ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ SME ใช้บ่อย: อัตรา แบบที่ต้องยื่น และ e-Withholding Tax ที่เหลือ 1%

อัตราหักภาษี ณ ที่จ่ายของค่าเช่า ค่าบริการ ค่าวิชาชีพ ค่าโฆษณา และค่าขนส่ง แยก ภ.ง.ด.3 กับ ภ.ง.ด.53 กำหนดยื่นออนไลน์ ความผิดที่พบบ่อย และการจ่ายผ่าน e-Withholding Tax ที่ลดอัตราเหลือ 1% ถึงสิ้นปี 2570

ตัวเลข 1% ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างภาพขั้นบันไดสี่ขั้น 1% 2% 3% 5% โดยขั้นต่ำสุดเป็นสีดำ แทนอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ลดเหลือขั้นเดียว
ในบทความนี้
  1. หัก ณ ที่จ่ายคืออะไร ใครต้องหัก
  2. อัตราที่ SME ใช้บ่อย
  3. แบบที่ต้องยื่นและกำหนดเวลา
  4. ตัวอย่างคำนวณหนึ่งเดือน
  5. e-Withholding Tax: หักผ่านธนาคาร อัตรา 1%
  6. ความผิดพลาดที่พบบ่อย
  7. เริ่มจากตรงไหน

ทุกครั้งที่บริษัทจ่ายค่าเช่า ค่าบริการ หรือค่าโฆษณา ฝ่ายบัญชีต้องตอบคำถามเดิมซ้ำ ๆ ว่าต้องหักภาษีไว้กี่เปอร์เซ็นต์ ยื่นแบบไหน และส่งภายในวันไหน ถ้าตอบผิด ภาระไม่ได้ตกอยู่กับผู้รับเงินอย่างเดียว กฎหมายให้ผู้จ่ายต้องรับผิดร่วมด้วย

บทความนี้รวบรวมอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ SME ใช้บ่อยที่สุด แบบที่ใช้ยื่นและกำหนดเวลา ตัวอย่างการคำนวณหนึ่งเดือน ความผิดพลาดที่พบบ่อย และการจ่ายผ่านระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) ที่ลดอัตราเหลือ 1%

หัก ณ ที่จ่ายคืออะไร ใครต้องหัก

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) คือการเก็บภาษีเงินได้ของผู้รับเงินล่วงหน้า ผู้จ่ายหักเงินส่วนหนึ่งไว้ตอนจ่าย แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทนผู้รับ ผู้รับนำยอดที่ถูกหักไปเครดิตกับภาษีที่ต้องเสียตอนสิ้นปี ภาษีนี้จึงไม่ใช่ต้นทุนเพิ่มของผู้จ่าย แต่เป็นหน้าที่ที่ผู้จ่ายต้องทำให้ถูก

  • สำหรับค่าเช่า ค่าบริการ ค่าจ้างทำของ ค่าโฆษณา และค่าขนส่ง ผู้มีหน้าที่หักคือบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และนิติบุคคลอื่นที่เป็นผู้จ่าย
  • หักเมื่อจ่ายเงินได้ตามสัญญาหนึ่ง ๆ รวมตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป
  • ผู้จ่ายต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ที่เรียกกันว่า 50 ทวิ) ให้ผู้รับ และจัดทำบัญชีพิเศษแสดงการหักและนำส่งภาษี

อัตราที่ SME ใช้บ่อย

อัตราตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 สำหรับผู้รับที่อยู่ในประเทศไทย

ประเภทเงินที่จ่าย จ่ายบุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.3) จ่ายนิติบุคคล (ภ.ง.ด.53)
ค่าเช่าอาคาร บ้าน โรงเรือน และทรัพย์สิน 5% 5%
ค่าวิชาชีพอิสระ (กฎหมาย บัญชี วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การประกอบโรคศิลปะ ประณีตศิลปกรรม) 3% 3%
ค่าจ้างทำของ และค่ารับเหมา 3% 3%
ค่าบริการอื่น ๆ 3% 3%
ค่าโฆษณา 2% 2%
ค่าขนส่ง (ไม่รวมค่าโดยสารขนส่งสาธารณะ) 1% 1%
รางวัลจากการประกวด แข่งขัน ชิงโชค 5% 5%

ค่าบริการที่ไม่ต้องหักในหมวดบริการอื่น ๆ ได้แก่ ค่าบริการโรงแรม ค่าบริการภัตตาคาร ค่าเบี้ยประกันชีวิต และค่าโดยสารขนส่งสาธารณะ ส่วนการซื้อสินค้าทั่วไปไม่อยู่ในรายการเงินได้ที่คู่มือของกรมสรรพากรกำหนดให้หัก การจ่ายให้ผู้รับในต่างประเทศมีอัตราและแบบของตัวเอง (ภ.ง.ด.54) ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีเป็นรายกรณี

แบบที่ต้องยื่นและกำหนดเวลา

  • ภ.ง.ด.1 เงินเดือน ค่าจ้าง ที่จ่ายให้พนักงาน
  • ภ.ง.ด.3 เงินที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา เช่น ค่าเช่าจากเจ้าของที่เป็นบุคคล ค่าจ้างฟรีแลนซ์
  • ภ.ง.ด.53 เงินที่จ่ายให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

ตามกฎหมาย ต้องยื่นแบบและนำส่งภาษีภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนที่จ่ายเงิน แต่กระทรวงการคลังขยายเวลาให้อีก 8 วันเมื่อยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต รวมเป็นภายใน 15 วันนับแต่วันสิ้นเดือน สำหรับแบบที่ถึงกำหนดยื่นระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ถึง 31 มกราคม 2570

สิ่งที่เปลี่ยนไปแล้วคือ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 451) กำหนดให้ยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย รวมถึง ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับเงินได้ที่จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ผู้ที่ยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้ต้องทำหนังสือแจ้งเหตุจำเป็นยื่นพร้อมแบบที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา

ตัวอย่างคำนวณหนึ่งเดือน

ตัวอย่างสมมติ บริษัทแห่งหนึ่งจ่ายเงินในเดือนเดียว ตามรายการด้านล่าง (ยอดก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม)

รายการ ยอดจ่าย (บาท) แบบ อัตราปกติ ภาษีที่หัก (บาท) ถ้าจ่ายผ่าน e-WHT (บาท)
ค่าเช่าสำนักงาน เจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา 30,000 ภ.ง.ด.3 5% 1,500 300
ค่าออกแบบ จ้างฟรีแลนซ์ 20,000 ภ.ง.ด.3 3% 600 200
ค่าทำบัญชี สำนักงานบัญชีที่เป็นบริษัท 15,000 ภ.ง.ด.53 3% 450 150
ค่าโฆษณา เอเจนซีที่เป็นบริษัท 50,000 ภ.ง.ด.53 2% 1,000 500
ค่าขนส่ง บริษัทขนส่ง 8,000 ภ.ง.ด.53 1% 80 80
รวม 123,000 3,630 1,230

ถ้าจ่ายแบบปกติ บริษัทต้องยื่น ภ.ง.ด.3 ยอด 2,100 บาท และ ภ.ง.ด.53 ยอด 1,530 บาท ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป พร้อมออกหนังสือรับรองให้ผู้รับทั้งห้าราย ถ้าจ่ายผ่าน e-Withholding Tax ภาษีที่หักรวมเหลือ 1,230 บาท ผู้รับทั้งห้ารายได้เงินสดเพิ่มขึ้นรวม 2,400 บาทในเดือนนั้น ค่าขนส่งไม่เปลี่ยนเพราะอัตราปกติเป็น 1% อยู่แล้ว

กราฟแท่งนอนอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายปกติ ค่าเช่า 5% รางวัลชิงโชค 5% ค่าบริการและค่าจ้างทำของ 3% ค่าวิชาชีพอิสระ 3% ค่าโฆษณา 2% ค่าขนส่ง 1% เทียบกับอัตราเมื่อจ่ายผ่าน e-Withholding Tax ปี 2569 ถึง 2570 ที่เหลือ 1% เป็นแท่งสีดำ
อัตรา 5% 3% และ 2% ลดเหลือ 1% เมื่อจ่ายผ่าน e-Withholding Tax ค่าเช่าเป็นรายการที่ส่วนต่างมากที่สุด

e-Withholding Tax: หักผ่านธนาคาร อัตรา 1%

e-Withholding Tax คือการจ่ายเงินผ่านธนาคารที่ร่วมโครงการกับกรมสรรพากร ผู้จ่ายระบุข้อมูลการหักภาษีตอนโอนเงิน ธนาคารหักภาษีและส่งข้อมูลพร้อมเงินภาษีให้กรมสรรพากร ผู้จ่ายและผู้รับตรวจข้อมูลได้ในระบบของกรมสรรพากร ซึ่งกรมสรรพากรแจ้งว่าข้อมูลจะขึ้นในระบบภายใน 6 วันทำการหลังทำรายการ

  • อัตราลดเหลือ 1% สำหรับเงินได้ที่มีอัตราปกติ 5% 3% และ 2% เมื่อจ่ายผ่าน e-Withholding Tax มาตรการรอบแรกใช้กับการจ่ายตั้งแต่ 1 มกราคม 2566 ถึง 31 ธันวาคม 2568
  • คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เห็นชอบขยายมาตรการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 ตามข่าวกรมสรรพากร ปชส. 14/2569 ซึ่งต้องออกเป็นกฎกระทรวง ควรตรวจกับผู้ทำบัญชีว่าประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก่อนใช้อัตรานี้
  • บริษัทที่ลงทุนหรือจ่ายค่าบริการระบบ e-Withholding Tax และ e-Tax Invoice & e-Receipt หักรายจ่ายได้ 2 เท่าของที่จ่ายจริง ในช่วงเวลาเดียวกัน

ใครได้ประโยชน์มากที่สุด ผู้รับเงินได้เงินสดมากขึ้นทันทีเพราะถูกหักน้อยลง ส่วนผู้จ่ายได้ประโยชน์ด้านงานเอกสาร บริษัทที่จ่ายค่าเช่าหรือจ้างผู้ให้บริการรายเล็กจำนวนมาก ใช้ e-Withholding Tax เป็นเงื่อนไขต่อรองได้ด้วย เพราะผู้รับรายเล็กมักอยากได้เงินเต็มกว่า

ความผิดพลาดที่พบบ่อย

  1. ไม่หัก หรือหักไม่ครบ ผู้จ่ายต้องรับผิดร่วมกับผู้รับในภาษีที่ไม่ได้หักหรือขาดไป ตามมาตรา 54 แห่งประมวลรัษฎากร
  2. นำส่งช้า เสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องนำส่ง ส่วนผู้ที่เจตนาไม่ยื่นแบบเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 37 ทวิ
  3. ออกภาษีแทนผู้รับแต่คิดภาษีจากยอดเดิม ถ้าตกลงว่าผู้รับได้เงินเต็มและบริษัทออกภาษีให้ ภาษีที่ออกแทนถือเป็นเงินได้ของผู้รับด้วย ต้องคำนวณภาษีเพิ่มจากส่วนนั้น ไม่ใช่หักจากยอดเดิมเท่านั้น
  4. ใช้แบบผิด ผู้รับเป็นบุคคลธรรมดาใช้ ภ.ง.ด.3 ผู้รับเป็นนิติบุคคลใช้ ภ.ง.ด.53 ตรวจจากหนังสือรับรองบริษัทหรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้รับ อย่าเดาจากชื่อร้าน
  5. แตกยอดเพื่อให้ต่ำกว่า 1,000 บาท เกณฑ์นับตามสัญญา ถ้าเป็นสัญญาเดียวกันแต่แบ่งจ่ายหลายงวด ยอดรวมยังเกิน 1,000 บาท ยังต้องหัก
  6. ไม่เก็บหนังสือรับรองที่ถูกหัก ฝั่งที่บริษัทถูกลูกค้าหักไว้ ต้องใช้หนังสือรับรองเป็นหลักฐานเครดิตภาษีตอนยื่น ภ.ง.ด.50 ควรติดตามเก็บให้ครบทุกเดือน ไม่ใช่รอสิ้นปี

เริ่มจากตรงไหน

  1. ดึงรายการจ่ายเงินของเดือนล่าสุด จัดกลุ่มตามประเภทในตารางอัตรา และแยกผู้รับเป็นบุคคลธรรมดากับนิติบุคคล
  2. ตั้งรหัสประเภทค่าใช้จ่ายในระบบบัญชีให้ผูกกับอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย จะได้ไม่ต้องตัดสินใจใหม่ทุกครั้งที่จ่าย
  3. ตรวจว่ามีบัญชีผู้ใช้ยื่นแบบออนไลน์ของกรมสรรพากรแล้ว และตั้งเตือนยื่น ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ทุกวันที่ 15
  4. ถามธนาคารที่ใช้อยู่ว่าให้บริการ e-Withholding Tax หรือไม่ แล้วลองใช้กับค่าเช่าหรือผู้ให้บริการประจำก่อน
  5. ทำทะเบียนหนังสือรับรองการหักภาษีที่บริษัทถูกหักไว้ เพื่อใช้เครดิตตอนยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายไม่ซับซ้อน แต่เกิดขึ้นทุกครั้งที่จ่ายเงิน ความผิดพลาดเล็ก ๆ จึงสะสมเป็นเงินเพิ่มและภาระที่ต้องรับผิดร่วม ระบบที่ผูกอัตรากับประเภทค่าใช้จ่ายไว้ตั้งแต่ต้น และการเปลี่ยนไปจ่ายผ่าน e-Withholding Tax ช่วยลดทั้งงานเอกสารและความเสี่ยงได้พร้อมกัน

แหล่งข้อมูล

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี