ภาษีที่ SME ไทยต้องรู้: ภาษีเงินได้นิติบุคคล VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ฉบับเข้าใจง่าย

สรุปภาษีสามตัวที่ SME ไทยแทบทุกรายต้องเจอ ทั้งอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลแบบลดลงสำหรับ SME เมื่อไรต้องจดทะเบียน VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายทำงานอย่างไร พร้อมปฏิทินยื่นแบบ

ตัวเลข 15% ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างเส้นขั้นบันไดอัตราภาษี 0% 15% และ 20% โดยขั้น 15% เป็นเส้นสีดำ
ในบทความนี้
  1. 1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล: SME เสียภาษีน้อยลงในกำไร 3 ล้านบาทแรก
  2. 2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม: ต้องจดทะเบียนเมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
  3. 3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: เก็บภาษีตั้งแต่ตอนจ่ายเงิน
  4. ปฏิทินยื่นแบบภาษี
  5. ทำในนามบุคคลธรรมดา หรือจดบริษัท
  6. นิสัยที่ดี

SME ในไทยส่วนใหญ่เจอภาษีหลักสามตัวเหมือนกัน คือภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เก็บจากกำไร ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่เก็บจากการขาย และภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากการจ่ายเงินหลายประเภท การจัดการภาษีให้ถูกต้องไม่ได้มีประโยชน์แค่เลี่ยงค่าปรับ แบบภาษีที่เรียบร้อยยังเป็นสิ่งแรก ๆ ที่ธนาคารและนักลงทุนตรวจดูด้วย บทความนี้สรุปเรื่องที่บริษัทจำกัดขนาดเล็กควรรู้

1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล: SME เสียภาษีน้อยลงในกำไร 3 ล้านบาทแรก

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลทั่วไปคือ 20% ของกำไรสุทธิ แต่บริษัทที่เข้าเงื่อนไข SME เสียในอัตราที่ต่ำกว่า เงื่อนไขคือมีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท ณ วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี และมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาทในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

กำไรสุทธิ (บาท) อัตราภาษีสำหรับ SME
0 – 300,000 ยกเว้น
300,001 – 3,000,000 15%
เกิน 3,000,000 20%

บริษัทที่มีกำไรสุทธิ 1 ล้านบาท เสียภาษี (1,000,000 − 300,000) × 15% = 105,000 บาท คิดเป็นอัตราที่จ่ายจริง 10.5% ขณะที่บริษัทที่ไม่เข้าเงื่อนไขเสีย 200,000 บาทจากกำไรเท่ากัน ส่วนต่างนี้จะแคบลงเมื่อกำไรสูงขึ้น เพราะกำไรส่วนที่เกิน 3 ล้านบาทเสียภาษี 20% เท่ากัน

กราฟเส้นอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จ่ายจริงเทียบกับกำไรสุทธิตั้งแต่ 0 ถึง 6 ล้านบาท สำหรับ SME ที่เข้าเงื่อนไข อัตราเป็น 0% จนถึงกำไร 300,000 บาท แล้วเพิ่มเป็น 10.5% ที่ 1 ล้านบาท 13.5% ที่ 3 ล้านบาท และ 16.75% ที่ 6 ล้านบาท ยังต่ำกว่าอัตรา 20% ที่บริษัททั่วไปเสีย
อัตราภาษีที่จ่ายจริงของ SME ที่เข้าเงื่อนไข เทียบกับอัตราทั่วไป 20%

มีสองเรื่องที่เจ้าของกิจการมือใหม่มักแปลกใจ

  • ภาษีคำนวณจากกำไรสุทธิทางภาษี ไม่ใช่กำไรทางบัญชี ค่าใช้จ่ายบางรายการหักเป็นรายจ่ายไม่ได้และต้องบวกกลับ เช่น ค่ารับรองส่วนที่เกินเพดาน เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม และค่าใช้จ่ายที่ไม่มีหลักฐานถูกต้อง
  • ต้องยื่นปีละสองครั้ง แบบครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) ต้องยื่นภายใน 2 เดือนหลังครบ 6 เดือนแรกของรอบบัญชี โดยประมาณการกำไรทั้งปี ถ้าประมาณการต่ำกว่าความจริงเกิน 25% โดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจต้องเสียเงินเพิ่ม 20% ของภาษีที่ชำระขาดไป ส่วนแบบทั้งปี (ภ.ง.ด.50) ต้องยื่นภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี

2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม: ต้องจดทะเบียนเมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

ธุรกิจที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้เกิน ปัจจุบันจัดเก็บที่อัตรา 7% ซึ่งความจริงกฎหมายกำหนดไว้ 10% แต่มีพระราชกฤษฎีกาลดอัตราลงและต่ออายุมาหลายครั้ง จึงควรติดตามประกาศอยู่เสมอ

VAT ทำงานเป็นทอด ๆ คุณเก็บภาษีขายจากลูกค้า จ่ายภาษีซื้อให้ผู้ขาย แล้วนำส่วนต่างส่งกรมสรรพากรทุกเดือน ถ้าภาษีซื้อมากกว่าก็ยกเป็นเครดิตไปเดือนถัดไปได้ กฎที่สำคัญในทางปฏิบัติมีดังนี้

  • ยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป แม้เดือนนั้นจะไม่มียอดขายก็ต้องยื่น
  • ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปที่มีรายการครบตามกฎหมายทุกครั้งที่ขายให้ลูกค้าที่จด VAT
  • ขอคืนภาษีซื้อได้เฉพาะเมื่อมีใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง และโดยทั่วไปต้องใช้ภายใน 6 เดือนนับจากเดือนที่ออกใบกำกับภาษี
  • สินค้าและบริการบางประเภทได้รับยกเว้น VAT ควรตรวจสอบก่อนเรียกเก็บหรือจดทะเบียน

ถ้าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่จด VAT การจดทะเบียนก่อนรายได้ถึงเกณฑ์อาจคุ้ม เพราะลูกค้านำ VAT ที่คุณเรียกเก็บไปเครดิตได้ และคุณเองก็ขอคืน VAT จากต้นทุนของตัวเองได้

3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: เก็บภาษีตั้งแต่ตอนจ่ายเงิน

เมื่อบริษัทจ่ายค่าบริการ ค่าเช่า และเงินได้บางประเภท ต้องหักภาษีไว้ส่วนหนึ่ง นำส่งกรมสรรพากร และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่เรียกกันว่า "50 ทวิ" ให้ผู้รับเงิน ผู้รับเงินนำหนังสือนี้ไปเครดิตภาษีเงินได้ของตัวเองได้ อัตราที่พบบ่อยมีดังนี้

ประเภทการจ่าย อัตรา
ค่าบริการและค่าจ้างทำของ 3%
ค่าวิชาชีพอิสระ 3%
ค่าเช่า 5%
ค่าโฆษณา 2%
ค่าขนส่ง 1%
เงินปันผล 10%

ภาษีที่หักจากการจ่ายให้บุคคลธรรมดายื่นด้วยแบบ ภ.ง.ด.3 และจากการจ่ายให้นิติบุคคลยื่นด้วยแบบ ภ.ง.ด.53 ทั้งสองแบบต้องยื่นภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปสำหรับการยื่นแบบกระดาษ ส่วนภาษีที่หักจากเงินเดือนยื่นทุกเดือนด้วยแบบ ภ.ง.ด.1 และยื่นแบบสรุปทั้งปี ภ.ง.ด.1ก ภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ในฝั่งผู้รับเงิน ให้เก็บหนังสือ 50 ทวิ ที่ลูกค้าให้มาทุกใบ เพราะแต่ละใบช่วยลดภาษีที่ต้องจ่ายตอนสิ้นปี

ปฏิทินยื่นแบบภาษี

รายการ แบบ กำหนดยื่น (แบบกระดาษ)
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินเดือน ภ.ง.ด.1 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย จ่ายให้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.3 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย จ่ายให้นิติบุคคล ภ.ง.ด.53 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
เงินสมทบประกันสังคม สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี ภ.ง.ด.51 ภายใน 2 เดือนหลังครบ 6 เดือนแรกของรอบบัญชี
ภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งปี ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี
สรุปภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินเดือนทั้งปี ภ.ง.ด.1ก ภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป

การยื่นแบบทางอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรมักได้เวลาเพิ่มจากกำหนดยื่นรายเดือน ตามประกาศของกรมสรรพากรที่ใช้อยู่ในขณะนั้น

ทำในนามบุคคลธรรมดา หรือจดบริษัท

หลายธุรกิจเริ่มต้นในนามบุคคลธรรมดา ซึ่งเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบอัตราก้าวหน้าตั้งแต่ 5% ไปจนถึง 35% สำหรับเงินได้สุทธิส่วนที่เกิน 5 ล้านบาทต่อปี เมื่อกำไรสูงขึ้น การจดเป็นบริษัทจำกัดอาจทำให้เสียภาษีน้อยลงตามอัตรา SME และดูน่าเชื่อถือกว่าในสายตาลูกค้า ธนาคาร และนักลงทุน แต่ก็ต้องมีงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบและงานเอกสารมากขึ้น จังหวะที่เหมาะขึ้นกับกำไร ต้นทุน และแผนของคุณ ควรให้นักบัญชีช่วยคำนวณเปรียบเทียบ

นิสัยที่ดี

  • กระทบยอด VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายทุกเดือนเป็นส่วนหนึ่งของการปิดงบรายเดือน ไม่ใช่รอทำตอนสิ้นปี
  • ยื่นแบบและชำระภาษีออนไลน์ แล้วเก็บหลักฐานการชำระไว้
  • เก็บเอกสารทางบัญชีไว้อย่างน้อย 5 ปีตามที่กฎหมายกำหนด
  • พิจารณาใช้ e-Tax Invoice และ e-Receipt ซึ่งช่วยให้ออกและเก็บเอกสารได้ง่ายขึ้น
  • ปรึกษาที่ปรึกษาภาษีก่อนทำรายการที่มีมูลค่าสูงหรือไม่ปกติ ไม่ใช่หลังทำไปแล้ว

กฎหมายและอัตราภาษีมีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะ บทความนี้อ้างอิงกฎเกณฑ์ ณ เดือนกันยายน 2569 ก่อนใช้ตัวเลขใดอ้างอิง โปรดตรวจสอบกับเว็บไซต์ของกรมสรรพากรหรือปรึกษาที่ปรึกษาภาษี

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี