อ่านงบการเงินสามงบให้เป็นใน 15 นาที: กำไร ฐานะการเงิน และเงินสดเชื่อมกันอย่างไร

งบกำไรขาดทุน งบแสดงฐานะการเงิน และงบกระแสเงินสด ตอบคนละคำถามแต่เชื่อมกันเป็นชุดเดียว ดูตัวอย่างบริษัทที่กำไร 1.76 ล้านบาทแต่เงินสดหาย และลำดับการอ่าน 15 นาทีที่ใช้ได้ทันที

ตัวเลข 15 ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างแท่งสูงสีขาวคู่กับแท่งเตี้ยสีดำ แทนกำไรกับเงินสดที่ได้จริง
ในบทความนี้
  1. สามงบ ตอบสามคำถาม
  2. ตัวอย่าง: ปีที่กำไรดีแต่เงินสดหาย
  3. สามงบเชื่อมกันอย่างไร
  4. ลำดับการอ่าน 15 นาที
  5. สัญญาณที่ควรถามต่อ
  6. เริ่มจากตรงไหน

เจ้าของกิจการจำนวนมากได้งบการเงินจากสำนักงานบัญชีปีละครั้ง เซ็นรับรอง แล้วเก็บเข้าแฟ้ม ตัวเลขที่ดูจริง ๆ มีแค่ยอดขายกับกำไร ทั้งที่งบชุดเดียวกันนั้นบอกได้ว่าเงินสดหายไปไหน ลูกค้าจ่ายช้าลงหรือไม่ และกิจการกำลังโตด้วยเงินของตัวเองหรือเงินกู้ นักลงทุนและธนาคารอ่านสิ่งเหล่านี้จากงบของคุณเสมอ

บทความนี้อธิบายว่างบการเงินหลักสามงบตอบคำถามอะไร เชื่อมกันอย่างไร และให้ลำดับการอ่าน 15 นาทีที่ใช้กับงบของตัวเองหรือของคู่ค้าได้ทันที พร้อมตัวอย่างตัวเลขทั้งชุด

สามงบ ตอบสามคำถาม

  • งบกำไรขาดทุน (Income Statement) ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา กิจการมีรายได้และค่าใช้จ่ายเท่าไร เหลือกำไรหรือขาดทุน เป็นตัวเลข "ช่วงเวลา"
  • งบแสดงฐานะการเงิน (Statement of Financial Position) หรือที่เรียกกันว่างบดุล ณ วันสิ้นงวด กิจการมีสินทรัพย์อะไร เป็นหนี้ใคร และเหลือเป็นของเจ้าของเท่าไร เป็นตัวเลข "ณ วันหนึ่ง"
  • งบกระแสเงินสด (Statement of Cash Flows) ตลอดทั้งปี เงินสดเข้ามาจากไหน และออกไปที่ไหน แบ่งเป็นกิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมจัดหาเงิน

สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ

สมการนี้เป็นหัวใจของงบแสดงฐานะการเงิน และต้องเท่ากันทุกครั้ง

ข้อที่ควรรู้สำหรับ SME ไทย กิจการส่วนใหญ่ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs) ฉบับปรับปรุง 2565 ซึ่งกำหนดให้งบการเงินที่สมบูรณ์มีงบแสดงฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุน งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ และหมายเหตุประกอบงบการเงิน แต่ไม่บังคับให้ทำงบกระแสเงินสด กิจการเลือกทำได้โดยใช้มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 7 งบการเงินที่คุณได้รับทุกปีจึงอาจไม่มีงบที่สามเลย ซึ่งเป็นงบที่นักลงทุนอยากเห็นที่สุด

ตัวอย่าง: ปีที่กำไรดีแต่เงินสดหาย

ตัวอย่างสมมติ บริษัทจัดจำหน่ายแห่งหนึ่งมียอดขายปีนี้ 20 ล้านบาท โตจาก 16 ล้านบาทของปีก่อน 25% หน่วยในตารางเป็นพันบาท

งบกำไรขาดทุน

รายการ พันบาท
รายได้จากการขาย 20,000
ต้นทุนขาย −13,000
กำไรขั้นต้น (35%) 7,000
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (รวมค่าเสื่อมราคา 600) −4,600
ดอกเบี้ยจ่าย −200
ภาษีเงินได้นิติบุคคล −440
กำไรสุทธิ 1,760

งบแสดงฐานะการเงิน

รายการ ต้นปี สิ้นปี
เงินสด 1,500 360
ลูกหนี้การค้า 2,500 4,000
สินค้าคงเหลือ 2,000 2,900
อุปกรณ์และยานพาหนะ (สุทธิ) 3,000 4,400
รวมสินทรัพย์ 9,000 11,660
เจ้าหนี้การค้า 1,800 2,200
เงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคาร 2,000 2,500
ทุนเรือนหุ้น 2,000 2,000
กำไรสะสม 3,200 4,960
รวมหนี้สินและส่วนของเจ้าของ 9,000 11,660

กำไรปีนี้ 1.76 ล้านบาท แต่เงินสดลดลงจาก 1.5 ล้านบาทเหลือ 360,000 บาท หายไป 1.14 ล้านบาท หรือ 76% ถ้าอ่านแค่งบกำไรขาดทุนจะไม่เห็นเรื่องนี้เลย

สามงบเชื่อมกันอย่างไร

มีจุดเชื่อมสามจุดที่ควรจำ

  1. กำไรสุทธิไหลเข้ากำไรสะสม กำไรสะสมต้นปี 3,200 บวกกำไร 1,760 ได้ 4,960 พอดี เพราะปีนี้ไม่จ่ายเงินปันผล ถ้าจ่ายปันผล กำไรสะสมจะเพิ่มน้อยกว่ากำไร งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของคือที่อธิบายส่วนต่างนี้
  2. งบกระแสเงินสดอธิบายเงินสดที่เปลี่ยนไป ผลรวมของงบกระแสเงินสดต้องเท่ากับเงินสดสิ้นปีลบต้นปีในงบแสดงฐานะการเงิน คือ −1,140
  3. งบกระแสเงินสดเริ่มจากกำไร วิธีทางอ้อม (Indirect Method) เริ่มที่กำไรสุทธิ บวกกลับรายการที่ไม่ใช่เงินสด เช่น ค่าเสื่อมราคา แล้วปรับด้วยการเปลี่ยนแปลงของลูกหนี้ สินค้า และเจ้าหนี้
งบกระแสเงินสด (วิธีทางอ้อม) พันบาท
กำไรสุทธิ 1,760
บวก ค่าเสื่อมราคา 600
ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น −1,500
สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น −900
เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 400
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 360
ซื้ออุปกรณ์และยานพาหนะ −2,000
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน −2,000
กู้ยืมเงินจากธนาคารเพิ่ม 500
เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน 500
เงินสดลดลงสุทธิ −1,140

อุปกรณ์สุทธิที่เพิ่มจาก 3,000 เป็น 4,400 ก็ตรวจได้เช่นกัน คือซื้อใหม่ 2,000 หักค่าเสื่อมราคา 600 ถ้าตัวเลขสามงบไม่ต่อกันแบบนี้ แปลว่ามีรายการที่ยังไม่ได้อธิบาย และควรถามผู้ทำบัญชี

กราฟแท่งนอนแหล่งที่มาและการใช้ไปของเงินสดในตัวอย่าง แหล่งที่มา กำไรสุทธิ 1,760 ค่าเสื่อมราคา 600 เจ้าหนี้เพิ่ม 400 เงินกู้เพิ่ม 500 รวม 3,260 พันบาท การใช้ไป ลูกหนี้เพิ่ม 1,500 สินค้าเพิ่ม 900 ซื้ออุปกรณ์ 2,000 รวม 4,400 พันบาท เงินสดจึงลดลง 1,140 พันบาท
เงินที่ใช้ไปกับลูกหนี้ สินค้า และอุปกรณ์รวม 4.4 ล้านบาท มากกว่าเงินที่หามาได้ 3.26 ล้านบาท ส่วนต่างคือเงินสดที่หายไป

ลำดับการอ่าน 15 นาที

นาทีที่ 0–3: งบกำไรขาดทุน

  • ยอดขายโตกี่เปอร์เซ็นต์เทียบกับปีก่อน
  • อัตรากำไรขั้นต้น (กำไรขั้นต้น ÷ ยอดขาย) คงที่ ขึ้น หรือลง ถ้าลดลงขณะที่ยอดขายโต อาจแปลว่าซื้อยอดขายด้วยการลดราคา
  • ค่าใช้จ่ายขายและบริหารโตเร็วกว่ายอดขายหรือไม่

นาทีที่ 3–7: งบแสดงฐานะการเงิน

  • เทียบการเติบโตของลูกหนี้และสินค้ากับยอดขาย ในตัวอย่าง ยอดขายโต 25% แต่ลูกหนี้โต 60% และสินค้าโต 45% เป็นสัญญาณว่าลูกค้าจ่ายช้าลงหรือสต็อกเริ่มค้าง
  • ดูเงินสดเทียบกับค่าใช้จ่ายต่อเดือน
  • ดูหนี้สินที่มีดอกเบี้ยเทียบกับส่วนของเจ้าของ

ข้อระวัง อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) ของตัวอย่างนี้อยู่ที่ราว 3.3 เท่าทั้งต้นปีและสิ้นปี (6,000 ÷ 1,800 และ 7,260 ÷ 2,200) ดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยน ทั้งที่เงินสดหายไปเกือบหมด เพราะสินทรัพย์หมุนเวียนเกือบทั้งหมดกลายเป็นลูกหนี้และสินค้า อัตราส่วนเดียวจึงไม่พอ

นาทีที่ 7–12: งบกระแสเงินสด

  • เงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานเทียบกับกำไรสุทธิ ในตัวอย่างได้เงินสดแค่ 360 จากกำไร 1,760 หรือราว 20%
  • เงินลงทุนในสินทรัพย์ถาวรมาจากเงินสดที่ธุรกิจหาได้เอง หรือจากเงินกู้และเงินเพิ่มทุน
  • ถ้าไม่มีงบกระแสเงินสด ให้ทำคร่าว ๆ เองด้วยตารางแบบข้างบน ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีเมื่อมีงบสองปีเทียบกัน

นาทีที่ 12–15: หมายเหตุประกอบงบการเงิน

  • นโยบายการบัญชีที่สำคัญ เช่น วิธีรับรู้รายได้และวิธีตีราคาสินค้า
  • รายการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกัน เช่น เงินให้กู้ยืมแก่กรรมการ หรือเงินกู้ยืมจากกรรมการ
  • ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น เช่น การค้ำประกัน คดีความ
  • ถ้ามีรายงานของผู้สอบบัญชี อ่านย่อหน้าความเห็นว่าเป็นแบบไม่มีเงื่อนไข หรือมีข้อสังเกตที่ต้องถามต่อ

สัญญาณที่ควรถามต่อ

  • เงินสดจากการดำเนินงานต่ำกว่ากำไรหลายปีติดกัน ปีเดียวอาจเป็นเพราะกำลังโต หลายปีติดกันแปลว่ากำไรไม่กลายเป็นเงินสด
  • ลูกหนี้หรือสินค้าโตเร็วกว่ายอดขายต่อเนื่อง ตรวจรายงานอายุลูกหนี้และสินค้าค้างสต็อก
  • ใช้หนี้ระยะสั้นซื้อสินทรัพย์ระยะยาว เช่น ใช้วงเงินเบิกเกินบัญชีซื้อเครื่องจักร เมื่อธนาคารเรียกคืนวงเงิน ธุรกิจจะตึงทันที
  • เงินให้กู้ยืมแก่กรรมการก้อนใหญ่ มักแปลว่าเงินบริษัทกับเงินส่วนตัวยังปนกัน เป็นเรื่องที่นักลงทุนหยิบมาถามเกือบทุกครั้ง
  • ส่วนของเจ้าของติดลบ ขาดทุนสะสมมากกว่าทุนที่ใส่ไว้ ต้องมีแผนเพิ่มทุนหรือพลิกให้มีกำไร

เริ่มจากตรงไหน

  1. ของบการเงินสองปีล่าสุดของบริษัทจากสำนักงานบัญชี แล้วลองอ่านตามลำดับ 15 นาทีด้านบน
  2. ถ้างบไม่มีงบกระแสเงินสด ขอให้ผู้ทำบัญชีทำเพิ่ม หรือทำเองจากงบสองปี ใช้ประกอบการคุยกับธนาคารและนักลงทุน
  3. เขียนคำถามจากสัญญาณเตือนที่เจอ แล้วคุยกับผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีก่อนงบปีถัดไปจะปิด
  4. ดูงบการเงินที่บริษัทจำกัดอื่นนำส่งไว้ผ่านระบบ DBD DataWarehouse+ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อเทียบอัตรากำไรและโครงสร้างหนี้กับคู่แข่งหรือคู่ค้าในธุรกิจเดียวกัน

เมื่ออ่านสามงบคู่กันเป็น คำถามจะเปลี่ยนจาก "ปีนี้กำไรเท่าไร" เป็น "กำไรกลายเป็นเงินสดหรือยัง และเงินไปอยู่ที่ไหน" ซึ่งเป็นคำถามเดียวกับที่ผู้ให้เงินทุนถาม

แหล่งข้อมูล

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี