ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินของ SME นำเข้า-ส่งออก: ใช้ Forward หรือ Options เมื่อไร

ผู้นำเข้าและส่งออกที่รับจ่ายเป็นดอลลาร์: วัดความเสี่ยงและอัตราจุดคุ้มทุน ลดความเสี่ยงด้วย Natural Hedge และ FCD แล้วเลือกระหว่าง Forward กับ Options พร้อมตัวอย่างเทียบกำไรเมื่อค่าเงินเปลี่ยน

ตัวเลข 35.00 ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างภาพโล่สีดำขอบเส้นขาวที่มีเครื่องหมายถูกตรงกลาง
ในบทความนี้
  1. วัดความเสี่ยงและหาอัตราจุดคุ้มทุน
  2. ลดความเสี่ยงก่อนด้วยวิธีที่ต้นทุนต่ำ
  3. Forward: ล็อกอัตราไว้ล่วงหน้า
  4. FX Options: ประกันค่าเงิน
  5. ตัวอย่าง: ผู้นำเข้าที่ต้องจ่าย 100,000 ดอลลาร์ในอีก 90 วัน
  6. ตั้งนโยบายและเริ่มจากตรงไหน

ผู้นำเข้าที่สั่งสินค้าเป็นดอลลาร์ จ่ายเงินในอีก 90 วัน และตกลงราคาขายกับลูกค้าในไทยเป็นเงินบาทไว้แล้ว เสียเปรียบทันทีที่เงินบาทอ่อนค่าลงระหว่างนั้น ต้นทุนเป็นบาทสูงขึ้นทั้งที่ราคาขายเท่าเดิม และกำไรที่คิดไว้อาจหายไปทั้งหมด ผู้ส่งออกเจอเรื่องเดียวกันในทางกลับกัน เมื่อเงินบาทแข็งค่า เงินดอลลาร์ที่รับมาแลกเป็นบาทได้น้อยลง

การป้องกันความเสี่ยงค่าเงินไม่ใช่การเดาทิศทางค่าเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายว่าการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทำให้ผู้ประกอบธุรกิจรู้ว่าจะแลกเงินได้ที่อัตราใด จึงวางแผนรายรับรายจ่ายเป็นเงินบาทได้ล่วงหน้า บทความนี้เริ่มจากการวัดความเสี่ยงและหาอัตราจุดคุ้มทุน วิธีลดความเสี่ยงที่ต้นทุนต่ำ แล้วเทียบสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Forward) กับการประกันค่าเงิน (FX Options) ด้วยตัวอย่างตัวเลข

วัดความเสี่ยงและหาอัตราจุดคุ้มทุน

เริ่มจากตารางเดียว แถวคือเดือน คอลัมน์คือเงินที่จะรับและจะจ่ายในแต่ละสกุล ใส่เฉพาะรายการที่ตกลงกันแล้ว เช่น ใบสั่งซื้อที่ยืนยัน ใบแจ้งหนี้ที่ยังไม่ได้รับเงิน และงวดเงินกู้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศ ผลต่างระหว่างเงินรับกับเงินจ่ายของสกุลเดียวกันในเดือนเดียวกันคือฐานะสุทธิ (Net Exposure) ซึ่งเป็นยอดที่ต้องตัดสินใจว่าจะป้องกันหรือไม่

จากนั้นหาว่าอัตราแลกเปลี่ยนระดับไหนทำให้กำไรของคำสั่งซื้อนั้นหายไป

อัตราจุดคุ้มทุน (บาทต่อดอลลาร์) = ราคาขายเป็นบาทที่ตกลงแล้ว ÷ ต้นทุนสินค้าเป็นดอลลาร์

ถ้าอัตราวันนี้ห่างจากอัตราจุดคุ้มทุนเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ คำสั่งซื้อนั้นมีความเสี่ยงสูงและควรป้องกันก่อน ส่วนอัตราที่ใช้ตั้งราคาขาย (Budget Rate) คือเกณฑ์ที่ใช้วัดผลว่าการป้องกันความเสี่ยงทำได้ตามแผนหรือไม่

ลดความเสี่ยงก่อนด้วยวิธีที่ต้นทุนต่ำ

  • Natural Hedge ธปท. อธิบายว่าเป็นการบริหารรายได้และรายจ่ายที่เป็นเงินตราต่างประเทศให้อยู่ในสกุลเดียวกัน เหมาะกับผู้ที่มีทั้งรายรับและรายจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศเป็นประจำ เช่น ธุรกิจที่ทั้งนำเข้าและส่งออก ยิ่งจัดวันรับกับวันจ่ายให้ใกล้กัน ส่วนที่ต้องป้องกันจริงก็ยิ่งเหลือน้อย
  • บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (FCD) ใช้เก็บเงินตราต่างประเทศไว้รอชำระภาระในอนาคต ทยอยซื้อไว้ หรือเก็บรายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศไว้จ่ายต่อ ธปท. ระบุว่าเหมาะกับผู้ที่ยังไม่ต้องใช้สภาพคล่องในขณะนั้น และมีต้นทุนค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน (Commission in Lieu) กับค่าธรรมเนียมการโอน
  • สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ตกลงราคาและชำระค่าสินค้าเป็นเงินบาทหรือเงินสกุลของประเทศคู่ค้า เช่น หยวน เยน ริงกิต หรือรูเปียห์ ซึ่ง ธปท. ระบุว่าช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนการแลกเงิน
  • ข้อตกลงราคา ถ้าต่อรองได้ ให้เสนอราคาลูกค้าเป็นเงินบาท หรือใส่เงื่อนไขปรับราคาเมื่ออัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนเกินช่วงที่ตกลงไว้

ส่วนที่เหลือหลังจากนี้จึงค่อยใช้เครื่องมือของธนาคาร

Forward: ล็อกอัตราไว้ล่วงหน้า

ธปท. นิยามสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward) ว่าเป็นการทำสัญญาซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศในอนาคตกับธนาคารพาณิชย์ ส่งมอบเงินในวันที่กำหนดด้วยอัตราที่ตกลงไว้ล่วงหน้า เหมาะกับธุรกิจที่พอรู้ช่วงเวลารับจ่ายเงินล่วงหน้า ธุรกรรมนี้ไม่มีค่าธรรมเนียมเริ่มต้น แต่ต้องมีวงเงินกับธนาคารพาณิชย์ก่อน

อัตรา Forward ไม่ใช่การคาดการณ์ของธนาคาร แต่คำนวณจากอัตราวันนี้ (Spot Rate) บวก Forward Points ซึ่งสะท้อนส่วนต่างดอกเบี้ยของสองสกุลเงิน ธปท. ให้สูตรไว้ดังนี้

Forward Points = อัตราแลกเปลี่ยน ณ ปัจจุบัน × (ดอกเบี้ยเงินบาท − ดอกเบี้ยเงินดอลลาร์ สรอ.) × (จำนวนวันของธุรกรรม ÷ 360)

อัตรา Forward = Spot Rate + Forward Points

เมื่อดอกเบี้ยเงินบาทต่ำกว่าดอลลาร์ Forward Points ติดลบ อัตราซื้อขายล่วงหน้าจึงต่ำกว่าอัตราวันนี้ ผู้นำเข้าที่ซื้อดอลลาร์ล่วงหน้าได้อัตราที่ดีกว่าวันนี้ ส่วนผู้ส่งออกที่ขายดอลลาร์ล่วงหน้าได้บาทน้อยกว่าวันนี้ ซึ่งเป็นต้นทุนของการป้องกันฝั่งผู้ส่งออก ถ้าดอกเบี้ยเงินบาทสูงกว่า ผลจะกลับกัน

ก่อนคุยกับธนาคาร เปิดหน้า Indicative Forward Points สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยของ ธปท. ซึ่งเผยแพร่เวลา 10.00 น. ทุกวันทำการ แยกผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50–200 ล้านบาทต่อปี และมากกว่า 200–500 ล้านบาทต่อปี ใช้เป็นราคาอ้างอิงเพื่อเทียบใบเสนอราคา ราคาจริงของแต่ละรายต่างกันตามขนาดธุรกรรม เครดิตของผู้ประกอบการ ความถี่ในการทำธุรกรรม และอายุสัญญา

ข้อแลกเปลี่ยนของ Forward คือเป็นภาระผูกพันที่ต้องส่งมอบตามสัญญา ถ้าเงินบาทเคลื่อนไปทางที่เป็นประโยชน์ บริษัทก็ไม่ได้ประโยชน์นั้น และถ้าวันรับหรือจ่ายเงินจริงเลื่อนจากวันในสัญญา ต้องตกลงกับธนาคารว่าจะจัดการสัญญาอย่างไร จึงควรทำ Forward กับยอดและวันที่ที่ค่อนข้างแน่นอนเท่านั้น

FX Options: ประกันค่าเงิน

ธปท. อธิบายว่าการประกันค่าเงิน (Options) คือการซื้อสิทธิที่จะซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศในอนาคต ตามอัตรา จำนวนเงิน และระยะเวลาที่ตกลงไว้ล่วงหน้า เปรียบเหมือนซื้อประกันที่เลือกได้ว่าจะเคลมหรือไม่ ถ้าอัตราในตลาดดีกว่าอัตราที่ล็อกไว้ ก็ปล่อยสิทธิทิ้งแล้วแลกที่อัตราตลาด

  • ต้นทุน ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมที่เรียกว่า Option Premium ซึ่งขึ้นกับอัตราที่ต้องการล็อก (Strike Rate) อายุสัญญา และความผันผวนของค่าเงิน
  • วงเงิน ธปท. ระบุว่าการประกันค่าเงินไม่จำเป็นต้องมีวงเงินกับธนาคารพาณิชย์ก่อน
  • เหมาะกับ ยอดที่ยังไม่แน่นอน เช่น งานที่กำลังยื่นประมูลหรือคำสั่งซื้อที่ลูกค้าอาจยกเลิก และกรณีที่ต้องการกันความเสียหายแต่ยังอยากได้ประโยชน์ถ้าค่าเงินเคลื่อนไปทางที่ดี ธปท. แนะนำว่าเหมาะกับผู้ที่มีความรู้เรื่องค่าเงินหรือติดตามตลาดได้

ตัวอย่าง: ผู้นำเข้าที่ต้องจ่าย 100,000 ดอลลาร์ในอีก 90 วัน

ตัวอย่างสมมติ บริษัทนำเข้าสั่งสินค้า 100,000 ดอลลาร์ สรอ. ชำระในอีก 90 วัน และตกลงราคาขายกับลูกค้าในไทยไว้แล้ว 3,500,000 บาท อัตราวันนี้ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ต้นทุนจึงเป็น 3,300,000 บาท กำไรขั้นต้น 200,000 บาท หรือ 5.7% ของยอดขาย อัตราจุดคุ้มทุนคือ 3,500,000 ÷ 100,000 = 35.00 บาท ถ้าเงินบาทอ่อนค่าลงราว 6% กำไรของคำสั่งซื้อนี้จะเป็นศูนย์

สมมติต่อว่าดอกเบี้ยเงินบาทต่ำกว่าดอลลาร์ 2.4% ต่อปี Forward Points 90 วันตามสูตรของ ธปท. คือ 33.00 × (−2.4%) × 90 ÷ 360 = −0.198 หรือราว −0.20 อัตรา Forward จึงเป็น 32.80 บาท ส่วน Option สิทธิซื้อดอลลาร์ที่ 33.00 บาท มีค่าพรีเมียม (สมมติ) 0.40 บาทต่อดอลลาร์ หรือ 40,000 บาท จ่ายตอนทำสัญญา

กำไรขั้นต้นของคำสั่งซื้อ (บาท) ตามอัตราแลกเปลี่ยนในวันชำระเงิน ตัวอย่างสมมติ
วิธีบาทแข็งเป็น 31.00เท่าเดิม 33.00บาทอ่อนเป็น 35.00
ไม่ป้องกัน400,000200,0000
Forward ทั้งก้อนที่ 32.80220,000220,000220,000
Forward ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งแลกวันจ่าย310,000210,000110,000
Option ที่ 33.00 ค่าพรีเมียม 40,000 บาท360,000160,000160,000
กราฟเส้นกำไรขั้นต้นของคำสั่งซื้อ 100,000 ดอลลาร์ตามอัตราแลกเปลี่ยนวันชำระเงินตั้งแต่ 30.00 ถึง 35.00 บาท ถ้าไม่ป้องกัน กำไรลดจาก 500,000 บาทเหลือศูนย์ที่ 35.00 บาท Forward ที่ 32.80 คงที่ 220,000 บาท Option ที่ 33.00 ไม่ต่ำกว่า 160,000 บาทและเพิ่มขึ้นเมื่อบาทแข็งค่า
Forward ทำให้กำไรแน่นอน Option กำหนดกำไรขั้นต่ำแต่ยังได้ประโยชน์เมื่อบาทแข็งค่า ส่วนการไม่ป้องกันทำให้กำไรหมดที่ 35.00 บาท

อ่านจากตาราง Forward ทำให้กำไรแน่นอนที่ 220,000 บาทไม่ว่าค่าเงินจะไปทางไหน แต่ถ้าเงินบาทแข็งเป็น 31.00 บริษัทจะเสียโอกาส 180,000 บาทเมื่อเทียบกับการไม่ป้องกัน Option ทำให้กำไรไม่ต่ำกว่า 160,000 บาท และยังได้ประโยชน์เมื่อบาทแข็งค่า แลกกับค่าพรีเมียมที่จ่ายไปแล้วแม้ไม่ได้ใช้สิทธิ การทำ Forward ครึ่งหนึ่งอยู่ตรงกลาง กำไรต่ำสุดในตารางคือ 110,000 บาท

ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดในทุกกรณี คำถามที่ใช้ตัดสินคือ บริษัทรับกำไรต่ำสุดได้เท่าไร และยอดเงินกับวันชำระแน่นอนแค่ไหน ถ้ายอดและวันชำระแน่นอน ขณะที่กำไรบาง Forward เหมาะกว่า ถ้ายอดยังไม่แน่นอนหรืออยากเก็บโอกาสไว้ Option เหมาะกว่า

ตั้งนโยบายและเริ่มจากตรงไหน

กับดักที่ควรเลี่ยงคือการป้องกันเฉพาะตอนที่รู้สึกว่าค่าเงินกำลังจะไปทางที่ไม่ดี ซึ่งก็คือการเดาค่าเงินอีกแบบหนึ่ง นโยบายสั้น ๆ หนึ่งหน้าที่ตกลงกันไว้ก่อนช่วยให้การตัดสินใจไม่ขึ้นกับอารมณ์ของตลาด

  1. ทำตารางฐานะสุทธิรายเดือน แยกตามสกุลเงิน และอัปเดตทุกครั้งที่มีคำสั่งซื้อหรือใบแจ้งหนี้ใหม่
  2. คำนวณอัตราจุดคุ้มทุนของคำสั่งซื้อขนาดใหญ่ และกำหนดว่าคำสั่งซื้อที่อัตราวันนี้ห่างจากจุดคุ้มทุนน้อยกว่าเท่าไรต้องป้องกันทันที
  3. ใช้ Natural Hedge และ FCD ก่อน แล้วป้องกันเฉพาะส่วนที่เหลือ
  4. กำหนดสัดส่วนที่ป้องกันตามความแน่นอนของยอด เช่น รายการที่ยืนยันแล้วใช้ Forward รายการที่ยังเป็นประมาณการใช้ Option หรือป้องกันบางส่วน และป้องกันเมื่อตกลงราคาขายแล้ว ไม่ใช่เมื่อคิดว่าอัตรากำลังดี
  5. ขอวงเงิน Forward กับธนาคาร ล่วงหน้าก่อนต้องใช้ และเทียบใบเสนอราคากับ Indicative Forward Points ของ ธปท.
  6. ทบทวนทุกเดือน เทียบอัตราที่ได้จริงกับ Budget Rate และบันทึกว่าแต่ละรายการใช้เครื่องมืออะไร เพื่อปรับนโยบายในรอบถัดไป

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ข้อมูลเครื่องมือและสูตรตรวจสอบจากเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย ณ เดือนตุลาคม 2569 อัตราแลกเปลี่ยน ดอกเบี้ย และค่าพรีเมียมในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติ ไม่ใช่ราคาตลาดหรือการคาดการณ์ ก่อนทำสัญญาควรอ่านเงื่อนไขของธนาคารให้ครบ

แหล่งข้อมูล

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี