เงินสดย่อยแบบวงเงินคงที่ (Imprest): ตั้งวงเงิน เบิกชดเชย และตรวจสอบได้ทุกบาท

ระบบเงินสดย่อยแบบวงเงินคงที่ วิธีตั้งวงเงิน เอกสารที่ต้องมีทุกครั้งที่จ่าย ตัวอย่างการเบิกชดเชยพร้อมรายการบันทึกบัญชี และการควบคุมที่ทำให้เจ้าของตรวจได้ง่าย

ตัวเลข 6,820 ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างภาพลายเส้นวงจรสี่จุด FUND PAY COUNT REFILL
ในบทความนี้
  1. ระบบวงเงินคงที่คืออะไร
  2. ตั้งวงเงินเท่าไรดี
  3. เอกสารที่ต้องมีทุกครั้งที่จ่าย
  4. ตัวอย่างการเบิกชดเชย
  5. ควบคุมให้ตรวจสอบได้
  6. เริ่มจากตรงไหน

เงินสดย่อยเป็นเงินก้อนเล็กที่สุดในบริษัท แต่เป็นจุดที่ตรวจยากที่สุดจุดหนึ่ง ค่าส่งเอกสาร ค่าทางด่วน น้ำดื่ม เครื่องเขียน จ่ายกันวันละหลายรายการ ใบเสร็จหายบ้าง เงินขาดบ้าง สิ้นเดือนไม่มีใครบอกได้ว่าเงินที่หายไปเป็นค่าอะไร และหลายรายการลงบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐาน

บทความนี้อธิบายระบบเงินสดย่อยแบบวงเงินคงที่ (Imprest System) วิธีตั้งวงเงิน เอกสารที่ต้องมีทุกครั้งที่จ่าย ตัวอย่างการเบิกชดเชยพร้อมรายการบันทึกบัญชี และการควบคุมที่ทำให้เจ้าของและผู้สอบบัญชีตรวจได้ง่าย

ระบบวงเงินคงที่คืออะไร

ตำรา Principles of Financial Accounting ของ OpenStax อธิบายว่าเงินสดย่อยคือเงินสดจำนวนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ถือไว้จ่ายค่าซื้อเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวัน ซึ่งไม่คุ้มที่จะจ่ายด้วยเช็ค และเป็นบัญชีแบบวงเงินคงที่ คือมีเงินจำนวนคงที่ แล้วเติมกลับเท่าที่ใช้ไปเพื่อให้ยอดเท่าเดิมเสมอ

หัวใจของระบบนี้คือสมการเดียวที่ต้องเป็นจริงทุกเวลา

เงินสดที่นับได้ + ใบสำคัญและใบเสร็จที่จ่ายไปแล้ว = วงเงินเงินสดย่อย

ถ้าวงเงินคือ 10,000 บาท วันไหนนับเงินได้ 3,180 บาท ต้องมีใบเสร็จรวม 6,820 บาท ถ้าไม่ครบก็รู้ทันทีว่าขาดเท่าไร ต่างจากการถือเงินสดแบบไม่มีวงเงินที่เติมเงินเมื่อหมด ซึ่งไม่มีจุดอ้างอิงให้ตรวจ

บัญชีเงินสดย่อยในบัญชีแยกประเภทจะเคลื่อนไหวเฉพาะตอนตั้งวงเงินหรือเปลี่ยนวงเงิน ส่วนค่าใช้จ่ายแต่ละรายการบันทึกตอนเบิกชดเชย

ตั้งวงเงินเท่าไรดี

วงเงินควรพอใช้ถึงรอบเบิกชดเชยถัดไป และไม่มากจนเงินสดค้างในลิ้นชักเกินจำเป็น

วงเงิน ≈ ค่าใช้จ่ายเงินสดย่อยต่อเดือน ÷ จำนวนรอบเบิกชดเชยต่อเดือน + เงินสำรองเล็กน้อย

ตัวอย่างสมมติ สำนักงานแห่งหนึ่งดูรายจ่ายย้อนหลังสามเดือน พบว่าจ่ายเงินสดย่อยเฉลี่ยเดือนละ 18,000 บาท และตั้งใจเบิกชดเชยเดือนละสองรอบ วงเงินจึงเท่ากับ 18,000 ÷ 2 + 1,000 = 10,000 บาท

OpenStax ระบุว่าฝ่ายบริหารควรปรับวงเงินตามการใช้จริง ถ้าต้องเบิกชดเชยบ่อยเกินไปให้เพิ่มวงเงิน ถ้าเงินเหลือมากเกินไปให้ลดลง ควรกำหนดเพดานต่อรายการไว้ด้วย เช่น ไม่เกิน 2,000 บาทต่อรายการ รายการที่ใหญ่กว่านั้นให้จ่ายผ่านการโอนเงินตามขั้นตอนปกติ ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่าง ให้ตั้งตามลักษณะงานของคุณ

เอกสารที่ต้องมีทุกครั้งที่จ่าย

ทุกรายการที่จ่ายจากเงินสดย่อยควรมีเอกสารสองชิ้น

  • ใบสำคัญจ่ายเงินสดย่อย (Petty Cash Voucher) เลขที่เรียงกัน วันที่ จำนวนเงิน จ่ายเพื่ออะไร ผู้รับเงินลงชื่อ และผู้อนุมัติลงชื่อ OpenStax ระบุว่าใบสำคัญนี้ใช้ติดตามการใช้เงินและต้องมีลายมือชื่อของผู้จัดการ
  • หลักฐานจากผู้ขาย ใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษี แนบกับใบสำคัญทุกใบ

เรื่องภาษีมีสองข้อที่พนักงานถือเงินสดย่อยควรรู้

  • ขอใบกำกับภาษีเต็มรูป เมื่อซื้อจากร้านที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) กำหนดให้ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีอย่างย่อเป็นภาษีซื้อที่นำมาหักไม่ได้ ส่วนพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 243) ให้นิติบุคคลถือภาษีซื้อกลุ่มนี้เป็นรายจ่ายได้ ดูรายละเอียดใน ภาษีซื้อต้องห้าม
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 กำหนดให้หักเมื่อยอดเงินได้ตามสัญญาหนึ่ง ๆ ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้จะแบ่งจ่ายครั้งละไม่ถึง 1,000 บาท ถ้าจ่ายค่าบริการรายเดียวกันจากเงินสดย่อยหลายครั้งภายใต้สัญญาเดียว ต้องดูยอดรวมของสัญญา ไม่ใช่ยอดต่อครั้ง ดู ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ SME ใช้บ่อย

เมื่อจ่ายแล้ว ให้ประทับคำว่า "จ่ายแล้ว" พร้อมเลขที่ใบสำคัญบนใบเสร็จ เพื่อไม่ให้ใบเดียวกันถูกนำมาเบิกซ้ำ

ตัวอย่างการเบิกชดเชย

ตัวอย่างสมมติ วงเงิน 10,000 บาท ครบรอบเบิกชดเชย ผู้ถือเงินนับเงินสดได้ 3,180 บาท และมีใบสำคัญพร้อมหลักฐานดังนี้

ใบสำคัญในรอบนี้ (ตัวอย่างสมมติ หน่วย: บาท)
รายการหลักฐานจำนวนเงิน
เครื่องเขียนใบกำกับภาษีเต็มรูป (ราคา 2,000 + VAT 7% 140)2,140
ค่าส่งเอกสารและพัสดุใบเสร็จรับเงิน1,850
น้ำดื่มสำนักงานใบกำกับภาษีอย่างย่อ1,530
ค่าทางด่วนและที่จอดรถใบเสร็จรับเงิน1,260
รวมใบสำคัญ6,780
เงินสดที่นับได้3,180
รวมเงินสดกับใบสำคัญ9,960
เงินขาด40

เงินที่ต้องเบิกชดเชยคือ 10,000 − 3,180 = 6,820 บาท เท่ากับใบสำคัญ 6,780 บาท บวกเงินขาด 40 บาท เมื่อโอนเงินเข้าแล้ว เงินสดกลับมาเป็น 10,000 บาทพอดี

กราฟแท่งนอนรายการที่เบิกชดเชย 6,820 บาท เครื่องเขียน 2,140 บาท ค่าส่งเอกสาร 1,850 บาท น้ำดื่ม 1,530 บาท ค่าทางด่วนและที่จอดรถ 1,260 บาท และเงินขาด 40 บาทเป็นแท่งสีดำ
เงินขาดแยกเป็นรายการของตัวเอง ไม่ซ่อนอยู่ในค่าใช้จ่ายอื่น จึงเห็นได้ว่าขาดซ้ำทุกรอบหรือไม่

รายการบันทึกบัญชีของรอบนี้

บันทึกบัญชีเมื่อเบิกชดเชย (ตัวอย่างสมมติ หน่วย: บาท)
บัญชีเดบิตเครดิต
วัสดุสิ้นเปลืองสำนักงาน2,000
ภาษีซื้อ140
ค่าขนส่ง1,850
ค่าใช้จ่ายสำนักงาน (น้ำดื่ม)1,530
ค่าเดินทาง1,260
เงินขาดเกินบัญชี (Cash Over and Short)40
เงินฝากธนาคาร6,820
รวม6,8206,820

สังเกตว่าไม่มีบัญชีเงินสดย่อยในรายการนี้ เพราะวงเงินไม่ได้เปลี่ยน ค่าใช้จ่ายแต่ละรายการลงบัญชีของตัวเองตอนเบิกชดเชย ภาษีจากใบกำกับเต็มรูปแยกเป็นภาษีซื้อ ส่วนน้ำดื่มที่มีแค่ใบกำกับอย่างย่อลงเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวน OpenStax อธิบายว่าเงินขาดบันทึกด้านเดบิตซึ่งมีผลเหมือนค่าใช้จ่าย ถ้าเงินเกินให้บันทึกด้านเครดิต ส่วนการตั้งวงเงินครั้งแรกบันทึกเดบิตเงินสดย่อย เครดิตเงินฝากธนาคาร 10,000 บาท

ควบคุมให้ตรวจสอบได้

  • ผู้ถือเงินคนเดียว ถ้าหลายคนเข้าถึงลิ้นชักเดียวกัน เมื่อเงินขาดจะไม่รู้ว่าเกิดในมือใคร
  • ผู้อนุมัติไม่ใช่ผู้ถือเงิน คนอนุมัติใบสำคัญและคนอนุมัติการเบิกชดเชยต้องไม่ใช่คนที่ถือเงิน ดูวิธีแบ่งหน้าที่เมื่อทีมเล็กใน ควบคุมภายในสำหรับทีมเล็ก
  • สุ่มนับโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ผู้ที่ไม่ได้ถือเงินนับเงินกับใบสำคัญให้ครบวงเงิน แล้วลงชื่อทั้งสองฝ่าย
  • เบิกชดเชยก่อนปิดงบทุกเดือน ถ้าไม่เบิก ค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปแล้วจะยังไม่อยู่ในงบของเดือนนั้น
  • ห้ามใช้เป็นเงินยืมส่วนตัว ไม่รับบันทึกยืมเงินหรือเช็คส่วนตัวแทนเงินสด เงินยืมทดรองให้ทำผ่านขั้นตอนของมันเอง
  • ดูเงินขาดเกินเป็นแนวโน้ม OpenStax ระบุว่าเงินขาดที่เกิดซ้ำเป็นสัญญาณว่าการควบคุมไม่พอและควรทบทวน

เริ่มจากตรงไหน

  1. รวมค่าใช้จ่ายเงินสดย่อยย้อนหลังสามเดือน แล้วตั้งวงเงิน รอบเบิกชดเชย และเพดานต่อรายการ
  2. แต่งตั้งผู้ถือเงินหนึ่งคน และผู้อนุมัติที่ไม่ใช่ผู้ถือเงิน
  3. ทำใบสำคัญจ่ายเงินสดย่อยแบบมีเลขเรียง และสอนผู้ถือเงินให้ขอใบกำกับภาษีเต็มรูป
  4. เบิกชดเชยตามรอบและก่อนปิดงบทุกเดือน โดยบันทึกค่าใช้จ่ายแยกตามบัญชีและแยกเงินขาดเกิน
  5. สุ่มนับอย่างน้อยเดือนละครั้ง และทบทวนวงเงินทุกไตรมาส

ตัวเลข วงเงิน และเพดานในบทความเป็นตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิด เรื่องหลักฐานรายจ่ายทางภาษีที่มีเงื่อนไขเฉพาะ ควรถามผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีของบริษัท

แหล่งข้อมูล

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี