไฟล์เดิม ให้ออกใบกำกับภาษีฉบับใหม่ด้วยเลขที่ใหม่ ระบุว่าออกแทนฉบับเดิมเลขที่และวันที่ใด และหมายเหตุการยกเลิกไว้ในรายงานภาษีขายของเดือนที่ออกฉบับใหม่ ส่วนกรณีลูกค้าทำไฟล์หาย ให้ส่งไฟล์ที่ประทับเวลาฉบับเดิมให้ซ้ำ ไม่ต้องออกใบแทน

ระบบเต็มรูปแบบต่างกันอย่างไร

ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt แบบเต็มรูปแบบให้ออกได้ทั้งใบกำกับภาษีและใบรับ แต่มีขั้นตอนมากกว่า

  • ต้องมีใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Certificate) จากผู้ให้บริการที่อยู่ภายใต้การรับรองของผู้ให้บริการออกใบรับรองแห่งชาติ (NRCA) ใบรับรองมีค่าใช้จ่ายและต้องต่ออายุ
  • ยื่นคำขอ (แบบ บ.อ.01) ผ่านโปรแกรมลงทะเบียนและลงลายมือชื่อดิจิทัล Ultimate Sign & Viewer ของกรมสรรพากร
  • จัดทำข้อมูลเป็นไฟล์ XML ตามมาตรฐาน ขมธอ.3-2560 ลงลายมือชื่อดิจิทัล ส่งมอบให้ผู้ซื้อ และนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรผ่านช่องทาง Upload, Host to Host หรือผู้ให้บริการนำส่งข้อมูล

SME ส่วนใหญ่ที่เลือกทางนี้ใช้ผู้ให้บริการหรือโปรแกรมบัญชีที่เชื่อมระบบไว้แล้ว เพราะไม่ต้องพัฒนาระบบรับส่งข้อมูลเอง ก่อนเซ็นสัญญาควรถามให้ชัดว่าค่าบริการคิดต่อเอกสารหรือเหมาจ่าย ใครเป็นผู้ถือใบรับรอง และถ้าเลิกใช้บริการจะเอาข้อมูลย้อนหลังออกมาได้อย่างไร

คุ้มไหม ชั่งให้ครบก่อนเริ่ม

ประโยชน์

  • ลูกค้าได้ใบกำกับภาษีวันเดียวกับที่ออก ไม่ต้องรอไปรษณีย์ ลูกค้าหลายรายตั้งเจ้าหนี้และนับวันครบกำหนดจ่ายจากวันที่ได้รับเอกสาร ส่งเร็วขึ้นจึงมักได้เงินเร็วขึ้น
  • ลดงานเอกสาร ไม่ต้องพิมพ์ ไม่ต้องส่ง ไม่ต้องหาที่เก็บแฟ้ม และค้นย้อนหลังได้ในไม่กี่วินาที
  • ลูกค้าบุคคลธรรมดาบางกลุ่มต้องการเอกสารแบบนี้ มาตรการลดหย่อนภาษี Easy E-Receipt ช่วงต้นปี 2567 และ 2568 ให้สิทธิเฉพาะค่าซื้อที่มี e-Tax Invoice หรือ e-Receipt เป็นหลักฐาน ถ้ามีมาตรการลักษณะนี้อีก ร้านที่ยังออกเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้จะเสียเปรียบ ส่วนจะมีมาตรการในรอบใดและเงื่อนไขอย่างไร ต้องติดตามประกาศของรัฐบาลและกรมสรรพากรเป็นรอบ ๆ
  • ตรวจสอบง่ายขึ้น ถ้าเอกสารถูกแก้หลังออกจะตรวจพบได้ ช่วยทั้งเวลาผู้สอบบัญชีตรวจ และเวลานักลงทุนทำ Due Diligence
  • หักรายจ่ายได้ 2 เท่า พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 766) พ.ศ. 2566 ให้บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักรายจ่ายลงทุนและค่าบริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ได้ 2 เท่าของที่จ่ายจริง สำหรับรายจ่ายตั้งแต่ 1 มกราคม 2566 ถึง 31 ธันวาคม 2568 และเมื่อ 16 มิถุนายน 2569 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎหมายขยายมาตรการนี้ต่อเป็นวันที่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 ก่อนใช้สิทธิให้ตรวจว่าพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และถามผู้ให้บริการว่ารายจ่ายของคุณเข้าเงื่อนไขหรือไม่

ต้นทุนและสิ่งที่ต้องเปลี่ยน

  • ค่าใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ ค่าโปรแกรม หรือค่าบริการ (แบบ Time Stamp ไม่ต้องมีใบรับรอง)
  • ต้องเก็บอีเมลที่อยู่ของลูกค้าให้ถูกต้องเป็นข้อมูลหลัก
  • ขั้นตอนภายในต้องเปลี่ยน ใครออก ใครตรวจก่อนส่ง และแก้ไขอย่างไรเมื่อออกผิด เพราะออกแล้วลบไม่ได้
  • ลูกค้าบางรายอาจยังต้องการกระดาษ ช่วงแรกอาจต้องทำสองแบบคู่กัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในแบบ Time Stamp

  • ส่งจากอีเมลที่ไม่ได้ลงทะเบียนไว้กับกรมสรรพากร
  • แนบหลายไฟล์ในอีเมลเดียว หรือใส่ผู้ซื้อหลายที่อยู่ในช่อง "ถึง"
  • ส่งไฟล์ PDF ธรรมดาที่ไม่ใช่ PDF/A-3 หรือไฟล์ที่ใส่รหัสผ่าน
  • หัวเรื่องอีเมลไม่ตรงรูปแบบหรือลำดับที่กำหนด
  • ลืมใส่ csemail@etax.teda.th ในช่องสำเนา ไฟล์จึงไม่ถูกประทับเวลาและยังไม่ใช่ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์
  • กิจการโตจนรายได้เกิน 30 ล้านบาทแล้วแต่ยังไม่ได้วางแผนย้ายไประบบเต็มรูปแบบ

เริ่มจากตรงไหน

  1. นับว่าเดือนหนึ่งออกใบกำกับภาษีและใบเสร็จกี่ฉบับ ลูกค้าเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา และต้องออกใบรับด้วยหรือไม่
  2. ถ้ารายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทและออกไม่มาก เริ่มจาก Time Stamp ลองกับลูกค้าประจำไม่กี่รายก่อน
  3. ถามผู้ให้บริการโปรแกรมบัญชีที่ใช้อยู่ว่ารองรับ PDF/A-3 หรือเชื่อมระบบเต็มรูปแบบหรือไม่ ก่อนซื้อเครื่องมือใหม่
  4. เขียนขั้นตอนภายในหนึ่งหน้า ใครออก ใครตรวจ แก้ไขอย่างไร เก็บไฟล์ที่ไหน
  5. ให้สำนักงานบัญชีหรือผู้สอบบัญชีดูรูปแบบเอกสารก่อนใช้จริง

ระเบียบและช่องทางของกรมสรรพากรมีการปรับเป็นระยะ บทความนี้อ้างอิงข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2569 ก่อนเริ่มใช้โปรดตรวจเงื่อนไขล่าสุดที่เว็บไซต์กรมสรรพากร

แหล่งข้อมูล

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี