ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์: สิ่งที่ SME ต้องรู้ก่อนขายที่ดิน ให้กู้ หรือเซ็นสัญญา

บริษัทขายที่ดินต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% แม้ถือมานาน ดอกเบี้ยเงินให้กู้อาจต้องเสียด้วย และสัญญาที่ไม่ติดอากรมีเงินเพิ่มถึง 6 เท่า สรุปอัตรา ผู้จ่าย และวิธีตรวจ

ตัวเลข 3.3% ขนาดใหญ่บนพื้นฟ้าลายตาราง ข้างภาพลายเส้นเอกสารที่มีวงกลมสีดำเครื่องหมายถูกที่มุมล่าง
ในบทความนี้
  1. ภาษีธุรกิจเฉพาะคืออะไร ใช้กับกิจการแบบไหน
  2. บริษัทขายที่ดินหรืออาคาร
  3. บริษัทให้กู้ยืมเงิน
  4. อากรแสตมป์: ติดกับสัญญาไหน เท่าไร ใครจ่าย
  5. ลืมติดอากรแล้วเกิดอะไรขึ้น
  6. เริ่มจากตรงไหน

เจ้าของ SME ส่วนใหญ่รู้จักภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่มีอีกสองภาษีที่มักโผล่มาตอนไม่ได้เตรียมตัว คือภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax) ที่เก็บเมื่อบริษัทขายที่ดินหรือให้กู้ยืมเงิน และอากรแสตมป์ (Stamp Duty) ที่ผูกอยู่กับสัญญาแทบทุกฉบับที่บริษัทเซ็น

สองภาษีนี้ยอดเงินไม่ได้สูงเสมอไป แต่ถ้าลืม เงินเพิ่มจะสูงกว่าภาษีหลายเท่า และสัญญาที่ไม่ได้ติดอากรใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรให้ครบ บทความนี้สรุปว่าเมื่อไรต้องเสีย อัตราเท่าไร ใครเป็นคนจ่าย และตัวอย่างที่คำนวณให้ดู

ภาษีธุรกิจเฉพาะคืออะไร ใช้กับกิจการแบบไหน

ภาษีธุรกิจเฉพาะเก็บจากกิจการบางประเภทแทนภาษีมูลค่าเพิ่ม ประมวลรัษฎากรมาตรา 91/2 ระบุไว้แปดกลุ่ม ได้แก่ การธนาคาร ธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ การรับประกันชีวิต โรงรับจำนำ การประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ เช่น การให้กู้ยืมเงิน การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร การขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ และกิจการอื่นตามพระราชกฤษฎีกา ซึ่งรวมถึงแฟคเตอริ่ง

จุดที่ต่างจากภาษีมูลค่าเพิ่มคือ ฐานภาษีเป็นรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ (มาตรา 91/5) และไม่มีภาษีซื้อมาหักออก

อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ (มาตรา 91/6)
กิจการ ฐานภาษี อัตรา รวมภาษีท้องถิ่น
การธนาคาร ธุรกิจเงินทุน กิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ แฟคเตอริ่ง ดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ 3.0% 3.3%
การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร รายรับก่อนหักรายจ่าย 3.0% 3.3%
การรับประกันชีวิต โรงรับจำนำ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม 2.5% 2.75%
การขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ รายรับก่อนหักรายจ่าย 0.1% ได้รับยกเว้น

ภาษีท้องถิ่นเก็บเพิ่มอีก 10% ของภาษีธุรกิจเฉพาะ อัตรา 3.0% จึงกลายเป็น 3.3% ของรายรับ

สำหรับ SME ที่ไม่ได้ทำธุรกิจการเงิน สองกรณีที่เจอบ่อยที่สุดคือ บริษัทขายที่ดินหรืออาคาร และบริษัทให้คนอื่นกู้ยืมเงิน

บริษัทขายที่ดินหรืออาคาร

พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2541 กำหนดว่าการขายอสังหาริมทรัพย์แบบใดถือเป็นทางค้าหรือหากำไร ข้อที่เจ้าของกิจการควรรู้คือ

  • บุคคลธรรมดา ขายภายในห้าปีนับแต่วันที่ได้มา ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น เช่น ได้มาทางมรดก หรือเป็นที่อยู่อาศัยที่มีชื่อในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
  • บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล การขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้ในการประกอบกิจการเข้าข่ายภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยไม่มีเงื่อนไขห้าปี ถือมาสิบปีแล้วขายก็ยังต้องเสีย

ภาษีนี้ชำระที่สำนักงานที่ดินในวันจดทะเบียนโอน ไม่ได้ยื่นเป็นรายเดือนเหมือนกิจการอื่น และพนักงานเจ้าหน้าที่จะไม่จดทะเบียนให้จนกว่าจะชำระครบ (มาตรา 91/10) เมื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว ใบรับสำหรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ได้รับยกเว้นอากรแสตมป์ ซึ่งปกติเสีย 1 บาทต่อทุก 200 บาท หรือ 0.5% (บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 28 (ข))

ตัวอย่างสมมติ บริษัทขายที่ดินที่ใช้เป็นโกดังเก่าได้เงิน 10,000,000 บาท

ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.0% = 300,000 บาท
ภาษีท้องถิ่น 10% ของภาษีธุรกิจเฉพาะ = 30,000 บาท
รวม 330,000 บาท (ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ 0.5% อีก 50,000 บาท)

ยอดนี้เป็นเงินสดที่ต้องเตรียมในวันโอน แยกจากค่าธรรมเนียมโอนและภาษีอื่นที่สำนักงานที่ดินเรียกเก็บ ถ้ากำลังตัดสินใจว่าจะถือที่ดินในชื่อบริษัทหรือในชื่อบุคคล หรือกำลังเจรจาราคาขาย ควรใส่ตัวเลขนี้ในการคำนวณตั้งแต่แรก

บริษัทให้กู้ยืมเงิน

มาตรา 91/2 (5) ยกตัวอย่าง "การให้กู้ยืมเงิน" เป็นกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ดอกเบี้ยที่บริษัทได้รับจึงอาจต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.0% บวกภาษีท้องถิ่นเป็น 3.3% แม้บริษัทจะทำธุรกิจอื่นเป็นหลัก

ข้อยกเว้นที่ใช้บ่อยอยู่ในพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 240) พ.ศ. 2534 มาตรา 3 (32) ที่แก้ไขโดยฉบับที่ 571 ยกเว้นดอกเบี้ยสองกรณีสำหรับบริษัทที่ไม่ได้ทำธุรกิจธนาคาร ธุรกิจเงินทุน หรือประกันชีวิต

  • บริษัทในเครือเดียวกันให้กู้ยืมกันเอง โดย "ในเครือเดียวกัน" หมายถึงนิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นในอีกแห่งไม่น้อยกว่า 25% ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง และถือมาไม่น้อยกว่าหกเดือนก่อนวันกู้ยืม
  • ดอกเบี้ยเงินฝาก หรือตั๋วเงินที่ออกโดยสถาบันการเงิน ในอัตราปกติ

สิ่งที่ข้อยกเว้นนี้ไม่ครอบคลุมคือ การให้กู้แก่บริษัทที่ถือหุ้นน้อยกว่า 25% บริษัทที่เพิ่งซื้อหุ้นมาไม่ถึงหกเดือน หรือให้บุคคลภายนอกกู้ กรณีเหล่านี้ควรถามผู้ทำบัญชีว่าเข้าข่ายกิจการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์หรือไม่ก่อนทำสัญญา

ตัวอย่างสมมติ บริษัท ก ให้บริษัท ข กู้ 2,000,000 บาท ดอกเบี้ย 5% ต่อปี บริษัท ก ถือหุ้นบริษัท ข อยู่ 10%

ดอกเบี้ยรับต่อปี = 2,000,000 × 5% = 100,000 บาท
ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.0% = 3,000 บาท บวกภาษีท้องถิ่น 300 บาท รวม 3,300 บาทต่อปี
อากรแสตมป์สัญญากู้ = 2,000,000 ÷ 2,000 = 1,000 บาท (ผู้ให้กู้เป็นผู้เสีย)

ถ้าบริษัท ก ถือหุ้น 25% ขึ้นไปมาแล้วหกเดือนก่อนวันกู้ ดอกเบี้ยจะได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่สัญญากู้ยังต้องติดอากรแสตมป์ตามปกติ

หน้าที่เมื่อต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นประจำ

  • จดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มประกอบกิจการ (มาตรา 91/12)
  • ยื่นแบบ ภ.ธ.40 เป็นรายเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป และต้องยื่นแม้เดือนนั้นไม่มีรายรับ (มาตรา 91/10)
  • การขายอสังหาริมทรัพย์ไม่ต้องยื่นรายเดือน เพราะชำระที่สำนักงานที่ดินตอนจดทะเบียนแล้ว

อากรแสตมป์: ติดกับสัญญาไหน เท่าไร ใครจ่าย

อากรแสตมป์เก็บจากตราสาร คือเอกสารตามที่บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด 6 ของประมวลรัษฎากรกำหนดไว้ 28 ลักษณะ ตารางนี้สรุปเฉพาะที่ SME ใช้บ่อย "เศษ" ให้ปัดขึ้นเป็นหน่วยเต็ม

อัตราอากรแสตมป์ที่ใช้บ่อย
ตราสาร อัตรา ผู้ต้องเสียอากร
1. เช่าที่ดิน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาทของค่าเช่าตลอดอายุสัญญา (ไม่กำหนดอายุ ให้ถือว่า 3 ปี) ผู้ให้เช่า
2. โอนหุ้น 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาท ของราคาหุ้นที่ชำระแล้วหรือราคาในตราสาร แล้วแต่อย่างใดมากกว่า ผู้โอน
3. เช่าซื้อทรัพย์สิน 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาทของราคาทั้งหมด ผู้ให้เช่าซื้อ
4. จ้างทำของ 1 บาท ต่อทุก 1,000 บาทของสินจ้าง ผู้รับจ้าง
5. กู้ยืมเงินหรือเบิกเงินเกินบัญชี 1 บาท ต่อทุก 2,000 บาท สูงสุด 10,000 บาท ผู้ให้กู้
7. ใบมอบอำนาจ 10 บาท (ครั้งเดียว) หรือ 30 บาท (มากกว่าครั้งเดียว) ผู้มอบอำนาจ
17. ค้ำประกัน 10 บาท ถ้าเกิน 10,000 บาทหรือไม่จำกัดจำนวน ผู้ค้ำประกัน

ตัวอย่างสมมติ สามรายการที่บริษัทเล็กอาจเจอในปีเดียว

  • เช่าสำนักงาน 3 ปี เดือนละ 50,000 บาท ค่าเช่ารวม 1,800,000 บาท อากร 1,800 บาท
  • รับจ้างทำระบบให้ลูกค้า สินจ้าง 3,000,000 บาท ฝั่งผู้รับจ้างเสียอากร 3,000 บาท
  • ผู้ถือหุ้นโอนหุ้น 10,000 หุ้น มูลค่าที่ชำระแล้วหุ้นละ 100 บาท ในราคาหุ้นละ 300 บาท อากรคิดจาก 3,000,000 บาทที่สูงกว่า เป็น 3,000 บาท

ข้อที่มักพลาดคือ สัญญาจ้างทำของมักถูกเรียกว่า "สัญญาบริการ" แต่ถ้าเนื้องานคือการทำงานให้สำเร็จเป็นผลงาน เช่น สร้าง ติดตั้ง หรือพัฒนาระบบ ก็ยังเป็นจ้างทำของ ผู้รับจ้างต้องเสียอากร ส่วนสัญญาที่ทำนอกประเทศไทยและปฏิบัติตามสัญญานอกประเทศไทยได้รับยกเว้น

ตราสารอิเล็กทรอนิกส์บางลักษณะชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากรด้วยแบบ อ.ส.9 แทนการปิดแสตมป์ ถ้าบริษัทเซ็นสัญญาแบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้ตรวจประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ฉบับล่าสุดว่าสัญญาประเภทนั้นต้องชำระอย่างไร

ลืมติดอากรแล้วเกิดอะไรขึ้น

อากรต้องเสียเมื่อทำตราสาร ถ้าไม่ได้ติดไว้ ประมวลรัษฎากรกำหนดเงินเพิ่มอากรเป็นขั้นตามเวลาที่ผ่านไปและตามว่าใครเป็นคนพบ

  • ยื่นขอเสียอากรเองภายใน 15 วันนับแต่วันที่ต้องปิดแสตมป์ เสียเฉพาะอากร (มาตรา 113 ข้อ 1)
  • ยื่นเองเมื่อเลย 15 วันแต่ไม่เกิน 90 วัน เงินเพิ่ม 2 เท่าของอากรหรือ 4 บาท แล้วแต่อย่างใดมากกว่า (มาตรา 113 ข้อ 2 (ก))
  • ยื่นเองเมื่อเกิน 90 วัน เงินเพิ่ม 5 เท่าหรือ 10 บาท แล้วแต่อย่างใดมากกว่า (มาตรา 113 ข้อ 2 (ข))
  • เจ้าพนักงานตรวจพบว่าไม่ได้ปิดแสตมป์เลย เงินเพิ่ม 6 เท่าหรือ 25 บาท แล้วแต่อย่างใดมากกว่า (มาตรา 114 (2) (ก))
กราฟแท่งเงินที่ต้องจ่ายรวมสำหรับสัญญาจ้างทำของ 3,000,000 บาท ที่อากร 3,000 บาท ยื่นภายใน 15 วัน 3,000 บาท ภายใน 90 วัน 9,000 บาท เกิน 90 วัน 18,000 บาท เจ้าพนักงานตรวจพบ 21,000 บาท
อากร 3,000 บาทเท่าเดิม แต่ยอดที่จ่ายจริงเพิ่มได้ถึงเจ็ดเท่าถ้าปล่อยให้เจ้าพนักงานตรวจพบ

ผลที่หนักกว่าเงินเพิ่มคือมาตรา 118 ตราสารที่ไม่ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรครบ ถ้าวันหนึ่งต้องฟ้องลูกค้าที่ไม่จ่ายเงินตามสัญญาจ้าง หรือฟ้องผู้กู้ที่ไม่คืนเงิน ต้องเสียอากรพร้อมเงินเพิ่มก่อนจึงจะใช้สัญญานั้นในศาลได้

เริ่มจากตรงไหน

  1. ไล่รายการสัญญาที่ยังมีผลอยู่ สัญญาเช่า สัญญาจ้าง สัญญากู้ และสัญญาค้ำประกัน ดูว่าฉบับไหนยังไม่ได้ติดอากรหรือชำระอากร ถ้าพบก่อนเจ้าพนักงาน การยื่นเองเสียเงินเพิ่มน้อยกว่า
  2. ใส่ขั้นตอนอากรในขั้นตอนเซ็นสัญญา กำหนดว่าใครคำนวณ ใครปิดแสตมป์หรือชำระเป็นตัวเงิน และเก็บหลักฐานไว้กับสัญญา
  3. ตรวจเงินกู้ระหว่างบริษัท สัดส่วนการถือหุ้นถึง 25% และถือมาหกเดือนก่อนวันกู้หรือไม่ ถ้าไม่ถึง ให้ถามผู้ทำบัญชีเรื่องภาษีธุรกิจเฉพาะก่อนโอนเงิน
  4. ก่อนขายที่ดินหรืออาคารในนามบริษัท คำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ของราคาขายไว้ในเงินสดที่ต้องเตรียมวันโอน
  5. ถ้ามีรายรับที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นประจำ ตรวจว่าจดทะเบียนแล้ว และยื่น ภ.ธ.40 ทุกเดือนแม้ไม่มีรายรับ

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีสำหรับกรณีเฉพาะ ข้อมูลกฎหมาย ณ เดือนตุลาคม 2569

แหล่งข้อมูล

เกี่ยวกับ Unigin Ventures

Venture Capital ที่ลงทุนใน Startup และ SME ทั้งในประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV พร้อมสนับสนุนด้านคำปรึกษาธุรกิจ บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี

รู้จักเรา

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน กฎหมาย บัญชี หรือภาษีสำหรับกรณีของท่านโดยเฉพาะ กฎหมายและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

Unigin Ventures

มีธุรกิจที่อยากเติบโตไปอีกขั้น?

Unigin Ventures ลงทุนและสนับสนุน Startup และ SME ทั้งเงินทุน คำปรึกษาด้านการเงิน บัญชี กฎหมาย และเทคโนโลยี