ทำบัญชีให้พร้อมให้นักลงทุนตรวจ: ปิดงบรายเดือนให้เสร็จใน 10 วันทำการ

บัญชีที่สะอาดและทันเวลาช่วยให้ระดมทุนได้เร็วขึ้นและสร้างความเชื่อมั่น บทความนี้สรุปขั้นตอนปิดงบรายเดือนที่ SME ไทยทำได้จริง และเอกสารที่นักลงทุนมักขอตอนทำ Due Diligence

ข้อความ D+10 ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างปฏิทินสิบวันที่ติ๊กครบทุกวัน วันสุดท้ายเป็นสีดำ
ในบทความนี้
  1. วางพื้นฐานให้ถูก
  2. ปิดงบรายเดือนใน 10 วันทำการ
  3. รายงานรายเดือนควรมีอะไรบ้าง
  4. เอกสารที่นักลงทุนขอตอนทำ Due Diligence
  5. สัญญาณอันตรายที่ทำให้ดีลช้า
  6. เครื่องมือและความรับผิดชอบ

ก่อนนักลงทุนจะลงเงินในธุรกิจใด เขาจะตรวจตัวเลขของธุรกิจนั้น และมักตรวจอย่างละเอียด ถ้าบัญชีล่าช้า ตัวเลขไม่ตรงกัน หรืออธิบายไม่ได้ การทำ Due Diligence จะยืดเยื้อ มูลค่ากิจการถูกกดลง หรือดีลก็เงียบหายไปเอง ตัวเลขชุดเดียวกันนี้ยังบอกเจ้าของกิจการด้วยว่าธุรกิจทำกำไรได้จริงหรือไม่ การทำบัญชีให้ถูกต้องทุกเดือนจึงเป็นนิสัยที่มีค่าที่สุดอย่างหนึ่งที่ SME สร้างได้ ตั้งแต่ก่อนจะคิดระดมทุนเสียอีก

วางพื้นฐานให้ถูก

  • แยกเงินธุรกิจออกจากเงินส่วนตัว เงินรับและเงินจ่ายของธุรกิจทุกรายการควรผ่านบัญชีธนาคารของบริษัทเอง บัญชีที่ปนกันเป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุดเวลาตรวจบริษัทขนาดเล็ก และทำให้ตัวเลขอื่นทั้งหมดน่าสงสัยไปด้วย
  • ใช้เกณฑ์คงค้าง บันทึกรายได้เมื่อเกิดรายได้ และบันทึกค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดค่าใช้จ่าย ไม่ใช่รอเงินเข้าออก บัญชีตามเกณฑ์เงินสดจะบังภาพจริงของธุรกิจที่กำลังโต
  • ใช้มาตรฐานให้ถูก บริษัทจำกัดส่วนใหญ่ในไทยใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs) ถ้ามีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ หรือนักลงทุนกำหนด อาจต้องใช้ TFRS ฉบับเต็ม และเปลี่ยนตั้งแต่เนิ่น ๆ จะง่ายกว่า
  • วางผังบัญชีให้ชัด แยกรายได้แต่ละประเภทและค่าใช้จ่ายหลักออกจากกัน รายงานที่ออกมาจะได้ตอบคำถามที่นักลงทุนถามได้ตรง ๆ
  • เก็บหลักฐานให้ครบ ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ สัญญา และเอกสารเงินเดือน ต้องจัดเก็บจนตัวเลขทุกตัวสืบย้อนกลับไปหาเอกสารได้

ปิดงบรายเดือนใน 10 วันทำการ

การปิดงบรายเดือนคือกระบวนการที่เปลี่ยนรายการค้าทั้งเดือนให้เป็นงบการเงินที่เชื่อถือได้ สำหรับ SME ส่วนใหญ่ 10 วันทำการเป็นเป้าที่ทำได้จริง ส่วนทีมการเงินขนาดใหญ่ตั้งเป้าที่ 5 วัน ลำดับสำคัญกว่าความเร็ว คือกระทบยอดก่อน แล้วค่อยปรับปรุง แล้วจึงออกรายงาน

ไทม์ไลน์งานปิดงบรายเดือน 9 งานตลอด 10 วันทำการ แบ่งเป็นสามช่วง คือรวบรวมและบันทึกรายการในวันที่ 1 ถึง 2 กระทบยอดและปรับปรุงรายการตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 7 ได้แก่ บัญชีธนาคาร ลูกหนี้และเจ้าหนี้ เงินเดือนและประกันสังคม รายการค้างจ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม สินทรัพย์ถาวรและสินค้าคงเหลือ และออกรายงานในวันที่ 8 ถึง 10
ตัวอย่างปฏิทินปิดงบ งานบางอย่างทำคู่ขนานกันได้ แต่จะเริ่มออกรายงานก็ต่อเมื่อกระทบยอดเสร็จแล้ว
  1. วันที่ 1–2: ตัดยอดและบันทึกรายการ รวบรวมใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และรายการเดินบัญชีธนาคารของทั้งเดือน แล้วบันทึกให้ครบ เอกสารที่ขาดให้ตามตอนนี้ อย่ารอไปตามตอนสิ้นปี
  2. วันที่ 2–3: กระทบยอดเงินฝากธนาคาร เทียบทุกบัญชีธนาคารของธุรกิจกับสมุดบัญชีให้ตรงถึงบาทสุดท้าย และหาสาเหตุของรายการที่อธิบายไม่ได้
  3. วันที่ 3–4: ลูกหนี้และเจ้าหนี้ ทบทวนอายุหนี้ทั้งที่ลูกค้าค้างจ่ายเราและที่เราค้างจ่ายซัพพลายเออร์ ติดตามใบแจ้งหนี้ที่เลยกำหนด และเทียบกับรายการยอดจากซัพพลายเออร์
  4. วันที่ 3–5: เงินเดือน ประกันสังคม และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตรวจว่าเงินเดือน เงินสมทบ และภาษีที่หักไว้บันทึกถูกต้อง และตรงกับที่ยื่นและนำส่งจริง
  5. วันที่ 4–5: รายการค้างจ่ายและจ่ายล่วงหน้า บันทึกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้วแต่ยังไม่ได้รับใบแจ้งหนี้ ทยอยตัดค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้าให้ตรงเดือน และยกรายได้รับล่วงหน้าของงานที่ยังไม่ได้ส่งมอบไปไว้งวดถัดไป
  6. วันที่ 5–7: กระทบยอดภาษีมูลค่าเพิ่ม เทียบภาษีขายและภาษีซื้อในสมุดบัญชีกับใบกำกับภาษีและแบบ ภ.พ.30 ซึ่งต้องยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
  7. วันที่ 6–7: สินทรัพย์ถาวรและสินค้าคงเหลือ บันทึกค่าเสื่อมราคาและสินทรัพย์ที่ซื้อใหม่ ตรวจนับหรือทบทวนสินค้าคงเหลือและมูลค่า
  8. วันที่ 8–9: จัดทำงบการเงินและทบทวน ออกงบกำไรขาดทุน งบฐานะการเงิน และงบกระแสเงินสด แล้วดูว่ามีรายการไหนเปลี่ยนไปผิดคาดเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหรืองบประมาณ
  9. วันที่ 10: รายงานผู้บริหาร ส่งรายงานสั้น ๆ ให้ผู้ก่อตั้ง และให้นักลงทุนเมื่อมีนักลงทุนแล้ว

รายงานรายเดือนควรมีอะไรบ้าง

นักลงทุนไม่ต้องการแฟ้มหนา ๆ รายงานไม่กี่หน้าที่ส่งตรงเวลาทุกเดือนมีค่ากว่ามาก

  • งบกำไรขาดทุนเทียบกับงบประมาณ และเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน
  • งบฐานะการเงินและกระแสเงินสด พร้อมเงินสดคงเหลือและจำนวนเดือนที่เงินสดยังพอใช้ (Runway)
  • ตัวเลขสำคัญไม่กี่ตัว เช่น อัตรากำไรขั้นต้น ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ระยะเวลาเก็บหนี้ ระยะเวลาจ่ายหนี้ และเงินสดที่ใช้ไปต่อเดือน
  • คำอธิบายสั้น ๆ ว่าอะไรเปลี่ยนไปและเพราะอะไร

เอกสารที่นักลงทุนขอตอนทำ Due Diligence

รายการเอกสารด้านการเงินที่นักลงทุนมักขอจาก SME ไทย ได้แก่

  • งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบย้อนหลัง 2–3 ปี และงบการเงินภายในของปีปัจจุบัน
  • แบบภาษีต่าง ๆ คือ ภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51) ภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน (ภ.พ.30) และภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • รายการเดินบัญชีธนาคาร รายงานอายุลูกหนี้และเจ้าหนี้ และทะเบียนสินทรัพย์ถาวร
  • เอกสารเงินเดือนและประกันสังคม
  • สัญญาสำคัญกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ และเจ้าหนี้เงินกู้
  • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด

ถ้าคุณส่งเอกสารทั้งหมดนี้ได้ภายในไม่กี่วัน กระบวนการจะเดินเร็ว และนักลงทุนจะเริ่มต้นด้วยความเชื่อใจ

สัญญาณอันตรายที่ทำให้ดีลช้า

  • รายได้ในบัญชีไม่ตรงกับยอดขายที่แจ้งในแบบ ภ.พ.30
  • บริษัทจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนตัว หรือรายได้ของบริษัทเข้าบัญชีส่วนตัว
  • บัญชีที่ไม่ได้กระทบยอด หรือยอดคงค้างก้อนใหญ่ในบัญชีพักหรือบัญชีอื่น ๆ
  • หนี้สินที่ไม่ได้บันทึก เช่น ภาษี เงินสมทบประกันสังคม หรือค่าสินค้าที่ยังไม่ได้จ่าย
  • รายการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกันที่ไม่มีสัญญา หรือราคาผิดปกติ
  • รายการปรับปรุงก้อนใหญ่ที่ทำเฉพาะตอนสิ้นปี

เครื่องมือและความรับผิดชอบ

โปรแกรมบัญชีบนคลาวด์ที่ดึงรายการจากธนาคารได้เองช่วยลดงานมือไปมาก และระบบ e-Tax Invoice ทำให้ออกและติดตามเอกสารได้ง่ายขึ้น SME จำนวนมากจ้างสำนักงานบัญชีทำบัญชีให้ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดี แต่เจ้าของหรือผู้ดูแลการเงินยังต้องทบทวนตัวเลขทุกเดือน และอย่าลืมหน้าที่รายปี ได้แก่ ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบงบการเงิน นำงบเข้าอนุมัติในที่ประชุมผู้ถือหุ้นภายใน 4 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี ยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 1 เดือนหลังวันที่ประชุมอนุมัติ และยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี

ธุรกิจที่ปิดงบได้สม่ำเสมอทุกเดือนแทบไม่เคยเจอ Due Diligence ที่ตึงเครียด และยังตัดสินใจได้ดีกว่าตั้งแต่ก่อนนักลงทุนคนแรกจะมาถึง

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี