TFRS for NPAEs: มาตรฐานบัญชีที่ SME ไทยส่วนใหญ่ใช้ ต่างจากชุดเต็มตรงไหน

บริษัทแบบไหนใช้ TFRS for NPAEs ได้ ห้าเรื่องที่ง่ายกว่ามาตรฐานชุดเต็ม ทางเลือกใหม่ในฉบับปรับปรุง 2565 และตัวอย่างสัญญาเช่าที่ทำให้หนี้สินต่อทุนต่างกันเกือบเท่าตัว

ตัวอักษร NPAEs ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างแผนภาพกรวยที่คัดกิจการออกทีละชั้น
ในบทความนี้
  1. มาตรฐานบัญชีของไทยมีสองระดับ
  2. บริษัทของคุณใช้ TFRS for NPAEs ได้หรือไม่
  3. ห้าเรื่องที่ NPAEs ง่ายกว่ามาตรฐานชุดเต็ม
  4. ทางเลือกที่เพิ่มเข้ามาในฉบับปรับปรุง 2565
  5. ตัวอย่าง: สัญญาเช่าสำนักงานฉบับเดียวเปลี่ยนงบได้แค่ไหน
  6. เมื่อไรควรคิดเรื่องเปลี่ยนไปใช้มาตรฐานชุดเต็ม
  7. เริ่มจากตรงไหน

เจ้าของ SME ส่วนใหญ่เซ็นรับรองงบการเงินทุกปี แต่น้อยคนจะรู้ว่างบชุดนั้นทำตามมาตรฐานบัญชีฉบับไหน คำตอบของบริษัทจำกัดเกือบทั้งหมดคือ TFRS for NPAEs หรือมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ มาตรฐานชุดนี้กำหนดว่ากำไร หนี้สิน และสินทรัพย์ในงบจะออกมาเป็นตัวเลขเท่าไร ทั้งตัวเลขที่ธนาคารใช้พิจารณาสินเชื่อ และตัวเลขที่นักลงทุนใช้ประเมินบริษัท

บทความนี้อธิบายว่ากิจการแบบไหนใช้มาตรฐานนี้ได้ ต่างจากมาตรฐานชุดเต็มตรงไหนบ้าง ทางเลือกอะไรเพิ่มเข้ามาในฉบับปรับปรุง 2565 และเมื่อไรบริษัทที่กำลังระดมทุนควรเริ่มคุยเรื่องเปลี่ยนไปใช้มาตรฐานชุดเต็ม

มาตรฐานบัญชีของไทยมีสองระดับ

สภาวิชาชีพบัญชีแบ่งมาตรฐานการรายงานทางการเงินของไทยเป็นสองระดับ (ย่อหน้า 1.1)

  • TFRS for PAEs สำหรับกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ อ้างอิงมาตรฐานสากล IFRS แยกเป็นหลายสิบฉบับ เช่น TFRS 9 เครื่องมือทางการเงิน TFRS 15 รายได้ และ TFRS 16 สัญญาเช่า
  • TFRS for NPAEs สำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ ไทยจัดทำขึ้นเองเพื่อลดภาระและต้นทุนการทำงบของกิจการขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมอยู่ในเล่มเดียว 28 บท

ฉบับที่ใช้อยู่คือฉบับปรับปรุง 2565 ตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชีที่ 48/2565 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2565 ใช้กับงบการเงินของรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2566 (ย่อหน้า 28.1) แทนฉบับเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2554

บริษัทของคุณใช้ TFRS for NPAEs ได้หรือไม่

มาตรฐานไม่ได้แบ่งด้วยขนาดยอดขายหรือทุนจดทะเบียน แต่ดูว่ากิจการมี "ส่วนได้เสียสาธารณะ" หรือไม่ ย่อหน้า 2.2 กำหนดว่ากิจการที่ใช้ไม่ได้มีสี่กลุ่ม

  1. กิจการที่มีหุ้นหรือหุ้นกู้ซื้อขายต่อประชาชน ทั้งในตลาดหลักทรัพย์และนอกตลาด รวมถึงกิจการที่อยู่ระหว่างส่งงบการเงินให้สำนักงาน ก.ล.ต. หรือหน่วยงานกำกับอื่นเพื่อเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน
  2. กิจการที่ธุรกิจหลักคือดูแลสินทรัพย์ของคนจำนวนมาก เช่น สถาบันการเงิน บริษัทประกันชีวิตและประกันวินาศภัย บริษัทหลักทรัพย์ กองทุนรวม
  3. บริษัทมหาชนตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชน
  4. กิจการอื่นที่จะกำหนดเพิ่มเติม

ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนและบริษัทจำกัดที่ไม่เข้าสี่กลุ่มนี้ใช้ TFRS for NPAEs ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะมียอดขายเท่าไร ตัวแทนท่องเที่ยว นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ และโรงรับจำนำที่เป็นบริษัทจำกัดก็ยังนับเป็นกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (ย่อหน้า 2.3)

ข้อสำคัญคือย่อหน้า 2.4 ถ้ากิจการไม่อยากใช้มาตรฐานนี้ ต้องเปลี่ยนไปใช้ TFRS for PAEs ทุกฉบับอย่างสม่ำเสมอ เลือกใช้บางเรื่องจากชุดเต็มปนกับชุดเล็กไม่ได้ ยกเว้นเรื่องที่ TFRS for NPAEs เปิดทางเลือกไว้เอง ซึ่งจะกล่าวถึงด้านล่าง

ห้าเรื่องที่ NPAEs ง่ายกว่ามาตรฐานชุดเต็ม

ความต่างที่มีผลกับตัวเลขในงบมากที่สุดสำหรับ SME ทั่วไปมีห้าเรื่อง

ความต่างหลักระหว่าง TFRS for NPAEs (ปรับปรุง 2565) กับ TFRS for PAEs
เรื่อง TFRS for NPAEs TFRS for PAEs
งบกระแสเงินสด ไม่บังคับ ทำได้ถ้าเห็นประโยชน์ (ย่อหน้า 4.2) ต้องทำ
ภาษีเงินได้ บันทึกเฉพาะภาษีที่ต้องจ่ายของปี (ย่อหน้า 15.1) ต้องบันทึกภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีตาม TAS 12
สัญญาเช่าด้านผู้เช่า สัญญาเช่าดำเนินงานบันทึกค่าเช่าเป็นค่าใช้จ่ายแบบเส้นตรง ไม่ขึ้นงบแสดงฐานะการเงิน (ย่อหน้า 14.38) รับรู้สินทรัพย์สิทธิการใช้และหนี้สินตามสัญญาเช่าเกือบทุกสัญญาตาม TFRS 16
ผลประโยชน์พนักงาน ใช้ประมาณการที่ดีที่สุดของจำนวนที่ต้องจ่าย ณ วันสิ้นงวด (ย่อหน้า 16.14) ใช้วิธีคณิตศาสตร์ประกันภัยตาม TAS 19
เงินลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม ราคาทุนหักค่าเผื่อการลดลงของมูลค่า ไม่ต้องทำงบการเงินรวม (ย่อหน้า 9.12) ต้องทำงบการเงินรวมตาม TFRS 10

นอกจากห้าเรื่องนี้ รายได้ตาม TFRS for NPAEs ใช้หลักการโอนความเสี่ยงและผลตอบแทนของสินค้าให้ผู้ซื้อ (ย่อหน้า 18.6) และงานบริการรับรู้ตามขั้นความสำเร็จของงาน (ย่อหน้า 18.14) ส่วน TFRS for PAEs ใช้ TFRS 15 ที่วิเคราะห์ภาระที่ต้องปฏิบัติในสัญญาทีละข้อ ธุรกิจที่ขายสินค้าหรือบริการแบบตรงไปตรงมาจะได้ผลใกล้กัน แต่สัญญาที่รวมหลายอย่างไว้ด้วยกัน เช่น ขายเครื่องพร้อมบริการดูแลหลายปี อาจรับรู้รายได้ต่างจังหวะกัน

เรื่องค่าความนิยมที่เกิดจากการซื้อกิจการ ถ้าอายุการใช้ประโยชน์ไม่ทราบแน่นอน ฉบับปรับปรุงกำหนดให้ตัดจำหน่ายแบบเส้นตรงตลอด 20 ปี (ย่อหน้า 25.8.1 และ 25.8.2)

ทางเลือกที่เพิ่มเข้ามาในฉบับปรับปรุง 2565

ฉบับปรับปรุงคงวิธีเดิมที่ง่ายไว้ แต่เปิดให้เลือกทำแบบชุดเต็มได้บางเรื่อง (ย่อหน้า 1.3) โดยเรื่องที่เลือกแล้วต้องทำตามมาตรฐานชุดเต็มฉบับนั้นทุกข้อและทำเหมือนกันทุกปี

  • ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี เลือกใช้วิธีหนี้สินตามงบแสดงฐานะการเงินได้ แต่ต้องทำตาม TAS 12 ทุกข้อ (ย่อหน้า 15.2)
  • ผลประโยชน์พนักงานตาม TAS 19 เลือกได้ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน (ย่อหน้า 16.14)
  • ตีราคาที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ใหม่ ด้วยมูลค่ายุติธรรม ถ้าเลือกต้องตีราคาทุกรายการในประเภทเดียวกันพร้อมกัน (ย่อหน้า 10.18–10.19) ส่วนที่เพิ่มขึ้นบันทึกเป็นส่วนเกินทุนในส่วนของเจ้าของ ไม่ใช่กำไร (ย่อหน้า 10.20)
  • งบการเงินรวมหรือวิธีส่วนได้เสีย ถ้าเลือกทำ ต้องทำตาม TAS 27, TAS 28, TFRS 10, TFRS 11 และ TFRS 12
  • งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ และการใช้สกุลเงินอื่นที่ไม่ใช่บาทเป็นสกุลเงินที่ใช้ในการดำเนินงาน

ฉบับปรับปรุงยังเพิ่มบทใหม่สำหรับธุรกรรมที่ฉบับเดิมไม่มี เช่น เกษตรกรรม อนุพันธ์ การรวมธุรกิจ เงินอุดหนุนจากรัฐบาล และข้อตกลงสัมปทานบริการ (ย่อหน้า 1.3.1) กิจการที่เคยต้องใช้ชุดเต็มเพราะมีธุรกรรมเหล่านี้จึงกลับมาใช้ชุดเล็กได้

การเลือกตีราคาที่ดินใหม่อาจทำให้ส่วนของเจ้าของในงบสูงขึ้นและอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนดูดีขึ้น แต่มีภาระตามมา คือต้องตีราคาอย่างสม่ำเสมอ มาตรฐานถือว่าทุก 3–5 ปีเพียงพอถ้ามูลค่ายุติธรรมไม่เปลี่ยนมาก และต้องใช้กับที่ดินทุกแปลงในประเภทเดียวกัน ไม่ใช่เลือกเฉพาะแปลงที่ราคาขึ้น

ตัวอย่าง: สัญญาเช่าสำนักงานฉบับเดียวเปลี่ยนงบได้แค่ไหน

ตัวอย่างสมมติ บริษัทหนึ่งมีหนี้สินรวม 5,000,000 บาท ส่วนของเจ้าของ 4,000,000 บาท แล้วทำสัญญาเช่าสำนักงาน 3 ปี ค่าเช่าเดือนละ 100,000 บาท จ่ายสิ้นเดือน สมมติอัตราคิดลด 6% ต่อปี

ตาม TFRS for NPAEs

สัญญาเช่าสำนักงานที่ไม่โอนความเสี่ยงและผลตอบแทนของความเป็นเจ้าของมาให้ผู้เช่าเป็นสัญญาเช่าดำเนินงาน บริษัทบันทึกค่าเช่าปีละ 1,200,000 บาทเป็นค่าใช้จ่าย ไม่มีรายการใดเพิ่มในงบแสดงฐานะการเงิน แค่เปิดเผยยอดค่าเช่าขั้นต่ำที่ต้องจ่ายในอนาคตไว้ในหมายเหตุ (ย่อหน้า 14.39)

ตาม TFRS for PAEs (TFRS 16)

บริษัทต้องรับรู้หนี้สินตามสัญญาเช่าเท่ากับมูลค่าปัจจุบันของค่าเช่า 36 งวด และสินทรัพย์สิทธิการใช้จำนวนเดียวกัน

มูลค่าปัจจุบัน = ค่าเช่าต่องวด × [1 − (1 + อัตราต่อเดือน) ยกกำลัง −จำนวนงวด] ÷ อัตราต่อเดือน

= 100,000 × [1 − 1.005 ยกกำลัง −36] ÷ 0.005 ≈ 3,287,000 บาท

ผลต่องบในวันเริ่มสัญญาและปีแรก (ตัวอย่างสมมติ)
รายการ NPAEs PAEs (TFRS 16)
หนี้สินรวม ณ วันเริ่มสัญญา 5,000,000 8,287,000
หนี้สินต่อทุน 1.25 เท่า 2.07 เท่า
ค่าใช้จ่ายปีแรก ค่าเช่า 1,200,000 ค่าเสื่อมราคา 1,095,700 + ดอกเบี้ย 169,200 = 1,264,900
กราฟแท่งหนี้สินต่อทุนของบริษัทตัวอย่าง ตาม TFRS for NPAEs 1.25 เท่า และตาม TFRS for PAEs ที่ต้องบันทึกสัญญาเช่า 2.07 เท่า
บริษัทเดียวกัน สัญญาเช่าเดียวกัน แต่หนี้สินต่อทุนในวันเริ่มสัญญาต่างกันเกือบเท่าตัวตามมาตรฐานที่ใช้

ธุรกิจไม่ได้เปลี่ยนเลย แต่ตัวเลขที่ธนาคารใช้ตั้งเงื่อนไขเงินกู้เปลี่ยน กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ตาม TFRS 16 ก็สูงขึ้น เพราะค่าเช่าย้ายไปอยู่ในค่าเสื่อมราคาและดอกเบี้ย เมื่อเปรียบเทียบงบของบริษัทที่ใช้มาตรฐานต่างกัน หรือเปรียบเทียบงบของบริษัทเดียวกันก่อนและหลังเปลี่ยนมาตรฐาน ต้องรู้ว่าตัวเลขมาจากเกณฑ์ไหน TFRS 16 มีข้อยกเว้นสำหรับสัญญาเช่าระยะสั้นไม่เกิน 12 เดือนและสินทรัพย์มูลค่าต่ำ ซึ่งยังบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้

เมื่อไรควรคิดเรื่องเปลี่ยนไปใช้มาตรฐานชุดเต็ม

  • วางแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ กิจการที่อยู่ระหว่างส่งงบการเงินให้ ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนไม่ใช่ NPAEs อีกต่อไป (ย่อหน้า 2.2.1) ระบบบัญชี ทีมงาน และผู้สอบบัญชีต้องพร้อมทำงบตามชุดเต็มก่อนถึงวันนั้น
  • แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน ต้องใช้ชุดเต็มทันที (ย่อหน้า 2.2.3)
  • นักลงทุนหรือบริษัทแม่ใช้ IFRS กองทุนหรือบริษัทแม่ที่ต้องรวมงบของคุณเข้ากับงบของกลุ่ม อาจขอตัวเลขตาม IFRS หรือ TFRS ชุดเต็ม ควรถามตั้งแต่ตอนเจรจา Term Sheet ว่าต้องการงบแบบไหนและบ่อยแค่ไหน
  • ธุรกรรมซับซ้อน เช่น สัญญาที่รวมสินค้ากับบริการหลายปี หรือสัญญาเช่าจำนวนมาก การรู้ตัวเลขตามชุดเต็มล่วงหน้าช่วยไม่ให้ตกใจเมื่อถึงวันต้องเปลี่ยน

การเปลี่ยนมาตรฐานคือการเปลี่ยนนโยบายการบัญชี ซึ่งโดยหลักต้องปรับงบย้อนหลังเพื่อให้ตัวเลขเปรียบเทียบกันได้ และตาม TFRS for PAEs ต้องแสดงงบฐานะการเงินเพิ่มอีกหนึ่งงวดเป็นสามงวด จึงไม่ใช่งานที่ทำเสร็จในเดือนเดียว ส่วนบริษัทที่ไม่มีแผนเหล่านี้ TFRS for NPAEs ฉบับปรับปรุงมีทางเลือกพอสำหรับธุรกิจส่วนใหญ่โดยไม่ต้องรับภาระของชุดเต็ม

เริ่มจากตรงไหน

  1. เปิดหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อแรก ๆ ซึ่งบอกเกณฑ์การจัดทำงบ ดูว่าบริษัทใช้ TFRS for NPAEs หรือชุดเต็ม และเลือกทางเลือกอะไรไว้บ้าง
  2. ถามผู้ทำบัญชีว่าเลือกทางเลือกไหน ภาษีรอการตัดบัญชี TAS 19 การตีราคาใหม่ งบการเงินรวม และขอให้เขียนเป็นนโยบายไว้ เพราะต้องใช้เหมือนเดิมทุกปี
  3. ทำรายการสัญญาเช่าที่มีอยู่ พร้อมยอดค่าเช่าที่เหลือ ถ้าจะคุยกับนักลงทุนหรือธนาคารที่คุ้นกับ TFRS 16 จะตอบได้ว่าหนี้สินเพิ่มขึ้นเท่าไรถ้าคิดแบบชุดเต็ม
  4. ทำงบกระแสเงินสดใช้เองแม้มาตรฐานไม่บังคับ นักลงทุนและธนาคารส่วนใหญ่ขอดู และเป็นงบที่บอกว่าบริษัทอยู่รอดได้นานแค่ไหน
  5. ถ้ามีแผนระดมทุนรอบใหญ่หรือเข้าตลาด คุยกับผู้สอบบัญชีล่วงหน้าเรื่องเวลาที่ต้องเริ่มทำงบตามชุดเต็ม

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางบัญชีสำหรับกรณีเฉพาะ อ้างอิงมาตรฐาน ณ เดือนตุลาคม 2569 ควรตรวจสอบประกาศฉบับล่าสุดของสภาวิชาชีพบัญชีกับผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีของกิจการ

แหล่งข้อมูล

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี