รายจ่ายที่หักภาษีได้และหักไม่ได้: มาตรา 65 ตรี เพดานค่ารับรอง และรายการที่ต้องบวกกลับ

ทำไมกำไรทางภาษีสูงกว่ากำไรในงบ คำถามห้าข้อก่อนลงรายจ่าย เพดานค่ารับรอง 0.3% ของขวัญ 2,000 บาท รถยนต์นั่ง 1 ล้านบาท และตัวอย่างคำนวณว่ารายจ่ายต้องห้ามเพิ่มภาษีเท่าไร

ตัวเลข 0.3% ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างภาพกรวยสี่ชั้นที่แคบลงเรื่อย ๆ โดยชั้นล่างสุดเป็นสีดำ แทนรายจ่ายที่ผ่านเกณฑ์จนหักภาษีได้
ในบทความนี้
  1. กำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษีเป็นคนละตัวเลข
  2. คำถามห้าข้อก่อนลงรายจ่าย
  3. รายจ่ายที่หักได้ถึงเพดาน
  4. รายจ่ายที่หักไม่ได้เลย
  5. ตัวอย่างคำนวณ: รายจ่ายต้องห้ามเพิ่มภาษีเท่าไร
  6. ทำให้รายจ่ายหักได้ตั้งแต่วันที่จ่าย
  7. เริ่มจากตรงไหน

งบกำไรขาดทุนบอกว่าบริษัทกำไร 1.5 ล้านบาท แต่พอยื่น ภ.ง.ด.50 ภาษีกลับคำนวณจากกำไร 1.8 ล้านบาท เจ้าของกิจการจำนวนมากเจอเรื่องนี้ครั้งแรกตอนผู้สอบบัญชีส่งร่างแบบภาษีมาให้เซ็น ส่วนต่างมาจากรายจ่ายที่จ่ายไปจริง ลงบัญชีได้ แต่กฎหมายภาษีไม่ยอมให้หัก

บทความนี้อธิบายว่ารายจ่ายแบบไหนหักภาษีได้เต็ม แบบไหนหักได้แค่ถึงเพดาน และแบบไหนหักไม่ได้เลย ตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร พร้อมคำถามห้าข้อที่ใช้ตรวจรายจ่ายก่อนอนุมัติ และตัวอย่างคำนวณว่ารายจ่ายต้องห้ามทำให้ภาษีเพิ่มขึ้นเท่าไร

กำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษีเป็นคนละตัวเลข

ภาษีเงินได้นิติบุคคลคิดจากกำไรสุทธิทางภาษี ซึ่งเริ่มจากกำไรตามงบการเงิน แล้วปรับด้วยเงื่อนไขของประมวลรัษฎากร รายการปรับที่ใหญ่ที่สุดของ SME ส่วนมากคือรายจ่ายต้องห้าม (Non-deductible Expenses) ตามมาตรา 65 ตรี รายจ่ายกลุ่มนี้ยังอยู่ในงบการเงินตามปกติ แต่ตอนคำนวณภาษีต้อง "บวกกลับ" เข้าไปในกำไร

แบบ ภ.ง.ด.50 มีช่องให้กรอกโดยเฉพาะ คือรายการ "รายจ่ายที่ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายตามประมวลรัษฎากร" ซึ่งแยกบรรทัดสำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคล ค่ารับรอง หนี้สูญ เงินสำรอง และรายจ่ายต้องห้ามอื่น ๆ ยอดรวมของรายการนี้ถูกนำไปบวกกับกำไรสุทธิตามบัญชี

ผลที่ตามมามีสองอย่าง รายจ่ายต้องห้ามทุกบาทมีต้นทุนภาษีเพิ่มตามอัตราภาษีของบริษัท และถ้าบริษัทไม่บวกกลับเอง แล้วเจ้าหน้าที่ตรวจพบภายหลัง ภาษีที่ขาดไปจะมีเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนตามมาด้วย

คำถามห้าข้อก่อนลงรายจ่าย

มาตรา 65 ตรี มี 20 อนุมาตรา แต่รายจ่ายของ SME ส่วนใหญ่ตัดสินได้ด้วยคำถามห้าข้อ ถ้าตอบว่า "ใช่" ทุกข้อ รายจ่ายนั้นหักได้

  1. จ่ายเพื่อกิจการหรือเพื่อหากำไรโดยเฉพาะหรือไม่ รายจ่ายส่วนตัวของเจ้าของ การให้โดยเสน่หา และรายจ่ายที่ไม่เกี่ยวกับกิจการ หักไม่ได้ ตาม (3) และ (13)
  2. พิสูจน์ได้หรือไม่ว่าใครเป็นผู้รับเงิน รายจ่ายที่ผู้จ่ายพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับ หักไม่ได้ ตาม (18) หลักฐานจึงต้องบอกชื่อผู้รับ วันที่ รายการ และจำนวนเงิน
  3. จ่ายจริง และเป็นรายจ่ายของรอบบัญชีนี้หรือไม่ รายจ่ายที่กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง และรายจ่ายที่ควรอยู่ในรอบบัญชีอื่น หักไม่ได้ ตาม (9)
  4. เป็นค่าใช้จ่าย ไม่ใช่การลงทุนหรือไม่ การซื้อ ต่อเติม ขยาย หรือทำให้ทรัพย์สินดีขึ้น เป็นรายจ่ายลงทุนตาม (5) หักทั้งก้อนในปีที่จ่ายไม่ได้ ต้องทยอยหักเป็นค่าเสื่อมราคา ส่วนการซ่อมให้คงสภาพเดิมหักได้ในปีที่จ่าย
  5. อยู่ในเพดานที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ รายจ่ายบางประเภทหักได้ถึงเพดานเท่านั้น ส่วนที่เกินต้องบวกกลับ ดูตารางในหัวข้อถัดไป

รายจ่ายที่หักได้ถึงเพดาน

รายจ่าย หักได้ไม่เกิน เงื่อนไขสำคัญ
ค่ารับรองและค่าบริการ 0.3% ของยอดรายได้ หรือของทุนที่ชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี แล้วแต่อย่างใดมากกว่า และไม่เกิน 10 ล้านบาท จำเป็นตามธรรมเนียมธุรกิจ ผู้ได้รับการรับรองไม่ใช่ลูกจ้าง เว้นแต่ลูกจ้างที่มีหน้าที่เข้าร่วม มีผู้มีอำนาจอนุมัติ และมีใบรับ
สิ่งของที่ให้ผู้ได้รับการรับรอง คนละ 2,000 บาทต่อคราว ส่วนที่ไม่เกิน 2,000 บาทนับรวมในเพดาน 0.3% ด้วย
เงินบริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะหรือสาธารณประโยชน์ 2% ของกำไรสุทธิ บริจาคให้หน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนด
รายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือการกีฬา อีก 2% ของกำไรสุทธิ ตามที่กฎหมายกำหนด
รถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน (ซื้อ) มูลค่าต้นทุนคันละ 1 ล้านบาท ค่าเสื่อมราคาของต้นทุนส่วนที่เกินหักไม่ได้
รถยนต์ประเภทเดียวกัน (เช่า) คันละ 36,000 บาทต่อเดือน หรือ 1,200 บาทต่อวัน ค่าเช่าส่วนที่เกินหักไม่ได้
เงินเดือนของผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน จำนวนที่สมควร ส่วนที่จ่ายเกินสมควรหักไม่ได้

ค่ารับรองเป็นรายการที่ SME พลาดบ่อยที่สุด เพราะเพดานต่ำกว่าที่คิด บริษัทที่มีรายได้ 20 ล้านบาท หักค่ารับรองได้ทั้งปีเพียง 60,000 บาท กรมสรรพากรมีตารางคำนวณให้ใช้ตรวจเอง โดยคิดจากยอดที่จ่ายรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตัวอย่างในเอกสารของกรมฯ คือกระเช้าของขวัญใบละ 5,000 บาท นับเป็นค่ารับรองได้ 2,000 บาท อีก 3,000 บาทต้องบวกกลับตั้งแต่ยังไม่เทียบกับเพดานรวม

เพดานของรถยนต์ตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 315) ไม่ใช้กับรถที่ผู้ประกอบกิจการขายหรือให้เช่ารถยนต์มีไว้เพื่อขายหรือให้เช่า

รายจ่ายที่หักไม่ได้เลย

  • รายจ่ายส่วนตัว ค่าใช้จ่ายของครอบครัวเจ้าของ ค่าเดินทางท่องเที่ยวส่วนตัว และของใช้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการ
  • เบี้ยปรับ เงินเพิ่มภาษีอากร และค่าปรับทางอาญา รวมถึงตัวภาษีเงินได้นิติบุคคลเอง ตาม (6)
  • รายจ่ายที่พิสูจน์ผู้รับไม่ได้ เช่น จ่ายเงินสดโดยไม่มีใบรับ หรือบิลเงินสดที่ไม่ระบุว่าใครเป็นผู้ขาย
  • รายจ่ายที่กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง และค่าตอบแทนทรัพย์สินที่บริษัทเป็นเจ้าของเองและใช้เอง ตาม (9) และ (10)
  • เงินสำรองต่าง ๆ เช่น สำรองค่าใช้จ่ายที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ตาม (1) ส่วนเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่จดทะเบียนตามกฎหมายหักได้ตามเกณฑ์ของ (2)
  • ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีซื้อของผู้ประกอบการจดทะเบียน ตาม (6 ทวิ) เพราะบริษัทใช้เครดิตในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้ว ภาษีซื้อบางประเภทที่ขอเครดิตไม่ได้มีข้อยกเว้นให้ลงเป็นรายจ่ายได้ ควรถามผู้ทำบัญชีเป็นรายกรณี
  • รายจ่ายที่กำหนดจ่ายจากผลกำไรเมื่อสิ้นรอบบัญชีไปแล้ว ตาม (19)

ผลขาดทุนของปีก่อนไม่ใช่รายจ่ายของปีนี้ แต่กฎหมายยอมให้นำผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 รอบบัญชีมาหักจากกำไรได้ ตาม (12)

ตัวอย่างคำนวณ: รายจ่ายต้องห้ามเพิ่มภาษีเท่าไร

ตัวอย่างสมมติ บริษัทแห่งหนึ่งมีรายได้ 20 ล้านบาท ทุนชำระแล้ว 2 ล้านบาท และกำไรสุทธิตามงบการเงิน 1,500,000 บาท ผู้ทำบัญชีพบรายจ่ายห้ารายการที่ต้องปรับ

รายการ ลงบัญชี (บาท) หักภาษีได้ (บาท) บวกกลับ (บาท)
ค่าเสื่อมราคารถยนต์นั่ง ราคา 1,500,000 บาท ตัดค่าเสื่อม 5 ปี 300,000 200,000 100,000
ค่ารับรองลูกค้า เพดาน 0.3% × 20,000,000 = 60,000 150,000 60,000 90,000
รายจ่ายส่วนตัวของเจ้าของที่เบิกจากบริษัท 80,000 0 80,000
ค่าใช้จ่ายเงินสดที่ไม่มีหลักฐานระบุผู้รับ 45,000 0 45,000
เบี้ยปรับและเงินเพิ่มจากการยื่นแบบภาษีช้า 12,000 0 12,000
รวม 587,000 260,000 327,000

เพดานค่ารับรองเลือกจากยอดที่มากกว่าระหว่าง 0.3% ของรายได้ (60,000 บาท) กับ 0.3% ของทุนชำระแล้ว (6,000 บาท) ส่วนรถยนต์ ค่าเสื่อมราคาทางภาษีคิดจากต้นทุนได้เพียง 1,000,000 บาท ปีละ 200,000 บาท

กำไรสุทธิทางภาษี = กำไรตามงบการเงิน + รายจ่ายต้องห้าม = 1,500,000 + 327,000 = 1,827,000 บาท

บริษัทนี้เข้าเงื่อนไขอัตราภาษี SME (ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท) กำไร 300,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ส่วนที่เกินจนถึง 3 ล้านบาทเสีย 15%

  • ถ้าไม่มีรายจ่ายต้องห้าม: (1,500,000 − 300,000) × 15% = 180,000 บาท
  • เมื่อบวกกลับแล้ว: (1,827,000 − 300,000) × 15% = 229,050 บาท
  • ภาษีที่เพิ่มขึ้น: 49,050 บาท หรือ 15% ของรายจ่ายต้องห้าม 327,000 บาท
กราฟแท่งนอนแสดงรายจ่ายที่ต้องบวกกลับของบริษัทตัวอย่าง ค่าเสื่อมราคารถยนต์ส่วนที่เกินเพดาน 100,000 บาท ค่ารับรองเกินเพดาน 90,000 บาท รายจ่ายส่วนตัวของเจ้าของ 80,000 บาท รายจ่ายที่ไม่มีหลักฐานผู้รับ 45,000 บาท เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม 12,000 บาท รวม 327,000 บาท
รถยนต์และค่ารับรองซึ่งเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการจริง กลับเป็นสองรายการที่ต้องบวกกลับมากที่สุด เพราะเกินเพดาน

ภาษีที่จ่ายจริงจึงเท่ากับ 15.27% ของกำไรตามงบการเงิน ไม่ใช่ 12% ตามที่เจ้าของคาดไว้ และถ้ากำไรของบริษัทอยู่ในช่วงที่เสียภาษี 20% รายจ่ายต้องห้ามก้อนเดียวกันจะมีต้นทุนภาษี 65,400 บาท

ทำให้รายจ่ายหักได้ตั้งแต่วันที่จ่าย

  • ขอหลักฐานที่ระบุผู้รับทุกครั้ง ใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จที่ออกในชื่อบริษัท ถ้าผู้ขายออกใบเสร็จไม่ได้ ให้ทำใบสำคัญจ่ายที่มีชื่อ ที่อยู่ และลายมือชื่อผู้รับเงิน พร้อมหลักฐานการโอน
  • แยกบัญชีค่ารับรองออกจากค่าใช้จ่ายอื่น บันทึกว่ารับรองใคร เนื่องในโอกาสใด ใครอนุมัติ และติดตามยอดสะสมเทียบกับเพดาน 0.3% ทุกไตรมาส
  • ไม่จ่ายเรื่องส่วนตัวผ่านบริษัท ถ้าจ่ายไปแล้วให้บันทึกเป็นเงินที่กรรมการต้องคืนบริษัท ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย
  • คิดภาษีก่อนซื้อหรือเช่ารถ รถยนต์นั่งราคาเกิน 1 ล้านบาท หรือค่าเช่าเกิน 36,000 บาทต่อเดือน มีส่วนที่หักไม่ได้ทุกปีตลอดอายุการใช้งาน
  • ยื่นแบบและจ่ายภาษีให้ตรงเวลา เบี้ยปรับและเงินเพิ่มเป็นรายจ่ายที่เสียสองต่อ เพราะจ่ายแล้วยังหักภาษีไม่ได้

เริ่มจากตรงไหน

  1. ขอรายการ "รายจ่ายที่ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย" ใน ภ.ง.ด.50 ปีล่าสุดจากผู้ทำบัญชี ดูว่ารายการใดยอดสูงสุด
  2. คำนวณเพดานค่ารับรองของปีนี้จากประมาณการรายได้ แล้วแจ้งทีมขายให้รู้ตัวเลข
  3. นำคำถามห้าข้อไปใส่ในแบบฟอร์มเบิกจ่ายหรือขั้นตอนอนุมัติ
  4. ไล่ดูรายจ่ายเงินสดของเดือนล่าสุดว่ารายการใดไม่มีหลักฐานระบุผู้รับ แล้วแก้ที่วิธีจ่ายเงิน
  5. ถามผู้ทำบัญชีทุกไตรมาสว่ายอดบวกกลับสะสมเป็นเท่าไร อย่ารอให้รู้ตอนปิดงบ

รายจ่ายต้องห้ามส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการวางแผนภาษีที่ซับซ้อน แต่เกิดจากเอกสารที่ไม่ครบและเพดานที่ไม่มีใครติดตาม บริษัทที่ตรวจรายจ่ายด้วยคำถามเดิมทุกครั้งที่จ่าย จะรู้ภาระภาษีของตัวเองก่อนถึงวันยื่นแบบ กฎหมายภาษีมีข้อยกเว้นและรายละเอียดอีกมาก รายการที่ยอดสูงหรือไม่ปกติควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนจ่าย

แหล่งข้อมูล

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี