Burn Rate และ Runway: เงินสดของบริษัทจะอยู่ได้อีกกี่เดือน และควรเริ่มระดมทุนเมื่อไร

วิธีคำนวณ Gross Burn, Net Burn และ Runway ให้ตรงกับความจริง ค่าใช้จ่ายที่มักลืมนับรวมถึงค่าชดเชยพนักงาน และตัวอย่างสามกรณีที่แสดงว่าอัตราการเติบโตรายเดือนเปลี่ยนคำตอบได้ทั้งหมด

ตัวเลข 10 ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างเส้นกราฟที่ลดลงต่อเนื่องจนจุดท้าย ๆ เป็นสีดำ แทนเงินสดที่ลดลงจนหมด
ในบทความนี้
  1. Gross Burn, Net Burn และ Runway
  2. ทำให้ตัวเลขตรงกับความจริง
  3. อัตราการเติบโตเปลี่ยนคำตอบทั้งหมด
  4. ควรเริ่มระดมทุนเมื่อไร
  5. เตรียมแผนลดค่าใช้จ่ายไว้ก่อน
  6. เริ่มต้นสัปดาห์นี้

คำถามที่ผู้ก่อตั้งควรตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดไฟล์คือ "เงินสดที่มีอยู่ตอนนี้ พาบริษัทไปได้อีกกี่เดือน" หลายบริษัทตอบได้แค่คร่าว ๆ จนเงินเหลือน้อยเกินกว่าจะแก้อะไรได้ทัน ทั้งที่ตัวเลขนี้คำนวณง่าย และเป็นตัวเลขแรก ๆ ที่นักลงทุนถามในการคุยครั้งแรก

บทความนี้อธิบายความต่างของ Gross Burn กับ Net Burn วิธีคำนวณ Runway ให้ตรงกับความจริง ค่าใช้จ่ายที่มักลืมนับ และวิธีวางแผนว่าควรเริ่มระดมทุนหรือเริ่มลดค่าใช้จ่ายเมื่อไร พร้อมตัวอย่างสามกรณีที่ต่างกันแค่อัตราการเติบโต

Gross Burn, Net Burn และ Runway

  • Gross Burn คือเงินสดที่จ่ายออกทั้งหมดในหนึ่งเดือน ทั้งเงินเดือน ค่าเช่า ค่าระบบ ค่าการตลาด ไม่หักรายรับ
  • Net Burn คือเงินสดที่ลดลงจริงในหนึ่งเดือน เท่ากับเงินสดจ่ายออกลบเงินสดรับเข้า
  • Runway คือจำนวนเดือนที่เงินสดคงเหลือพากิจการไปได้ ถ้า Net Burn เป็นอย่างที่เป็นอยู่

Net Burn = เงินสดจ่ายออกต่อเดือน − เงินสดรับเข้าต่อเดือน

Runway (เดือน) = เงินสดคงเหลือ ÷ Net Burn

Gross Burn บอกว่าถ้ารายได้หายไปทั้งหมด บริษัทจะอยู่ได้กี่เดือน ส่วน Net Burn บอกสถานการณ์ปัจจุบัน ควรดูทั้งสองตัว เพราะรายได้ของบริษัทที่เพิ่งเริ่มมักไม่แน่นอน ลูกค้ารายใหญ่รายเดียวเลื่อนจ่ายก็ทำให้ Net Burn กระโดดได้

ตัวอย่าง

ตัวอย่างสมมติ สตาร์ทอัพแห่งหนึ่งมีเงินสด 6 ล้านบาท รับเงินจากลูกค้าเดือนละ 400,000 บาท และจ่ายออกเดือนละ 1,000,000 บาท

รายการต่อเดือน บาท
เงินเดือนและสวัสดิการพนักงาน 8 คน 600,000
ค่าเช่าสำนักงานและระบบซอฟต์แวร์ 150,000
การตลาดและการขาย 250,000
Gross Burn 1,000,000
เงินสดรับจากลูกค้า −400,000
Net Burn 600,000
Runway 6,000,000 ÷ 600,000 = 10 เดือน

ทำให้ตัวเลขตรงกับความจริง

Runway ที่คำนวณจากงบกำไรขาดทุนมักดูยาวกว่าความจริง เพราะกำไรขาดทุนกับเงินสดไม่เท่ากัน ใช้ตัวเลขจากบัญชีธนาคารหรืองบกระแสเงินสด และระวังรายการเหล่านี้

  • ใช้ค่าเฉลี่ยสามเดือน Net Burn เดือนเดียวอาจต่ำเพราะลูกค้าจ่ายก้อนใหญ่พอดี หรือสูงเพราะมีค่าใช้จ่ายรายปี
  • ค่าใช้จ่ายที่จ่ายเป็นรายปีหรือรายไตรมาส เช่น ค่าประกัน ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์รายปี ค่าสอบบัญชี
  • ภาษีและเงินที่ต้องนำส่ง เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และเงินสมทบประกันสังคม ซึ่งเป็นเงินที่อยู่ในบัญชีแต่ไม่ใช่ของบริษัท
  • เงินต้นของเงินกู้ ไม่อยู่ในงบกำไรขาดทุน แต่เป็นเงินสดที่จ่ายออกจริง
  • แผนจ้างคนเพิ่ม ถ้าอนุมัติจ้างอีกสามคนเดือนหน้าแล้ว Runway ต้องคิดจากค่าใช้จ่ายหลังจ้าง ไม่ใช่วันนี้

กันเงินค่าชดเชยพนักงานไว้

ถ้าวันหนึ่งต้องลดคนหรือปิดกิจการ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานกำหนดให้จ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน ในวันที่เลิกจ้าง

อายุงาน ค่าชดเชย (ค่าจ้างอัตราสุดท้าย)
ไม่ถึง 120 วัน ไม่ต้องจ่าย
120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี 30 วัน
1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี 90 วัน
3 ปี แต่ไม่ถึง 6 ปี 180 วัน
6 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี 240 วัน
10 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี 300 วัน
20 ปีขึ้นไป 400 วัน

ถ้าเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเพิ่มอีก ในตัวอย่าง ถ้าพนักงานทั้ง 8 คนทำงานมา 1–3 ปี และค่าจ้างรวมเดือนละ 600,000 บาท ค่าชดเชย 90 วันจะเท่ากับราว 1.8 ล้านบาท เงินที่ใช้ดำเนินงานได้จริงจึงเหลือ 4.2 ล้านบาท และ Runway ที่ปลอดภัยคือ 7 เดือน ไม่ใช่ 10 เดือน

อัตราการเติบโตเปลี่ยนคำตอบทั้งหมด

สูตร Runway ข้างบนสมมติว่ารายได้คงที่ ซึ่งไม่ใช่ความจริงของบริษัทที่กำลังโต คำถามที่ดีกว่าคือ Paul Graham แห่ง Y Combinator เรียกว่า Default Alive หรือ Default Dead ถ้าค่าใช้จ่ายคงที่ และรายได้โตในอัตราเท่ากับช่วงหลัง บริษัทจะมีกำไรก่อนเงินหมด (Default Alive) หรือเงินหมดก่อน (Default Dead)

ใช้ตัวอย่างเดิม ค่าใช้จ่ายคงที่เดือนละ 1 ล้านบาท เทียบสามกรณี

  • รายได้คงที่ 400,000 บาท เงินหมดในเดือนที่ 10
  • รายได้โตเดือนละ 5% เงินหมดราวกลางเดือนที่ 16 ขณะที่รายได้ขึ้นมาถึงราว 850,000 บาท ใกล้คุ้มทุนแต่ไม่ทัน
  • รายได้โตเดือนละ 8% รายได้แซงค่าใช้จ่ายในเดือนที่ 12 เงินสดต่ำสุดราว 2.19 ล้านบาทในเดือนที่ 11 แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้น
กราฟเส้นเงินสดคงเหลือ 18 เดือน เริ่มที่ 6 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายเดือนละ 1 ล้านบาท ถ้ารายได้คงที่ 400,000 บาท เงินหมดเดือนที่ 10 ถ้ารายได้โตเดือนละ 5% เงินหมดเมื่อผ่านไปราว 15 เดือนครึ่ง ถ้ารายได้โตเดือนละ 8% เงินสดต่ำสุด 2.19 ล้านบาทในเดือนที่ 11 แล้วเพิ่มเป็น 4.18 ล้านบาทในเดือนที่ 18
ความต่างระหว่างเติบโตเดือนละ 5% กับ 8% คือความต่างระหว่างต้องระดมทุนให้ทัน กับมีทางเลือกว่าจะระดมหรือไม่

ถ้ากันค่าชดเชย 1.8 ล้านบาทไว้ด้วย กรณีโต 5% จะมีเงินที่ใช้ได้จริงต่ำกว่าเงินกันไว้ตั้งแต่เดือนที่ 9 และแม้กรณีโต 8% ซึ่งเงินสดต่ำสุด 2.19 ล้านบาท ก็เหลือส่วนเผื่อไม่ถึง 400,000 บาท ตัวอย่างนี้แสดงว่าอัตราการเติบโตรายเดือนสำคัญพอ ๆ กับจำนวนเงินในบัญชี

ควรเริ่มระดมทุนเมื่อไร

ย้อนกลับจากวันที่เงินหมด การระดมทุนแต่ละรอบใช้เวลาตั้งแต่เริ่มคุยจนเงินเข้าบัญชี ทั้งการนัดพบ การตรวจสอบกิจการ (Due Diligence) และการทำสัญญา ความเร็วขึ้นกับตลาดและความพร้อมของบริษัท วางแผนแบบนี้

เดือนที่ต้องเริ่มระดมทุน = Runway − เวลาที่คาดว่าจะใช้ระดมทุน − ช่วงกันชน

ตัวอย่างสมมติ ถ้าคาดว่าการระดมทุนใช้ 6 เดือน และต้องการช่วงกันชนอีก 3 เดือนเผื่อรอบเลื่อน บริษัทที่มี Runway 10 เดือนต้องเริ่มภายในเดือนหน้า ส่วนบริษัทที่มี Runway ปลอดภัย 7 เดือนหลังกันค่าชดเชยไว้ เริ่มช้าไปแล้ว

อีกเหตุผลที่ควรเริ่มเร็ว คือบริษัทที่ระดมทุนขณะเงินเหลือน้อยมีอำนาจต่อรองน้อย นักลงทุนดู Runway ออก และรู้ว่าอีกฝ่ายรอไม่ได้

เตรียมแผนลดค่าใช้จ่ายไว้ก่อน

Paul Graham เตือนว่าบริษัทที่ได้เงินทุนแล้วมักพังเพราะจ้างคนเร็วเกินไป และไม่ควรฝากความอยู่รอดไว้กับการระดมทุนรอบถัดไปอย่างเดียว วิธีที่ใช้ได้คือกำหนดจุดตัดสินใจไว้ล่วงหน้าตอนที่ยังไม่ตึง เช่น

  • Runway ต่ำกว่า 12 เดือน เริ่มกระบวนการระดมทุน และทบทวนงบการตลาดที่วัดผลไม่ได้
  • ต่ำกว่า 9 เดือน หยุดจ้างคนเพิ่ม เว้นตำแหน่งที่สร้างรายได้โดยตรง
  • ต่ำกว่า 6 เดือน ทำแผนลดค่าใช้จ่ายที่เตรียมไว้ให้บริษัทเป็น Default Alive โดยไม่ต้องพึ่งเงินทุนใหม่

ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวอย่าง ปรับตามเวลาที่ธุรกิจของคุณใช้ระดมทุนจริง ประเด็นสำคัญคือตัดสินใจตอนที่ยังมีเวลาคิด และแผนลดค่าใช้จ่ายต้องรวมค่าชดเชยและเงื่อนไขสัญญาเช่าไว้ด้วย

เริ่มต้นสัปดาห์นี้

  1. ดึงยอดเงินสดรับและจ่ายจากบัญชีธนาคารสามเดือนล่าสุด คำนวณ Gross Burn และ Net Burn เฉลี่ย
  2. เพิ่มค่าใช้จ่ายรายปี ภาษีที่ต้องนำส่ง เงินต้นเงินกู้ และแผนจ้างคน แล้วคำนวณ Runway ใหม่
  3. คำนวณค่าชดเชยตามอายุงานของพนักงานทุกคน แล้วหักออกจากเงินสดเพื่อหา Runway ที่ปลอดภัย
  4. ใส่อัตราการเติบโตของรายได้สามเดือนล่าสุด ดูว่าบริษัทเป็น Default Alive หรือ Default Dead
  5. เขียนจุดตัดสินใจ 12, 9 และ 6 เดือนของบริษัทเอง แล้วอัปเดต Runway ทุกเดือนในรายงานผู้บริหาร

แหล่งข้อมูล

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี