กระทบยอดเงินฝากธนาคารทุกเดือน: แยกรายการรอธนาคารกับรายการที่ต้องบันทึกบัญชี

ยอดเงินฝากในบัญชีกับใบแจ้งยอดธนาคารไม่ตรงกันเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องอธิบายได้ทุกบาท ดูวิธีแยกเช็คค้างจ่ายกับรายการที่ต้องบันทึก ตัวอย่างกระดาษทำการ และขั้นตอนที่ทำเสร็จในวันเดียว

ตัวเลข 0 ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างภาพลายเส้นตาชั่งสองข้าง ฝั่ง BANK มีวงกลมสีดำ ฝั่ง GL มีวงกลมโปร่ง
ในบทความนี้
  1. ทำไมต้องกระทบยอดทุกเดือน
  2. รายการกระทบยอดมีสองฝั่ง
  3. ตัวอย่างคำนวณ
  4. สัญญาณที่ต้องตามต่อ
  5. ขั้นตอนประจำเดือน

ยอดเงินฝากในงบการเงินกับยอดในใบแจ้งยอดธนาคาร (Bank Statement) ของวันเดียวกันแทบไม่เคยตรงกันพอดี เพราะมีเช็คที่จ่ายไปแล้วแต่ผู้รับยังไม่นำไปขึ้นเงิน เงินที่ลูกค้าโอนเข้ามาแต่ยังไม่มีใครบันทึก และค่าธรรมเนียมที่ธนาคารหักไปเงียบ ๆ ถ้าปล่อยส่วนต่างนี้ไว้หลายเดือน ตัวเลขเงินสดที่ใช้ตัดสินใจจะผิด และความผิดพลาดหรือการทุจริตเล็ก ๆ จะซ่อนอยู่ในยอดรวมได้นาน

การกระทบยอดเงินฝากธนาคาร (Bank Reconciliation) ทุกเดือนคือการอธิบายส่วนต่างนี้ให้ครบทุกบาท บทความนี้อธิบายว่ารายการกระทบยอดมีกี่แบบ แบบไหนต้องบันทึกบัญชีเพิ่ม ตัวอย่างคำนวณ และขั้นตอนที่ทำเสร็จได้ในวันเดียว

ทำไมต้องกระทบยอดทุกเดือน

  • รู้เงินสดจริง ยอดในบัญชีที่ยังไม่ได้บันทึกค่าธรรมเนียม รายการหักอัตโนมัติ หรือเงินโอนเข้า ไม่ใช่เงินที่ใช้ได้จริง ประมาณการกระแสเงินสดที่เริ่มจากยอดผิดก็ผิดทั้งชุด
  • จับข้อผิดพลาดเร็ว รายการบันทึกซ้ำ ตัวเลขสลับหลัก หรือบันทึกผิดบัญชี หาง่ายเมื่อเป็นรายการของเดือนเดียว แต่หายากมากเมื่อปนกันทั้งปี
  • ป้องกันการทุจริต เมื่อคนที่กระทบยอดไม่ใช่คนที่จ่ายเงิน รายการที่ไม่มีเอกสารหรือผู้รับเงินแปลก ๆ จะถูกเห็น
  • พร้อมให้ผู้สอบบัญชีและนักลงทุน ผู้สอบบัญชีตรวจรายการกระทบยอด ณ วันสิ้นปีกับใบแจ้งยอดของเดือนถัดไป ถ้าทำไว้ทุกเดือน ปิดงบปลายปีก็เร็วขึ้นมาก

พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีส่งเอกสารประกอบการลงบัญชีให้ผู้ทำบัญชีครบถ้วน เพื่อให้บัญชีแสดงฐานะการเงินตามความเป็นจริง (มาตรา 12) และเก็บบัญชีกับเอกสารไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี (มาตรา 14) ใบแจ้งยอดธนาคารและกระดาษทำการกระทบยอดเป็นส่วนหนึ่งของชุดเอกสารนี้

รายการกระทบยอดมีสองฝั่ง

หัวใจของการกระทบยอดคือแยกให้ออกว่าส่วนต่างแต่ละรายการอยู่ฝั่งไหน เพราะวิธีจัดการต่างกัน

ฝั่งธนาคาร: รอเวลา ไม่ต้องบันทึกบัญชี

  • เงินฝากระหว่างทาง (Deposits in Transit) เช็คหรือเงินสดที่นำฝากวันสุดท้ายของเดือนแต่ธนาคารยังไม่เข้าบัญชี บวกเข้ากับยอดตามใบแจ้งยอด
  • เช็คค้างจ่าย (Outstanding Cheques) เช็คที่บริษัทออกและบันทึกแล้วแต่ผู้รับยังไม่นำไปขึ้นเงิน หักออกจากยอดตามใบแจ้งยอด

รายการพวกนี้ควรหายไปเองในใบแจ้งยอดเดือนถัดไป ถ้ายังค้างหลายเดือนต้องตามว่าเพราะอะไร

ฝั่งบริษัท: ต้องบันทึกบัญชีเพิ่มหรือแก้ไข

  • เงินโอนเข้าที่ยังไม่ได้บันทึก เช่นลูกค้าโอนชำระหนี้แต่ไม่ได้ส่งหลักฐาน ต้องหาว่าเป็นของลูกค้ารายไหนแล้วบันทึกตัดลูกหนี้
  • รายการที่ธนาคารหักหรือจ่ายให้โดยตรง ค่าธรรมเนียม ค่าสาธารณูปโภคที่หักบัญชีอัตโนมัติ ดอกเบี้ยรับ ต้องบันทึกตามใบแจ้งยอด
  • ข้อผิดพลาดในการบันทึก เช่นจำนวนเงินผิดหรือบันทึกซ้ำ ต้องทำรายการแก้ไขในสมุดบัญชี

รายงานผู้ออกข้อสอบ FA2 ของ ACCA แยกไว้ชัด ค่าธรรมเนียม รายการหักบัญชีอัตโนมัติ และเงินโอนเข้าอัตโนมัติ ปรับที่บัญชีของกิจการ ส่วนเช็คค้างจ่ายและเงินฝากที่ธนาคารยังไม่เข้าบัญชี ปรับที่ยอดตามใบแจ้งยอด หลักจำง่าย ๆ คือ ถ้าธนาคารรู้แล้วแต่บริษัทยังไม่รู้ ให้แก้ที่บัญชีบริษัท ถ้าบริษัทรู้แล้วแต่ธนาคารยังไม่รู้ ให้ปรับที่ยอดธนาคาร

ตัวอย่างคำนวณ

ตัวอย่างสมมติ ณ วันที่ 31 ตุลาคม ใบแจ้งยอดธนาคารแสดงยอดคงเหลือ 1,248,600 บาท แต่บัญชีเงินฝากธนาคารในสมุดบัญชีมียอด 1,190,700 บาท ต่างกัน 57,900 บาท เมื่อไล่ทีละรายการพบดังนี้

กระดาษทำการกระทบยอด ณ 31 ตุลาคม (ตัวอย่างสมมติ หน่วย: บาท)
รายการ ยอดตามธนาคาร ยอดตามบัญชี
ยอดคงเหลือ 31 ตุลาคม 1,248,600 1,190,700
บวก เช็คจากลูกค้านำฝากวันที่ 31 ยังไม่เข้าบัญชี 85,000
หัก เช็คจ่ายซัพพลายเออร์ยังไม่ขึ้นเงิน −120,000
บวก ลูกค้าโอนเข้า ยังไม่ได้บันทึก 32,500
บวก ดอกเบี้ยรับ 1,200
หัก ค่าธรรมเนียมธนาคาร −600
หัก ค่าไฟฟ้าหักบัญชีอัตโนมัติ −8,400
หัก บันทึกจ่ายค่าขนส่ง 4,600 แต่จ่ายจริง 6,400 −1,800
ยอดที่ถูกต้อง 1,213,600 1,213,600

ทั้งสองฝั่งได้ 1,213,600 บาทเท่ากัน ส่วนต่าง 57,900 บาทอธิบายได้ครบ เหลือส่วนที่อธิบายไม่ได้ 0 บาท คือฝั่งธนาคารสุทธิ −35,000 บาท และฝั่งบัญชีสุทธิ +22,900 บาท ห้ารายการฝั่งบัญชีต้องทำรายการบันทึกบัญชีในเดือนตุลาคม ส่วนสองรายการฝั่งธนาคารไม่ต้องทำอะไร แต่ต้องตรวจว่าขึ้นในใบแจ้งยอดเดือนพฤศจิกายน

กราฟแท่งแนวนอนรายการกระทบยอด 7 รายการ เช็คค้างจ่าย 120,000 บาทและเงินฝากระหว่างทาง 85,000 บาทเป็นรายการรอธนาคาร ส่วนเงินโอนเข้า 32,500 ค่าไฟหักอัตโนมัติ 8,400 บันทึกผิด 1,800 ดอกเบี้ย 1,200 และค่าธรรมเนียม 600 บาทต้องบันทึกบัญชีเพิ่ม
รายการที่ใหญ่ที่สุดมักเป็นเรื่องจังหวะเวลา แต่รายการเล็ก ๆ ฝั่งบัญชีคือสิ่งที่ทำให้งบการเงินผิดถ้าไม่บันทึก

สัญญาณที่ต้องตามต่อ

  • เช็คค้างจ่ายเกินสองถึงสามเดือน ผู้รับอาจทำหาย หรือเป็นเช็คที่ไม่ควรออก แนวตอบข้อสอบวิชาการสอบบัญชีของ ACCA ให้ตรวจเช็คค้างนานว่าควรกลับรายการหรือไม่
  • เงินฝากระหว่างทางที่ไม่ขึ้นในเดือนถัดไป อาจเป็นเช็คเด้งหรือเงินที่ไม่ได้นำฝากจริง
  • ส่วนต่างที่หาไม่เจอ อย่าบันทึกเป็น "ผลต่างกระทบยอด" แล้วปล่อยไว้ ถ้าส่วนต่างหารด้วย 9 ลงตัว มักเป็นตัวเลขสลับหลัก ถ้าเท่ากับรายการใดรายการหนึ่งพอดี มักเป็นการบันทึกซ้ำหรือตกหล่น
  • รายการจ่ายที่ไม่มีเอกสาร ทุกรายการในใบแจ้งยอดควรจับคู่กับใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ หรือสลิปเงินเดือนได้

ขั้นตอนประจำเดือน

  1. ดาวน์โหลดใบแจ้งยอดทุกบัญชี รวมบัญชีที่ไม่ค่อยใช้และบัญชีบัตรเครดิตบริษัท ภายในสามวันทำการแรกของเดือน
  2. จับคู่รายการ ระหว่างใบแจ้งยอดกับสมุดบัญชี โปรแกรมบัญชีส่วนใหญ่นำเข้าไฟล์จากธนาคารและจับคู่ให้ได้ ที่เหลือคือรายการกระทบยอด
  3. แยกฝั่ง รายการไหนรอธนาคาร รายการไหนต้องบันทึกบัญชี แล้วบันทึกฝั่งบริษัทให้ครบในงวดเดียวกัน
  4. ทำกระดาษทำการ แบบตารางข้างบน ยอดสองฝั่งต้องเท่ากันพอดี แนบใบแจ้งยอดไว้ด้วยกัน
  5. ให้คนที่สองตรวจและลงชื่อ แนวตอบข้อสอบของ ACCA ชี้ว่าคนที่รับเงินและบันทึกบัญชีไม่ควรเป็นคนกระทบยอดเอง และผู้ตรวจควรลงชื่อเป็นหลักฐาน ในบริษัทเล็กผู้ตรวจอาจเป็นเจ้าของกิจการเอง
  6. ตามรายการค้าง จากเดือนก่อนทุกครั้งก่อนเริ่มเดือนใหม่

การกระทบยอดธนาคารเป็นขั้นแรกของการปิดงบรายเดือน ดูขั้นตอนที่เหลือได้ใน ปิดงบรายเดือนให้เสร็จใน 10 วันทำการ และถ้าเงินเข้าออกของบริษัทกับของเจ้าของยังปนกันอยู่ ให้เริ่มจาก แยกเงินส่วนตัวกับเงินบริษัท ก่อน การกระทบยอดจะง่ายขึ้นมาก

บริษัทและตัวเลขในตัวอย่างเป็นตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีทำ

แหล่งข้อมูล

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี