Unit Economics สำหรับ SME: CAC, LTV และระยะคืนทุนต่อลูกค้า ตัวเลขที่นักลงทุนถามก่อนเสมอ

การเติบโตจะสร้างมูลค่าได้จริงก็ต่อเมื่อลูกค้าแต่ละรายทำกำไรได้มากกว่าต้นทุนในการได้ลูกค้ารายนั้นมา บทความนี้อธิบายวิธีคำนวณ CAC, LTV และระยะคืนทุนให้ถูกต้อง พร้อมข้อผิดพลาดที่ทำให้ตัวเลขดูดีเกินจริง

ตัวเลข 3:1 ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างตาชั่งที่ฝั่ง LTV หนักกว่าฝั่ง CAC
ในบทความนี้
  1. ต้นทุนในการได้ลูกค้าใหม่ (CAC)
  2. กำไรขั้นต้นต่อลูกค้า
  3. อัตราการเลิกใช้ (Churn) และมูลค่าตลอดอายุลูกค้า (LTV)
  4. สองอัตราส่วนที่นักลงทุนดู
  5. ข้อผิดพลาดที่ทำให้ตัวเลขดูดีเกินจริง
  6. ทำให้ Unit Economics ดีขึ้น
  7. สำหรับธุรกิจที่ไม่ได้ขายแบบสมาชิก
  8. สิ่งที่นักลงทุนอยากเห็น

ยอดขายที่เติบโตนั้นโชว์ง่ายและตีความผิดได้ง่าย ธุรกิจอาจขายได้มากขึ้นเป็นเท่าตัวแต่กลับทำลายมูลค่าตัวเอง ถ้าลูกค้าใหม่แต่ละรายมีต้นทุนในการได้มาสูงกว่าเงินที่เขาจะสร้างกลับมาให้ Unit Economics ตอบคำถามที่มีประโยชน์กว่านั้น คือลูกค้าหนึ่งรายมีต้นทุนเท่าไร และสร้างกำไรให้เท่าไรตลอดช่วงที่อยู่กับเรา นี่มักเป็นเรื่องแรกที่นักลงทุนพยายามคำนวณ และมีประโยชน์ไม่แพ้กันสำหรับเจ้าของกิจการที่กำลังตัดสินใจว่าจะใช้งบการตลาดก้อนถัดไปตรงไหน

ตัวอย่างในบทความนี้เป็นธุรกิจแบบสมัครสมาชิกรายเดือน แต่หลักคิดเดียวกันใช้ได้กับทุกธุรกิจที่มีลูกค้าซื้อซ้ำ

ต้นทุนในการได้ลูกค้าใหม่ (CAC)

CAC = ค่าใช้จ่ายด้านการขายและการตลาดทั้งหมดในช่วงเวลาหนึ่ง ÷ จำนวนลูกค้าใหม่ในช่วงเวลาเดียวกัน

คำว่า "ทั้งหมด" หมายถึงทุกอย่างที่ต้องใช้เพื่อได้ลูกค้ามา ทั้งค่าโฆษณา เงินเดือนทีมขายและทีมการตลาด ค่าคอมมิชชัน ค่าเอเจนซี ค่าจัดงาน และค่าซอฟต์แวร์ ถ้าเดือนที่แล้วธุรกิจใช้เงินกับรายการเหล่านี้รวม 450,000 บาท และได้ลูกค้าใหม่ 50 ราย CAC คือ 9,000 บาท

ควรคำนวณ CAC แยกตามช่องทางด้วย ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขรวม เพราะตัวเลขรวมอาจดูดี ในขณะที่ช่องทางราคาแพงช่องทางหนึ่งกำลังขาดทุนเงียบ ๆ

กำไรขั้นต้นต่อลูกค้า

มูลค่าของลูกค้ามาจากกำไรขั้นต้นที่เขาสร้าง ไม่ใช่ยอดขาย ถ้าลูกค้าโดยเฉลี่ยจ่ายเดือนละ 1,500 บาท และหลังหักต้นทุนตรงในการให้บริการแล้วเหลืออัตรากำไรขั้นต้น 70% ลูกค้าแต่ละรายสร้างกำไรขั้นต้นเดือนละ 1,050 บาท

อัตราการเลิกใช้ (Churn) และมูลค่าตลอดอายุลูกค้า (LTV)

Churn คือสัดส่วนลูกค้าที่เลิกใช้ในช่วงเวลาหนึ่ง ถ้า Churn อยู่ที่เดือนละ 3% ลูกค้าโดยเฉลี่ยจะอยู่กับเราประมาณ 1 ÷ 0.03 หรือราว 33 เดือน มูลค่าตลอดอายุลูกค้าแบบคำนวณง่าย ๆ คือ

LTV = กำไรขั้นต้นต่อลูกค้าต่อเดือน ÷ Churn ต่อเดือน = 1,050 ÷ 3% = 35,000 บาท

สองอัตราส่วนที่นักลงทุนดู

ตัวชี้วัด ตัวอย่าง เกณฑ์ที่ใช้กันทั่วไป
CAC 9,000 บาท
กำไรขั้นต้นต่อลูกค้าต่อเดือน 1,050 บาท
LTV 35,000 บาท
LTV : CAC 3.9 : 1 3 : 1 ขึ้นไป
ระยะคืนทุน CAC 8.6 เดือน หรือราว 10 เดือนเมื่อคิด Churn ไม่เกิน 12 เดือน

LTV ต่อ CAC เทียบมูลค่าของลูกค้ากับต้นทุนในการได้ลูกค้ามา เกณฑ์ที่ใช้กันบ่อยคือราว 3 ต่อ 1 ถ้าต่ำกว่านี้มาก การเติบโตจะเผาเงินสด ถ้าสูงกว่านี้มาก อาจแปลว่าคุณลงทุนเพื่อการเติบโตน้อยเกินไป

ระยะคืนทุน CAC คือจำนวนเดือนที่ต้องใช้กำไรขั้นต้นเพื่อทำเงินกลับมาเท่ากับต้นทุนในการได้ลูกค้า ในตัวอย่างนี้คือ 9,000 ÷ 1,050 ≈ 8.6 เดือน ระยะคืนทุนสำคัญพอ ๆ กับ LTV เพราะเป็นตัวกำหนดว่าการเติบโตต้องใช้เงินสดเท่าไรก่อนจะเริ่มเลี้ยงตัวเองได้

กราฟเส้นกำไรขั้นต้นสะสมต่อลูกค้าหนึ่งรายตลอด 24 เดือน เทียบกับต้นทุนในการได้ลูกค้า 9,000 บาท ถ้าไม่คิดลูกค้าที่เลิกใช้ กำไรขั้นต้นสะสมแซงต้นทุนที่ 8.6 เดือน และถึง 25,200 บาทในเดือนที่ 24 ถ้าคิดลูกค้าเลิกใช้เดือนละ 3% จะแซงต้นทุนที่ราว 9.8 เดือน และถึงราว 18,150 บาทในเดือนที่ 24
เมื่อคิดลูกค้าที่เลิกใช้ด้วย ระยะคืนทุนจะยาวขึ้น เพราะลูกค้าบางรายเลิกใช้ก่อนจะทำเงินคืนต้นทุนที่ใช้ได้เขามา

ระยะคืนทุนแบบง่ายสมมติว่าลูกค้าทุกรายอยู่ต่อ เมื่อนำ Churn มาคิดด้วย กำไรขั้นต้นสะสมที่คาดว่าจะได้ต่อลูกค้าหนึ่งรายจะแซง 9,000 บาทช้าไปราวหนึ่งเดือน และช่องว่างจะกว้างขึ้นเรื่อย ๆ เวลาวางแผนเงินสดจึงควรใช้ตัวเลขที่คิด Churn แล้ว

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ตัวเลขดูดีเกินจริง

  • ใช้ยอดขายแทนกำไรขั้นต้น ในการคำนวณ LTV ซึ่งอาจทำให้ LTV สูงเกินจริงครึ่งหนึ่งหรือมากกว่า
  • ไม่นับเงินเดือนเข้าไปใน CAC นับแต่ค่าโฆษณา
  • เชื่อ Churn ของลูกค้ากลุ่มที่เพิ่งเข้ามา ลูกค้าในช่วงเดือนแรก ๆ มักมีพฤติกรรมต่างจากลูกค้าที่อยู่มาเป็นปี ควรติดตามอัตราการอยู่ต่อแยกตามเดือนที่ลูกค้าเริ่มใช้
  • เฉลี่ยรวมทุกช่องทาง จนมองไม่เห็นช่องทางที่ขาดทุน
  • ปล่อยให้อายุลูกค้ายาวไม่สิ้นสุด เมื่อ Churn ต่ำมาก สูตรจะให้ LTV สูงผิดปกติ นักลงทุนจำนวนมากจึงจำกัดอายุลูกค้าไว้ที่ 3–5 ปี
  • ลืมส่วนลดและช่วงทดลองใช้ฟรี ที่ทำให้รายได้จริงในเดือนแรก ๆ ต่ำกว่าราคาปกติ

ทำให้ Unit Economics ดีขึ้น

  • เริ่มจากการรักษาลูกค้า การพาลูกค้าเริ่มใช้งานให้ดีและติดต่ออย่างสม่ำเสมอในช่วงเดือนแรก ๆ ช่วยลด Churn ซึ่งทั้งเพิ่ม LTV และย่นระยะคืนทุนไปพร้อมกัน
  • ตั้งราคา การปรับราคาเพียงเล็กน้อยแทบทั้งหมดกลายเป็นกำไรขั้นต้น และแพ็กเกจรายปีช่วยให้เงินสดเข้ามาเร็วขึ้น
  • จัดสัดส่วนช่องทาง ย้ายงบไปยังช่องทางที่คืนทุนเร็วที่สุด และขยายการบอกต่อ ซึ่งมักเป็นช่องทางที่ CAC ต่ำที่สุด
  • ขายเพิ่มให้ลูกค้าเดิม รายได้จากลูกค้าเดิมมีต้นทุนในการได้มาต่ำกว่ารายได้จากลูกค้าใหม่มาก

สำหรับธุรกิจที่ไม่ได้ขายแบบสมาชิก

ถ้าลูกค้าซื้อซ้ำเป็นครั้ง ๆ แทนการสมัครสมาชิก ให้ใช้อัตราการกลับมาซื้อซ้ำและจำนวนครั้งที่ลูกค้าซื้อโดยเฉลี่ยในหนึ่งถึงสองปีแทน Churn คำถามยังเหมือนเดิม คือลูกค้าหนึ่งรายมีต้นทุนเท่าไร สร้างกำไรเท่าไร และใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะคืนทุน

สิ่งที่นักลงทุนอยากเห็น

เตรียมตารางกลุ่มลูกค้า (Cohort) ง่าย ๆ ที่แสดงว่าลูกค้าที่เข้ามาในแต่ละเดือนยังใช้งานอยู่กี่ราย CAC แยกตามช่องทาง และสมมติฐานที่ใช้คำนวณ LTV ตัวเลขที่ตรงไปตรงมาพร้อมสมมติฐานชัดเจนสร้างความเชื่อมั่นได้มากกว่าตัวเลขสวย ๆ ที่พังหลังโดนถามไม่กี่ข้อ

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี