เลือกสำนักงานบัญชีและผู้สอบบัญชี: ตรวจคุณสมบัติ เทียบค่าบริการ และเขียนขอบเขตงานให้ชัด

ผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และผู้สอบบัญชีภาษีอากรต่างกันอย่างไร วิธีตรวจสถานะก่อนจ้าง ขอบเขตงานที่ต้องเขียนในสัญญา และวิธีเทียบใบเสนอราคาให้เห็นต้นทุนจริงทั้งปี

ตัวเลข 150 ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างภาพลายเส้นปฏิทินห้าช่อง ทุกช่องมีเครื่องหมายถูก ช่องสุดท้ายถูกเน้นสีดำ แทนกำหนดยื่นแบบภาษีภายใน 150 วันหลังสิ้นปีบัญชี
ในบทความนี้
  1. สามบทบาทที่ต้องแยกให้ออก
  2. กำหนดเวลาที่สำนักงานบัญชีต้องช่วยให้ทัน
  3. ตรวจก่อนจ้าง และตรวจหลังจ้าง
  4. ขอบเขตงานที่ต้องเขียนในสัญญา
  5. เทียบใบเสนอราคาเป็นต้นทุนทั้งปี
  6. เลือกผู้สอบบัญชี
  7. เริ่มจากตรงไหน

SME ไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ทำบัญชีเอง แต่จ้างสำนักงานบัญชีและผู้สอบบัญชีจากภายนอก หลายรายเลือกจากราคาต่อเดือนที่ต่ำที่สุดหรือคำแนะนำของคนรู้จัก แล้วมารู้ปัญหาเอาตอนเดือนพฤษภาคม งบการเงินยังไม่เสร็จ แบบภาษียื่นช้า หรือผู้ทำบัญชีไม่เคยแจ้งรับทำบัญชีกับหน่วยงานรัฐ และโทษเหล่านั้นตกอยู่ที่บริษัท ไม่ใช่สำนักงานบัญชี

บทความนี้อธิบายสามบทบาทที่ต้องแยกให้ออก กำหนดเวลาที่สำนักงานบัญชีต้องช่วยให้ทัน วิธีตรวจคุณสมบัติก่อนจ้าง ขอบเขตงานที่ต้องเขียนในสัญญา วิธีเทียบใบเสนอราคาเป็นต้นทุนทั้งปี และวิธีเลือกผู้สอบบัญชี

สามบทบาทที่ต้องแยกให้ออก

บทบาท หน้าที่ ใช้กับใครได้
ผู้ทำบัญชี บันทึกรายการและจัดทำงบการเงิน ต้องขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี นิติบุคคลทุกรายต้องมี
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงิน ได้รับใบอนุญาตผ่านสภาวิชาชีพบัญชี ตรวจได้ทั้งบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ตรวจสอบและรับรองบัญชี ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตจากกรมสรรพากร เฉพาะห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็กที่มีทุนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมและรายได้รวมไม่เกินอย่างละ 30 ล้านบาท ตรวจบัญชีบริษัทไม่ได้

บริษัทจำกัดจึงต้องมีทั้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาต สำนักงานบัญชีบางแห่งเสนอบริการทั้งสองอย่างผ่านเครือข่ายของตัวเอง แต่สองบทบาทนี้เป็นคนละคน มีหน้าที่ตามกฎหมายต่างกัน และงานของผู้สอบบัญชีคือการตรวจงานของผู้ทำบัญชี

กำหนดเวลาที่สำนักงานบัญชีต้องช่วยให้ทัน

บริษัทที่ปิดรอบบัญชีวันที่ 31 ธันวาคม มีกำหนดสำคัญประจำปีดังนี้

งาน กำหนด ที่มา
ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบดุลที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว ภายใน 4 เดือนนับแต่วันที่ลงในงบดุล (ภายใน 30 เมษายน) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1197
ส่งสำเนางบดุลให้ผู้ถือหุ้น ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันก่อนวันประชุม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1197
ยื่น ภ.ง.ด.50 และชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล ภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี กรมสรรพากร
ส่งงบการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าทาง DBD e-Filing บริษัทส่วนใหญ่ภายใน 31 พฤษภาคม กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ให้นับย้อนจากวันเหล่านี้ ผู้สอบบัญชีต้องได้ร่างงบการเงินที่ครบถ้วนหลายสัปดาห์ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น สำนักงานบัญชีจึงต้องปิดบัญชีปลายปีให้เสร็จราวเดือนกุมภาพันธ์หรือต้นมีนาคม ถามสำนักงานที่กำลังพิจารณาตรง ๆ ว่าจะส่งร่างงบให้ผู้สอบบัญชีวันไหน ถ้าคำตอบคลุมเครือ ให้ถือเป็นสัญญาณเตือน

งานรายเดือนก็มีกำหนดยื่นเช่นกัน เช่น ภ.พ.30 และแบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ยื่นช้ามีทั้งค่าปรับและเงินเพิ่ม สัญญาจ้างควรระบุว่าใครรับผิดชอบค่าปรับ ถ้าความล่าช้าเกิดจากสำนักงานบัญชี

ตรวจก่อนจ้าง และตรวจหลังจ้าง

ผู้ทำบัญชี

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าแนะนำให้นิติบุคคลตรวจผู้ทำบัญชีในระบบ e-Accountant

  • ตรวจสถานะผู้ทำบัญชี ที่ www.dbd.go.th เมนูบริการออนไลน์ เลือกระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant) แล้วเลือกตรวจสอบสถานะของผู้ทำบัญชี สถานะที่ทำบัญชีได้มีเพียง "คงอยู่" เท่านั้น ถ้าขึ้นว่าขาดการต่ออายุสมาชิก ถูกพัก หรือถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียน ต้องติดต่อผู้ทำบัญชีทันที
  • ตรวจว่าผู้ทำบัญชีแจ้งรับทำบัญชีของบริษัทเราแล้ว ในระบบเดียวกัน เลือกค้นหาผู้ทำบัญชีของนิติบุคคล แล้วกรอกเลขทะเบียนนิติบุคคล ระบบจะแสดงชื่อผู้ทำบัญชีและปีงบการเงินที่ยืนยันไว้ ถ้ายังไม่ยืนยัน ระบบ e-Filing จะขึ้นคำเตือนตอนส่งงบ

เรื่องนี้เป็นภาระของบริษัท ไม่ใช่แค่ของสำนักงานบัญชี กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตือนว่านิติบุคคลที่ส่งงบการเงินโดยผู้ทำบัญชีไม่อยู่ในสถานะคงอยู่ อาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543

ผู้สอบบัญชี

  • ถ้ากิจการเป็นบริษัท ต้องตรวจว่าเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี ไม่ใช่ผู้สอบบัญชีภาษีอากร
  • มาตรา 1208 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้ผู้ถือหุ้นเป็นผู้สอบบัญชีได้ แต่ห้ามเลือกผู้ที่มีส่วนได้เสียในกิจการของบริษัทอย่างอื่นนอกจากการถือหุ้น และห้ามเลือกกรรมการ ตัวแทน หรือลูกจ้างของบริษัทในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งนั้น
  • ทำหนังสือตกลงรับงานสอบบัญชีกับผู้สอบบัญชีหรือสำนักงานสอบบัญชีโดยตรง หลีกเลี่ยงการจ้างผ่านคนกลางที่ "ดูแลเรื่องสอบบัญชีให้" โดยไม่เคยได้พบผู้สอบบัญชีตัวจริง

ขอบเขตงานที่ต้องเขียนในสัญญา

ข้อพิพาทกับสำนักงานบัญชีส่วนใหญ่เกิดจากขอบเขตงานที่ไม่ชัด ก่อนลงนามให้ตรวจว่าสัญญาตอบคำถามเหล่านี้ได้

  • ปริมาณงาน ค่าบริการครอบคลุมเอกสารหรือรายการกี่ฉบับต่อเดือน ส่วนที่เกินคิดเท่าไร
  • แบบภาษีรายเดือน สำนักงานจัดทำและยื่นแบบใดบ้าง ใครเป็นผู้กดยื่น และชำระเงินจากบัญชีของใคร
  • เงินเดือนและประกันสังคม รวมอยู่ในค่าบริการหรือคิดแยก
  • รายงานรายเดือน จะได้งบกำไรขาดทุนและงบแสดงฐานะการเงินรายเดือนหรือไม่ ภายในวันที่เท่าไรของเดือนถัดไป
  • งานปลายปี รวมการปิดบัญชีปลายปี งบการเงิน ภ.ง.ด.50 การประสานงานกับผู้สอบบัญชี และการส่งงบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้วหรือยัง
  • กำหนดส่งงาน วันที่บริษัทต้องส่งเอกสาร และวันที่สำนักงานต้องส่งงานแต่ละชิ้น
  • ยื่นช้า ใครจ่ายค่าปรับและเงินเพิ่ม ถ้าสำนักงานยื่นไม่ทันโดยที่บริษัทส่งเอกสารครบตามกำหนดแล้ว
  • เลิกจ้าง ถ้าเปลี่ยนสำนักงาน จะคืนเอกสาร สมุดบัญชี และไฟล์ข้อมูลในรูปแบบที่ใช้ต่อได้อย่างไร ภายในเมื่อไร

เทียบใบเสนอราคาเป็นต้นทุนทั้งปี

ราคาต่อเดือนเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ ถ้าสิ่งที่รวมอยู่ในราคาไม่เหมือนกัน ให้แปลงทุกใบเสนอราคาเป็นยอดรวมทั้งปีจากปริมาณงานจริงของบริษัท

ตัวอย่างสมมติ บริษัทจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม มีพนักงาน 5 คน เอกสารราว 60 ฉบับต่อเดือน ได้ใบเสนอราคาค่าทำบัญชีสามแห่ง ค่าสอบบัญชีเสนอแยกและเท่ากันทั้งสามกรณี

สำนักงาน ข้อเสนอ ต้นทุนทั้งปี
ก เดือนละ 4,000 บาท เอกสารไม่เกิน 80 ฉบับ รวมเงินเดือน แบบภาษีรายเดือน งบการเงินปลายปี และ ภ.ง.ด.50 รายงานผลเฉพาะปลายปี 48,000
ข เดือนละ 2,500 บาท สำหรับเอกสารไม่เกิน 30 ฉบับ ฉบับที่เกินคิดฉบับละ 50 บาท ทำเงินเดือนเดือนละ 500 บาท ปิดบัญชีปลายปี 6,000 บาท 60,000
ค เดือนละ 6,000 บาท ได้ทุกอย่างเหมือน ก และรายงานผู้บริหารรายเดือนภายในวันที่ 10 72,000

สำนักงาน ข = (2,500 × 12) + (เอกสารเกิน 30 ฉบับ × 50 × 12) + (500 × 12) + 6,000

= 30,000 + 18,000 + 6,000 + 6,000 = 60,000 บาทต่อปี

กราฟแท่งค่าทำบัญชีทั้งปีจากใบเสนอราคาสามแห่ง หน่วยพันบาท สำนักงาน ก เดือนละ 4,000 บาท รวม 48 สำนักงาน ข เดือนละ 2,500 บาทบวกค่าเพิ่ม รวม 60 ถูกเน้นสีดำ สำนักงาน ค เดือนละ 6,000 บาทพร้อมรายงานรายเดือน รวม 72
ราคาต่อเดือนที่ต่ำที่สุดกลับแพงกว่าสำนักงาน ก 12,000 บาท เมื่อรวมค่าเอกสารส่วนเกิน ค่าทำเงินเดือน และค่าปิดบัญชีปลายปี

สำนักงาน ค แพงกว่าสำนักงาน ก ปีละ 24,000 บาท สิ่งที่ได้เพิ่มคือตัวเลขรายเดือนภายใน 10 วัน แทนที่จะเห็นปีละครั้ง ถ้าบริษัทวางแผนกู้ธนาคาร ระดมทุนจากนักลงทุน หรือต้องคุมเงินสดใกล้ชิด ตัวเลขรายเดือนที่มาตรงเวลามักคุ้มกว่าส่วนต่างราคา ถ้าธุรกิจเรียบง่ายและนิ่ง สำนักงาน ก อาจเพียงพอ

เลือกผู้สอบบัญชี

มาตรา 1209 และ 1210 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำหนดให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเลือกตั้งผู้สอบบัญชีทุกปี และให้ที่ประชุมใหญ่กำหนดค่าตอบแทน ผู้สอบบัญชีคนเดิมจะเลือกกลับเข้ามาใหม่ก็ได้ บริษัทจึงเปลี่ยนผู้สอบบัญชีได้ทุกการประชุมสามัญประจำปี แต่เลือกให้ดีตั้งแต่ต้นย่อมดีกว่า

  • แยกผู้สอบบัญชีออกจากผู้ทำบัญชี ผู้สอบบัญชีที่ตรวจงานของทีมที่ใกล้ชิดกับตัวเองมีแรงจูงใจน้อยที่จะทักท้วง
  • ถามเรื่องเวลา ต้องได้ร่างงบเมื่อไร ใช้เวลาตรวจกี่สัปดาห์ รายงานที่ลงนามแล้วจะเสร็จวันไหน
  • ถามวิธีคิดค่าบริการ เป็นราคาคงที่ หรือเพิ่มขึ้นได้ถ้าเอกสารของบริษัทไม่ครบ
  • คิดถึงสามปีข้างหน้า ถ้าวางแผนระดมทุนหรือกู้ธนาคาร ให้ถามว่าเคยตรวจบริษัทในระยะนั้นมาก่อนหรือไม่ นักลงทุนที่ทำ Due Diligence จะอ่านงบที่ผ่านการตรวจสอบย้อนหลังหลายปี

เริ่มจากตรงไหน

  1. วันนี้ ตรวจสถานะผู้ทำบัญชีคนปัจจุบันและข้อมูลของบริษัทในระบบ e-Accountant ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  2. เปิดสัญญาจ้างทำบัญชีฉบับปัจจุบัน เทียบกับรายการข้างบน แล้วจดว่าขาดข้อไหน
  3. จดปริมาณงานจริงต่อเดือน ทั้งจำนวนเอกสาร จำนวนพนักงาน และแบบภาษีที่ต้องยื่น
  4. ถ้าจะเปลี่ยนสำนักงาน ขอใบเสนอราคาอย่างน้อยสองแห่ง แล้วแปลงเป็นต้นทุนทั้งปี
  5. ตกลงตารางงานปลายปีกับสำนักงานบัญชีและผู้สอบบัญชี โดยนับย้อนจากวันประชุมผู้ถือหุ้นก่อน 30 เมษายน แล้วลงไว้ในปฏิทิน

แหล่งข้อมูล

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี